
ซีพีเล็งขายข้าว1ล้านตัน-ลุยแผนดันยอด
ข้าวตราฉัตรเครือซีพี พลิกกลยุทธ์การตลาด ผุดแคมเปญ "การันตี คุณภาพ" ไม่พอใจคืนข้าวได้เป็นเจ้าแรกของไทย ปีนี้เน้นสร้างคุณภาพและบริการ มั่นใจกำลังซื้อดีกว่าปีก่อนชี้ราคาข้าวถุงปีนี้ถูกว่าปีก่อนเฉลี่ย 10% ชี้ปัญหาภัยแล้งกระทบหลายประเทศอาจมีการสั่งซื้อข้าวมากขึ้น ยังคงส่งออกและจำหน่ายในประเทศ 1 ล้านตัน มูลค่ารวม 1.8 หมื่นล้านบาท ไตรมาสแรกส่งออกไปแล้ว 2 แสนตัน
นายยงยุทธ พฤกษ์มหาดำรง รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ซี.พี.อินเตอร์เทรด จำกัด (ข้าวตราฉัตร) เปิดเผยว่า ในไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ ข้าวตราฉัตร ได้จัดแคมเปญ การันตีคุณภาพ ภายใต้ข้อความ "เพราะเราดีจริง จึงกล้ารับประกัน" ทั้งนี้เพื่อเป็นการตอกย้ำมาตรฐานของกระบวนการผลิต และสร้างความเชื่อมั่นคุณภาพข้าวของบริษัทในตลาดผู้บริโภคทั่วประเทศ พร้อมทั้งเดินแผนเชิงรุกแบบที่ไม่มีผู้ผลิตรายใดทำมาก่อนผ่านเครื่องหมาย "รับเปลี่ยนสินค้าทันที หากไม่พึงพอใจ"
[caption id="attachment_51307" align="aligncenter" width="376"]
ฐิติ ลุจินตานนท์
รองกรรมการผู้จัดการบริหาร การค้าข้าวในประเทศและต่างประเทศ ธุรกิจอาหารและสินค้าทั่วไป
บริษัท ซี.พี.อินเตอร์เทรด[/caption]
ด้านนายฐิติ ลุจินตานนท์ รองกรรมการผู้จัดการบริหาร การค้าข้าวในประเทศและต่างประเทศ ธุรกิจอาหารและสินค้าทั่วไป บริษัท ซี.พี.อินเตอร์เทรด กล่าวเสริมว่า แคมเปญ การันตีคุณภาพ ที่บริษัททำอยู่จะใช้ทั้งในและต่างประเทศโดยในส่วนของต่างประเทศจะใช้เฉพาะที่เป็นแบรนด์ตราฉัตรเท่านั้น ซึ่งถือเป็นกลยุทธ์การขยายตลาดของบริษัทของปีนี้ ต่างจากปีก่อนที่เน้นจุดขายทำโปรโมชันด้านราคาเป็นหลักซึ่งยอมรับว่าปีที่ผ่านมาเศรษฐกิจในประเทศเป็นตัวฉุดกำลังซื้อไปพอสมควร แต่มั่นใจว่าปีนี้กำลังซื้อน่าจะดีขึ้นแต่ก็ยังไม่ชัดเจนมากนัก ดังนั้นในปีนี้จะเน้นในเรื่องราคาอย่างเดียวคงไม่ได้ เพราะกลุ่มลูกค้าที่มองเรื่องคุณภาพก็มีจำนวนมากเช่นกัน
สำหรับราคาข้าวสารในปีนี้ภาพรวมถือว่าถูกลงกว่าปีที่ผ่านมา อย่างข้าวหอมมะลิราคาถูกลงแต่ไม่มาก โดยเฉลี่ยยังอยู่ที่ 30-35 บาทต่อกิโลกรัม (ราคา ณ ปัจจุบัน) ส่วนข้าวขาวถือว่าถูกลงจากปีก่อน 10% เพราะวัตถุดิบราคาถูกลง อย่างข้าวเปลือกสีเป็นข้าวสาร ถ้าเป็นข้าวขาวกิโลกรัมละ 22-23 บาท ข้าวปทุมธานีกิโลกรัมละ 29 บาท
