
สสว.นำเอสเอ็มอีไทยบุกตลาดโอมานครั้งแรก
นางสาลินี วังตาล ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) กล่าวภายหลังจากการนำคณะผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทย 32 ราย ซึ่งเป็นผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการ SME Strong/Regular Level ไปเปิดตลาดใหม่ในกลุ่มประเทศตะวันออกกลางว่า การเข้าร่วมงานแสดงสินค้า Thai Trade Exhibition 2016 ณ กรุงมัสกัต รัฐสุลต่านโอมาน ซึ่งจัดขึ้นในวันที่ 9-13 พฤษภาคม 2559 ได้มีการเปิดหมู่บ้านสสว. “OSMEP Pavilion” ขึ้นในงานเพื่อดำเนินกิจกรรมทางการค้าใน 2 ลักษณะคือ Business Matching กับผู้ค้ารายใหญ่ของโอมาน และการขายปลีกให้กับประชาชน และผู้ค้ารายย่อยของโอมาน สำหรับการทำ Business Matching มีผู้ประกอบการรายใหญ่ที่สำคัญได้แก่เจ้าของห้างคาร์ฟูร์ซึ่งมีซูปเปอร์มาร์เกตมากกว่า 200 สาขาในโอมานสนใจสั่งซื้อสินค้าไทยประเภทผลไม้อบแห้งคือ มะม่วง ทุเรียน และแคนตาลูป คาดว่าการสั่งสินค้าล็อตแรกมูลค่ารวมประมาณ 300 ล้านบาท อีกทั้งได้มีการนัดหมายจะเดินทางมาดูโรงงานและกำลังการผลิตในประเทศไทยก่อนสั่งซื้อล็อตต่อไปในเร็วๆ นี้
นอกจากนี้ยังมีการเจรจากับร้านอาหารต่างๆ ในโอมาน เพื่อนำเสนอข้าวสารไทย และในส่วนของสินค้าประเภท specific product ที่ได้รับความสนใจได้แก่ เตาแก๊ส ถังแก๊ส ดอกกล้วยไม้สด มีการเจรจากับผู้นำเข้าโดยตรง และเริ่มมียอดสั่งซื้อจากทางโอมานบ้างแล้ว
สำหรับการขายปลีกในงานครั้งนี้ สินค้าที่ขายดีของ SMEs ไทย ได้แก่ เสื้อผ้าเด็ก ผลิตภัณฑ์สปา เพราะชาวตะวันออกกลางนิยมสมุนไพรที่มีกลิ่นหอม อาหารเสริมประเภทลดความอ้วน นอกจากนั้นชาวโอมานยังให้ความสนใจบริการด้านการรักษาพยาบาลและทัวร์สุขภาพซึ่งมีโรงพยาบาลและคลินิคหลายแห่งไปเปิดบูธแสดงในงานครั้งนี้ และได้มีการตกลงเปิดสาขารักษาพยาบาลเฉพาะด้านในโอมาน คือ คลินิคโรคเฉพาะทาง(โรคกระดูก) เป็นแห่งแรกของไทยในโอมานอีกด้วย
โอมานเป็นประเทศคู่ค้าอันดับสามของไทยในภูมิภาคตะวันออกกลาง ประชากรส่วนใหญ่มีกำลังซื้อสูง และนิยมสินค้าไทย ชาวโอมานเดินทางมาไทยเป็นอันดับสองรองจาก UAE ดังนั้น จึงเป็นโอกาสที่ดีของเอสเอ็มอีไทยที่ต้องการขยายตลาดการค้าไปสู่ภูมิภาคนี้เพราะประเทศโอมานจะเป็นประตูการค้าออกไปยังประเทศในตะวันออกกลาง เช่น กลุ่มประเทศความร่วมมืออ่าวอาหรับ (Gulf Cooperation Council : GCC) และอีกหลายประเทศในแอฟริกา ซึ่งเป็นกลุ่มประเทศที่มีกำลังซื้อสูง และมีศักยภาพ รวมถึงเป็นตลาดอุปโภคบริโภคขนาดใหญ่ของโลก
การนำผู้ประกอบการ SMEs ไปเปิดตลาดโอมานในครั้งนี้ ได้รับการตอบรับที่ดีเกินคาด โดยผลรวมของการทำ Business Matching ที่มีการสั่งซื้อแล้วและการขายปลีก มีมูลค่ารวมทั้งสิ้นกว่า 600 ล้านบาท
นอกจากนี้ยังมีการเจรจากับร้านอาหารต่างๆ ในโอมาน เพื่อนำเสนอข้าวสารไทย และในส่วนของสินค้าประเภท specific product ที่ได้รับความสนใจได้แก่ เตาแก๊ส ถังแก๊ส ดอกกล้วยไม้สด มีการเจรจากับผู้นำเข้าโดยตรง และเริ่มมียอดสั่งซื้อจากทางโอมานบ้างแล้ว
สำหรับการขายปลีกในงานครั้งนี้ สินค้าที่ขายดีของ SMEs ไทย ได้แก่ เสื้อผ้าเด็ก ผลิตภัณฑ์สปา เพราะชาวตะวันออกกลางนิยมสมุนไพรที่มีกลิ่นหอม อาหารเสริมประเภทลดความอ้วน นอกจากนั้นชาวโอมานยังให้ความสนใจบริการด้านการรักษาพยาบาลและทัวร์สุขภาพซึ่งมีโรงพยาบาลและคลินิคหลายแห่งไปเปิดบูธแสดงในงานครั้งนี้ และได้มีการตกลงเปิดสาขารักษาพยาบาลเฉพาะด้านในโอมาน คือ คลินิคโรคเฉพาะทาง(โรคกระดูก) เป็นแห่งแรกของไทยในโอมานอีกด้วย
โอมานเป็นประเทศคู่ค้าอันดับสามของไทยในภูมิภาคตะวันออกกลาง ประชากรส่วนใหญ่มีกำลังซื้อสูง และนิยมสินค้าไทย ชาวโอมานเดินทางมาไทยเป็นอันดับสองรองจาก UAE ดังนั้น จึงเป็นโอกาสที่ดีของเอสเอ็มอีไทยที่ต้องการขยายตลาดการค้าไปสู่ภูมิภาคนี้เพราะประเทศโอมานจะเป็นประตูการค้าออกไปยังประเทศในตะวันออกกลาง เช่น กลุ่มประเทศความร่วมมืออ่าวอาหรับ (Gulf Cooperation Council : GCC) และอีกหลายประเทศในแอฟริกา ซึ่งเป็นกลุ่มประเทศที่มีกำลังซื้อสูง และมีศักยภาพ รวมถึงเป็นตลาดอุปโภคบริโภคขนาดใหญ่ของโลก
การนำผู้ประกอบการ SMEs ไปเปิดตลาดโอมานในครั้งนี้ ได้รับการตอบรับที่ดีเกินคาด โดยผลรวมของการทำ Business Matching ที่มีการสั่งซื้อแล้วและการขายปลีก มีมูลค่ารวมทั้งสิ้นกว่า 600 ล้านบาท






