thansettakij
thansettakij
SAPPE’ โชว์ไตรมาสแรกรายได้เพิ่ม 7%

SAPPE’ โชว์ไตรมาสแรกรายได้เพิ่ม 7%

12 พ.ค. 59 | 07:19 น.
อัปเดตล่าสุด :12 พ.ค. 59 | 14:19 น.
คุณปิยจิต ‘เซ็ปเป้’ โชว์รายได้ไตรมาส 1/59 เติบโต 7% หลังตลาดหลักอย่างประเทศจีนและอินโดนีเซีย พลิกฟื้นในทิศทางที่ดีขึ้นพร้อมลุยทำกิจกรรม ณ ช่องทางขายช่วยกระตุ้นการตัดสิ นใจซื้อของผู้บริโภค ด้านผู้บริหารตั้งเป้าปีนี้โต 15% รับเล็งหาพันธมิตรตัวแทนจำหน่ ายในจีนเพิ่มเติม ขณะที่ตลาดในประเทศยันเก็บภาษี สรรพสามิตเครื่องดื่มที่มีน้ ำตาลเกินเกณฑ์มาตรฐานไม่กระทบ

นางสาวปิยจิต รักอริยะพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็ปเป้ จำกัด (มหาชน) หรือ SAPPE  เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานในไตรมาส 1/59 (มกราคม-มีนาคม) ว่า บริษัทฯ ทำรายได้รวม 605 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่ อนที่มีรายได้ 567 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิของบริษัทใหญ่ 68 ล้านบาท โดยปัจจัยความสำเร็จมาจากตลาดต่ างประเทศที่เติบโตดี โดยเฉพาะตลาดหลักอย่างประเทศจี นและอินโดนีเซียที่มียอดขายเติ บโตขึ้น หลังจากที่ตัวแทนจำหน่ ายในประเทศจีนได้กระจายสินค้ าเข้าสู่ช่องทางจำหน่ายไปถึงกลุ ่มเป้าหมายเพื่อรองรับความต้ องการของลูกค้าได้ดีขึ้น ส่งผลดีต่อภาพรวมในไตรมาสแรกปี นี้

ขณะที่ตลาดในประเทศอินโดนีเซี ยก็กลับมามียอดขายเติบโตที่ดี โดยมีรายได้เพิ่มขึ้น 51% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน หลังจากเศรษฐกิจอินโดนีเซียฟื้ นตัวดีขึ้น พร้อมกันนี้ บริษัทฯ ได้ร่วมมือกับตัวแทนจำหน่ายในอินโดนีเซียทำกิจกรรมการตลาด ณ ช่องทางขาย รวมถึงจัดชั้นวางสินค้าเพื่อสร้างความโดดเด่นให้แก่ผลิตภัณฑ์ ส่งผลให้ผู้บริโภคให้การตอบรับที่ดีมากขึ้น ส่วนตลาดในประเทศนั้น บริษัทฯ มีการจัดแคมเปญกิ จกรรมการตลาดพร้อมเปิดตั วภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่รับฤดู กาลขายสินค้า ส่งผลให้ภาพรวมยอดขายของ SAPPE เติบโตได้ดีขึ้น

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SAPPE กล่าวว่า สำหรับเป้าหมายดำเนินงานในปีนี้ บริษัทฯ ตั้งเป้าเติบโต 15% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา โดยปัจจัยมาจากยอดขายตลาดต่ างประเทศเป็นหลัก ซึ่งมีประเทศจีนและอินโดนีเซี ยที่มีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่อง ในขณะที่ตลาดในประเทศมีแนวโน้ มฟื้นตัวดีขึ้นตั้งแต่ไตรมาสที่ 2 จากกิจกรรมทางการตลาดที่ ออกไปในช่วงหน้าร้อน แม้จะส่งผลให้ค่าใช้จ่ ายทางการขายและการตลาดในไตรมาส 1 ปีนี้อยู่ในระดับค่อนข้างสูง แต่ระดับค่าใช้จ่ายโดยรวมทั้งปี จะยังคงอยู่ในงบประมาณเดิมที่ วางไว้

สำหรับประเด็นในเรื่องภาษี สรรพสามิต แม้ภาครัฐมีแนวคิดการจัดเก็ บภาษีสรรพสามิตเครื่องดื่มที่มี ส่วนผสมน้ำตาลเกินมาตรฐาน โดยการจัดเก็บมี 2 อัตรา ได้แก่20% และ 25% นั้น แต่เชื่อว่าจากนโยบายดังกล่ าวจะไม่ส่งผลกระทบต่อทิ ศทางการดำเนินงานของ SAPPE เนื่องจากผลิตภัณฑ์เครื่องดื่ มที่ทำตลาดในประเทศ ได้แก่ กลุ่มผลิตภัณฑ์กาแฟผงสำเร็จรู ปภายใต้แบรนด์ ‘เพรียว คอฟฟี่’ และกลุ่มเครื่องดื่มฟังก์ชั นนอลดริ้ง ภายใต้แบรนด์ ‘เซ็ปเป้ บิวติ ดริ้ง’ นั้น  เป็นแบรนด์หลักในการทำการตลาดที ่ไม่ได้รับผลกระทบจากมาตรการจั ดเก็บภาษีดังกล่าว โดยกลุ่มผลิตภัณฑ์กาแฟมีการส่ งเสริมการใช้วัตถุดิ บการเกษตรภายในประเทศ ในขณะที่กลุ่มฟังก์ชันนอล ดริ้ง อย่าง ‘เซ็ปเป้ บิวติ ดริ้ง’ นั้น ไม่ใช้น้ำตาลเป็นสารให้ความหวาน จึงไม่เข้าเกณฑ์การเก็บภาษี สรรพสามิตเครื่องดื่ม