"ภาพรวมราคาข้าวในประเทศอาจจะอ่อนตัวตามแนวโน้มตลาดโลก ปัญหาภัยแล้ง ทำให้กลุ่มประเทศผู้ผลิตที่ส่งออกข้าวได้รับผลกระทบ เช่น เวียดนาม กัมพูชา เมียนมา ยกเว้นอินเดียที่ยังอยู่ในภาวะปกติ ดังนั้นในฤดูกาลผลิตใหม่คงต้องติดตามอย่างใกล้ชิดทั้งในประเทศและตลาดเพื่อนบ้านว่าจะมีผลผลิตเป็นอย่างไร "
นายฐิติ กล่าวอีกว่า ภาพรวมการส่งออกข้าวและจำหน่ายในประเทศของบริษัทในปีนี้ยังคงเป้าหมายเดิมตั้งแต่ต้นปีที่ 1 ล้านตัน เป้ารายได้ 1.8 หมื่นล้านบาท โดยสัดส่วน 70% มาจากการส่งออก ตั้งเป้าไว้ที่ 7 แสนตัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ส่งออก 6 แสนตัน และอีก 30% เป็นจำหน่ายในประเทศปริมาณ 3 แสนตัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 1 แสนตัน โดยไตรมาสแรกสามารถส่งออกไปแล้ว 2 แสนตัน มูลค่าประมาณ 3 พันล้านบาท และในประเทศจำหน่ายไปแล้ว 6 หมื่นตัน มูลค่า 1.5 พันล้านบาท
"ปัจจัยเสี่ยงในปีนี้ คือสต๊อกข้าวของรัฐบาลที่จะเป็นตัวฉุดเรื่องราคาข้าวในตลาด แต่ทั้งนี้ปัจจัยบวกก็ยังมีเข้ามา เช่น ค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นมาในช่วงสั้นๆ ไม่อ่อนค่าลงมากจะช่วยให้เอกชนแข่งขันได้ และยังมีผลผลิตที่เพียงพอทั้งข้าวหอมมะลิและข้าวขาว และตลาดข้าวพรีเมียมยังโตอย่างต่อเนื่อง"
Photo : Pixabay
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,155 วันที่ 8 - 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2559
นายยงยุทธ พฤกษ์มหาดำรง รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ซี.พี.อินเตอร์เทรด จำกัด (ข้าวตราฉัตร) เปิดเผยว่า ในไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ ข้าวตราฉัตร ได้จัดแคมเปญ การันตีคุณภาพ ภายใต้ข้อความ "เพราะเราดีจริง จึงกล้ารับประกัน" ทั้งนี้เพื่อเป็นการตอกย้ำมาตรฐานของกระบวนการผลิต และสร้างความเชื่อมั่นคุณภาพข้าวของบริษัทในตลาดผู้บริโภคทั่วประเทศ พร้อมทั้งเดินแผนเชิงรุกแบบที่ไม่มีผู้ผลิตรายใดทำมาก่อนผ่านเครื่องหมาย "รับเปลี่ยนสินค้าทันที หากไม่พึงพอใจ"
[caption id="attachment_51307" align="aligncenter" width="376"]
รองกรรมการผู้จัดการบริหาร การค้าข้าวในประเทศและต่างประเทศ ธุรกิจอาหารและสินค้าทั่วไป
บริษัท ซี.พี.อินเตอร์เทรด[/caption]
