thansettakij
thansettakij
ปลัดสธ.แนะทำความสะอาดแอร์และพัดลมไอน้ำป้องกันโรคลีเจียนแนร์

ปลัดสธ.แนะทำความสะอาดแอร์และพัดลมไอน้ำป้องกันโรคลีเจียนแนร์

15 พ.ค. 59 | 11:36 น.
อัปเดตล่าสุด :15 พ.ค. 59 | 18:36 น.
Breaking-News ปลัดกระทรวงสาธารณสุขเผยรพ.ในสั งกัดไม่ใช้พัดลมไอน้ำเพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อโรคต่างๆขอความร่วมมือญาติไม่นำมาใช้ ในหอผู้ป่วยกำชับรพ.ทุกแห่งปฏิ บัติตามประกาศกรมอนามัยชี้ ประชาชนไม่ต้องกังวลกลุ่มเสี่ ยงคือผู้มีภูมิต้านทานต่ำผู้สู งอายุที่เป็นโรคเรื้อรังพร้ อมแนะนำประชาชนทำความสะอาดแอร์ ล้างพัดลมไอน้ำเปลี่ยนน้ำบ่ อยๆชี้เติมน้ำประปาที่มีคลอรี นตามมารฐานช่วยฆ่าเชื้อป้องกั นโรคลีเจียนแนร์ได้

วันนี้ (15 พฤษภาคม 2559)นายแพทย์โสภณ เมฆธน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับกรณีการใช้ พัดลมไอน้ำในโรงพยาบาลเป็นแหล่งแพร่เชื้อโรคลีเจียนแนร์ว่าโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขไม่ได้ใช้พั ดลมไอน้ำทั้งที่ตึกผู้ป่วยนอก(โอพีดี)และหอผู้ป่วยตามคำแนะนำของสถาบั นบำราศนราดูร เนื่องจากหากไม่ได้บำรุงรั กษาทำความสะอาดภาชนะบรรจุน้ำของพัดลมไอน้ำอย่างสม่ำเสมออาจเกิดการปนเปื้อนของเชื้อลีเจียนแนร์ และแพร่กระจายโรคนี้รวมทั้งโรคระบบทางเดินหายใจอื่นๆ จากละอองไอน้ำได้โดยเฉพาะผู้ป่วยที่มาโรงพยาบาลมีอาการเจ็บป่วยร่างกายอ่อนแอภูมิต้านทานร่างกายต่ำอาจติดเชื้อได้ ง่ายกว่าคนทั่วไปนอกจากนี้ยั งพบเชื้อนี้ได้ในเครื่องปรับอากาศบ่อพักน้ำหอผึ่งเย็นจึงได้กำชับให้โรงพยาบาลทุกแห่งปฎิบัติตามประกาศกรมอนามัยเรื่ องข้อปฏิบัติการควบคุมเชื้อลีจิ โอเนลลาโดยตรวจสอบระดับคลอรี นตกค้างของน้ำในบ่อพักทุกวันต้องไม่น้อยกว่า 0.2 ppm. น้ำในระบบน้ำร้อนรวมต้องมีอุณหภูมิสูงกว่า 60 องศาเซลเซียส และน้ำที่ส่งออกต้องมีอุณหภูมิ สูงกว่า 50 องศาเซลเซียส ส่วนระบบปรับอากาศให้ใช้คลอรีนเข้มข้น 10 ppm.ในท่อที่ไปหอผึ่งเย็น 3-6 ชม.ให้ทั่วถึงทั้งระบบและทำความสะอาดเครื่องปรับอากาศทุก 1-2 สัปดาห์ รวมทั้งทำความสะอาดหัวก๊อกน้ำและแช่ฝักบัวด้วยสารละลายคลอรีนเข้มข้น 10 ppm. หรือแช่น้ำร้อน65องศาเซลเซียสนาน 5 นาที

นายแพทย์โสภณกล่าวต่อว่า โรคนี้รักษาได้ และไม่ติดต่อจากคนสู่คน ไม่รุนแรงเหมือนโรคซาร์ส โรคไข้หวัดนก ในประเทศไทยมีรายงานพบโรคนี้ ประปราย ประชาชนไม่ควรกังวลมากเกินไป อีกทั้งคนทั่วไปที่มีร่างกายแข็ งแรงส่วนใหญ่จะไม่มีอาการป่ วยใดๆ กลุ่มเสี่ยงป่วยด้วยโรคนี้คือผู ้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง ผู้ที่มีภูมิต้านทานต่ำและผู้สู งอายุที่มีโรคเรื้อรัง โดยอาการเกิดขึ้น 2 ลักษณะ คือ อาการเบาจนถึงหนัก โดยอาการเบาจะมีอาการคล้ายไข้ หวัดใหญ่ คือมีไข้ ปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อ ไอ คลื่นไส้อาเจียน  ในทางการแพทย์เรียกว่า โรคไข้ปอนเตียก (Pontiac fever) แต่หากเชื้อเข้าสู่ร่างกายไปที่ ปอด ทำให้ปอดอักเสบ มีไข้สูง ไอ หนาวสั่น ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ อ่อนเพลีย และอาจเป็นสาเหตุทำให้เสียชีวิต จะเรียกว่าโรคลีเจียนแนร์ ประการสำคัญที่สุดคือ หากมีอาการเจ็บป่วยคล้ายกั บอาการที่กล่าวมาหรือหลังกลับจากท่องเที่ยว ขอให้นึกถึงโรคลีเจียนแนร์ และให้ไปพบแพทย์และเล่าประวัติ ให้แพทย์ทราบ เพื่อให้การวินิจฉัยโรคและรักษาอย่างถูกต้อง ซึ่งใช้เวลาไม่เกิน 1 สัปดาห์ก็หายขาด

อย่างไรก็ดีในช่วงนี้ ประเทศไทยสภาพอากาศร้อนจัด ญาติมีความเป็นห่วงผู้ป่วยจึงมักขอนำพัดลมไอน้ำมาใช้เพื่อให้ผู ้ป่วยรู้สึกสบายตัวขึ้นจึงขอความร่วมมือให้ใช้พัดลมระบบแรงลมทั่วๆไปเพื่อป้องกันการแพร่กระจายโรคลีเจียนแนร์ และขอแนะนำประชาชนให้ดูแลล้างทำความสะอาดเครื่องปรั บอากาศที่บ้านให้ทำความสะอาดท่อหล่อเย็นหรือถาดรองน้ำหล่อเย็ นของเครื่องปรับอากาศ อย่าให้มีน้ำ ขัง เปียกชื้น ควรทำให้แห้ง เพื่อลดความเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อโรคส่วนพัดลมไอน้ำไอเย็นให้ล้างภาชนะบรรจุน้ำอย่าปล่อยให้มี ตะไคร่น้ำและเปลี่ยนน้ำบ่อยๆ เนื่องจากเชื้อจะถูกทำลายได้ด้วยคลอรีนหากล้างและเติมน้ำประปาที่มีคลอรีนตามเกณฑ์ มาตรฐานจะช่วยทำลายเชื้อนี้ได้