
ผู้ปกครอง 85.9% รับมีปัญหาทางการเงินช่วงลูกใกล้เปิดเทอม
สำหรับในช่วงเปิดเทอมนี้พบว่า ผู้ปกครองร้อยละ 85.9 ระบุว่ามีปัญหาทางการเงินในช่วงเปิดเทอมของบุตร โดยปัญหาที่พบคือ มีค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันเพิ่มมากขึ้น (ร้อยละ 30.4) รองลงมาคือสินค้าเกี่ยวกับการเรียนแพงขึ้นเกินงบที่ตั้งไว้ (ร้อยละ 19.8) และโรงเรียนมีค่าเทอม/ค่าบำรุง/ค่ากิจกรรมเพิ่มขึ้น (ร้อยละ 14.5)
ส่วนวิธีการแก้ปัญหาทางการเงินนั้น ผู้ปกครองร้อยละ 20.6 ใช้วิธีให้ลูกใช้เสื้อผ้า อุปกรณ์การเรียนของปีที่แล้วไปก่อน รองลงมาร้อยละ 20.3 ใช้วิธีนำเงินที่สะสมไว้ออกมาใช้ และร้อยละ 18.0 ใช้วิธีลดปริมาณการซื้อเสื้อผ้า / อุปกรณ์ต่างๆ
ทั้งนี้ความความพึงพอใจในการปฏิรูปด้านการศึกษาจากรัฐบาลปัจจุบันอยู่ที่ 5.71 คะแนน จาก คะแนนเต็ม 10 คะแนน
ด้านความเห็นที่มีต่อโครงการเรียนฟรีของรัฐบาลนั้น ผู้ปกครองส่วนใหญ่ร้อยละ 89.6 อยากให้คงนโยบายโครงการเรียนฟรี 15 ปี ตั้งแต่ชั้นอนุบาล – ม.6 ไว้เหมือนเดิม ขณะที่มีเพียงร้อยละ 6.4 เท่านั้นที่ระบุว่าอยากให้ปรับเป็นเรียนฟรี 12 ปี ตั้งแต่ก่อนวัยเรียนจนจบการศึกษาภาคบังคับตามร่างรัฐธรรมนูญ โดยมีรายละเอียดดังนี้
1. ค่าใช้จ่ายในเรื่องการเรียนของบุตรในปีนี้เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา
มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ร้อยละ 67.4 มีค่าใช้จ่ายเท่าเดิม ร้อยละ 28.4 มีค่าใช้จ่ายลดลง ร้อยละ 4.2
2. เมื่อถามว่า “ท่านมีปัญหาทางการเงินในช่วงใกล้เปิดเทอมของบุตรหรือไม่”
ไม่มีปัญหา ร้อยละ 14.1 มีปัญหา ร้อยละ 85.9 โดยปัญหาที่พบ คือ มีค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันเพิ่มมากขึ้น ร้อยละ 30.4 สินค้าเกี่ยวกับการเรียนแพงขึ้นเกินงบที่ตั้งไว้ ร้อยละ 19.8 โรงเรียนมีค่าเทอม/ค่าบำรุง/ค่ากิจกรรมเพิ่มขึ้น ร้อยละ 14.5 รายได้ / รายรับลดลง ร้อยละ 13.9 เงินช่วยเหลือจากรัฐบาลเบิกได้ล่าช้า ร้อยละ 4.0 จำนวนบุตรเข้าเรียนเพิ่มขึ้น ร้อยละ 3.3
3. วิธีการที่ผู้ปกครองใช้ในการแก้ปัญหาทางการเงิน คือ (ถามเฉพาะผู้ที่ตอบว่ามีปัญหา)
ใช้เสื้อผ้า /อุปกรณ์การเรียนของปีที่แล้วไปก่อน ร้อยละ 20.6 นำเงินที่สะสมไว้ออกมาใช้ ร้อยละ 20.3 ลดปริมาณการซื้อเสื้อผ้า / อุปกรณ์ต่างๆ ร้อยละ 18.0 ทำงานพิเศษ/โอทีเพิ่มขึ้น ร้อยละ 10.3 ขอยืมเงินจากญาติ/ พี่น้อง /เพื่อน ร้อยละ 8.1 จำนำทรัพย์สิน ร้อยละ 5.7 กู้เงินนอกระบบ ร้อยละ 5.6 ผ่อน/เลื่อนการจ่ายค่าเทอมกับโรงเรียน ร้อยละ 4.3 กู้ธนาคาร/ใช้บัตรเครดิต ร้อยละ 3.5 อื่นๆ กู้เงินบริษัท ขายของมีค่า หาซื้อของราคาถูก ฯลฯ ร้อยละ 3.6
4. ความพึงพอใจในการปฏิรูปด้านการศึกษาจากรัฐบาลปัจจุบัน คะแนนความพึงพอใจอยู่ที่ 5.71 คะแนน จาก คะแนนเต็ม 10 คะแนน
5. ความเห็นต่อโครงการเรียนฟรีของรัฐบาล
อยากให้คงนโยบายโครงการเรียนฟรี 15 ปี ตั้งแต่ชั้นอนุบาล – ม.6 ไว้เหมือนเดิม ร้อยละ 89.6 อยากให้ปรับเป็นเรียนฟรี 12 ปี ตั้งแต่ก่อนวัยเรียนจนจบการศึกษาภาคบังคับตามร่างรัฐธรรมนูญ ร้อยละ 6.4 ไม่แน่ใจ ร้อยละ 4.0