ด้านนายฐิติ ลุจินตานนท์ รองกรรมการผู้จัดการบริหาร การค้าข้าวในประเทศและต่างประเทศ ธุรกิจอาหารและสินค้าทั่วไป บริษัท ซี.พี.อินเตอร์เทรด กล่าวเสริมว่า แคมเปญ การันตีคุณภาพ ที่บริษัททำอยู่จะใช้ทั้งในและต่างประเทศโดยในส่วนของต่างประเทศจะใช้เฉพาะที่เป็นแบรนด์ตราฉัตรเท่านั้น ซึ่งถือเป็นกลยุทธ์การขยายตลาดของบริษัทของปีนี้ ต่างจากปีก่อนที่เน้นจุดขายทำโปรโมชันด้านราคาเป็นหลักซึ่งยอมรับว่าปีที่ผ่านมาเศรษฐกิจในประเทศเป็นตัวฉุดกำลังซื้อไปพอสมควร แต่มั่นใจว่าปีนี้กำลังซื้อน่าจะดีขึ้นแต่ก็ยังไม่ชัดเจนมากนัก ดังนั้นในปีนี้จะเน้นในเรื่องราคาอย่างเดียวคงไม่ได้ เพราะกลุ่มลูกค้าที่มองเรื่องคุณภาพก็มีจำนวนมากเช่นกัน
สำหรับราคาข้าวสารในปีนี้ภาพรวมถือว่าถูกลงกว่าปีที่ผ่านมา อย่างข้าวหอมมะลิราคาถูกลงแต่ไม่มาก โดยเฉลี่ยยังอยู่ที่ 30-35 บาทต่อกิโลกรัม (ราคา ณ ปัจจุบัน) ส่วนข้าวขาวถือว่าถูกลงจากปีก่อน 10% เพราะวัตถุดิบราคาถูกลง อย่างข้าวเปลือกสีเป็นข้าวสาร ถ้าเป็นข้าวขาวกิโลกรัมละ 22-23 บาท ข้าวปทุมธานีกิโลกรัมละ 29 บาท
"ภาพรวมราคาข้าวในประเทศอาจจะอ่อนตัวตามแนวโน้มตลาดโลก ปัญหาภัยแล้ง ทำให้กลุ่มประเทศผู้ผลิตที่ส่งออกข้าวได้รับผลกระทบ เช่น เวียดนาม กัมพูชา เมียนมา ยกเว้นอินเดียที่ยังอยู่ในภาวะปกติ ดังนั้นในฤดูกาลผลิตใหม่คงต้องติดตามอย่างใกล้ชิดทั้งในประเทศและตลาดเพื่อนบ้านว่าจะมีผลผลิตเป็นอย่างไร "
นายฐิติ กล่าวอีกว่า ภาพรวมการส่งออกข้าวและจำหน่ายในประเทศของบริษัทในปีนี้ยังคงเป้าหมายเดิมตั้งแต่ต้นปีที่ 1 ล้านตัน เป้ารายได้ 1.8 หมื่นล้านบาท โดยสัดส่วน 70% มาจากการส่งออก ตั้งเป้าไว้ที่ 7 แสนตัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ส่งออก 6 แสนตัน และอีก 30% เป็นจำหน่ายในประเทศปริมาณ 3 แสนตัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 1 แสนตัน โดยไตรมาสแรกสามารถส่งออกไปแล้ว 2 แสนตัน มูลค่าประมาณ 3 พันล้านบาท และในประเทศจำหน่ายไปแล้ว 6 หมื่นตัน มูลค่า 1.5 พันล้านบาท
"ปัจจัยเสี่ยงในปีนี้ คือสต๊อกข้าวของรัฐบาลที่จะเป็นตัวฉุดเรื่องราคาข้าวในตลาด แต่ทั้งนี้ปัจจัยบวกก็ยังมีเข้ามา เช่น ค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นมาในช่วงสั้นๆ ไม่อ่อนค่าลงมากจะช่วยให้เอกชนแข่งขันได้ และยังมีผลผลิตที่เพียงพอทั้งข้าวหอมมะลิและข้าวขาว และตลาดข้าวพรีเมียมยังโตอย่างต่อเนื่อง"
Photo : Pixabay
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,155 วันที่ 8 - 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2559






