
เปิดโมเดล‘ประชารัฐ’ เรียนรู้‘ดีมานด์ ซัพพลาย’กับเทสโก้ โลตัส
การก้าวร่วมเป็นหนึ่ง ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก ภายใต้แนวคิด "ประชารัฐ" ของเทสโก้ โลตัส ผู้ประกอบการค้าปลีกรายใหญ่ของเมืองไทยเกิดขึ้น โดยมุ่งหวังที่จะนำความเชี่ยวชาญในด้านการขาย ผนวกประสบการณ์จากการคลุกคลีในภาคเกษตรกรรม มาแลกเปลี่ยนและสร้างมูลค่าเพิ่ม เพื่อเป็นฟันเฟืองสำคัญในการผนึกความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ให้บรรลุถึงผลสำเร็จตามที่ตั้งเป้าหมายไว้
"ฐานเศรษฐกิจ" ได้มีโอกาสสัมภาษณ์ "ชาคริต ดิเรกวัฒนชัย" รองประธานกรรมการ แผนกสื่อสารองค์กรและความยั่งยืน บริษัท เอก-ชัย ดีสทริบิวชั่น ซิสเทม จำกัด ผู้บริหาร "เทสโก้ โลตัส" หนุ่มนักการตลาดที่ผันตัวเองมาเดินบนเส้นทางนักประชาสัมพันธ์ และกิจกรรมเพื่อสังคมหรือซีเอสอาร์ หลังเป็นแกนนำในการเข้าช่วยเหลือประชาชนในช่วงมหาอุทกภัยครั้งประวัติศาสตร์ในปี 2554 และปัจจุบันเขายังเป็น "ตัวยืน" ในโครงการประชารัฐฯ ที่เริ่มต้นขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรมแล้ว
[caption id="attachment_50378" align="aligncenter" width="500"]
เทสโก้ โลตัส ประชารัฐ ร่วมใจ[/caption]
โมเดลต้นแบบ "ทุ่งกุลาฯ ยิ้มได้"
"ชาคริต" บอกว่า ที่ผ่านมาเทสโก้ โลตัส ให้ความสำคัญกับการพัฒนา ส่งเสริม และสนับสนุนผู้ประกอบการสินค้าเกษตรกรรม และอื่นๆ ที่เป็นซัพพลายเออร์อยู่แล้ว แต่เมื่อเกิดเป็นโครงการประชารัฐฯ ขึ้นถือเป็นสิ่งที่ดี ที่เทสโก้ โลตัสจะได้เข้าไปจัดระเบียบ และให้การส่งเสริมอย่างเป็นรูปธรรม โดยอาศัยความเชี่ยวชาญที่มีอยู่ทั้งในด้านการค้าปลีก ซื้อมาขายไป ความเข้าใจในตลาด ในตัวลูกค้า และมีช่องทางจำหน่าย (หน้าร้าน) จำนวนมาก เป็นปัจจัยหลักในการเข้าไปให้ความช่วยเหลือ
โดยขณะนี้เริ่มดำเนินโครงการไปแล้วกว่า 10 โครงการ ภายใต้โมเดล "เทสโก้ โลตัส ประชารัฐ ร่วมใจ" โดยมุ่งเน้นใน 2 ส่วนหลัก คือ โครงการรับซื้อผลผลิตทางการเกษตรโดยตรงจากเกษตรกร (Direct Sourcing) และโครงการให้การสนับสนุนผู้ประกอบการ SME และ OTOP
โดยหนึ่งในโครงการรับซื้อผลผลิตโดยตรงจากเกษตรกร ที่ประสบความสำเร็จคือ โครงการปลูกผักกลางนา ทุ่งกุลาฯ ยิ้มได้ ซึ่งเป็นการส่งเสริมให้ชาวนาที่ไม่สามารถทำนาได้เพราะขาดน้ำ หันมาปลูกผักเศรษฐกิจเพื่อสร้างรายได้ให้กับครอบครัวเพิ่ม โดยเทสโก้ โลตัสจะลงไปให้ความรู้ในเรื่องของการเพาะปลูก ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง สอนเรื่องของตลาด ความต้องการของตลาด (ดีมานด์) และปริมาณการผลิตของเกษตรกร (ซัพพลาย) เพื่อให้เกิดความสมดุลของผลผลิตที่จะออกมาเพียงพอกับความต้องการของตลาด ซึ่งจะทำให้ผลผลิตเหล่านั้นได้ราคาที่ดี เหมาะสม โดยเริ่มแรกเป็นการทดลองปลูกผักบุ้งจีน ในกลุ่มเกษตรกร วัดป่าทุ่งกุลาเฉลิมราช อำเภอเกษตรวิสัย จังหวัดร้อยเอ็ดจำนวน 30 ครัวเรือนบนที่ดิน 13 ไร่ เมื่อต้นปีที่ผ่านมา และเริ่มเก็บผลผลิตนำมาจำหน่ายผ่านทางเทสโก้ โลตัสเมื่อเดือนมีนาคม เบื้องต้นพบว่าเกษตรกรมีรายได้เสริม 5,000 บาทต่อครัวเรือน ต่อรอบการเก็บเกี่ยว และขณะนี้อยู่ระหว่างการทดลองปลูกผักอื่นๆ เช่น ผักคะน้า ผักกวางตุ้ง เป็นต้น
[caption id="attachment_50379" align="aligncenter" width="500"]
เทสโก้ โลตัส ประชารัฐ ร่วมใจ[/caption]
ลดการสูญเสียซัพพลายเชน
"เป้าหมายคือ เราต้องการสอนให้เกษตรกรเรียนรู้ถึงการคิดต้นทุน การลดต้นทุน การควบคุมต้นทุน และการสร้างมูลค่าเพิ่มเพื่อให้ราคาสินค้าไม่ตกต่ำ ซึ่งนอกจากเรื่องของการส่งเสริมให้ปลูกผักเศรษฐกิจที่เป็นที่ต้องการของตลาด ซึ่งจะทำให้ขายได้ตลอดทั้งปี การเลือกช่วงเวลาในการเพาะปลูก ที่ลดหย่อนกันไป จะทำให้มีผลผลิตออกมาไม่มากเกินไป และมีให้จำหน่ายตลอดทั้งปี รวมถึงการให้ความรู้เรื่องของการสูญเสียระหว่างการขนส่ง ซึ่งจะทำให้มีรายได้เพิ่มมากขึ้น"
สิ่งเหล่านี้นอกจากเกษตรกร จะได้รับความรู้และสามารถนำไปใช้ต่อได้ในอนาคต เทสโก้ โลตัสเราก็ได้ประโยชน์เช่นกันจากการลดของเสียในระบบซัพพลายเชน เช่น การให้เกษตรกรปลูกพืชตามความต้องการของตลาด ก็จะทำให้เทสโก้ โลตัสมีสินค้าจำหน่ายตลอดปี และเป็นสินค้าที่มีคุณภาพเพราะได้รับการดูแลเป็นอย่างดี ลดการใช้ยาฆ่าแมลง ลดขั้นตอนการตรวจสอบคุณภาพ หรือคิวซี และลดขึ้นตอนการขนส่ง และสำคัญคือตัดตอนพ่อค้าคนกลาง ทำให้เกษตรกรมีรายได้มากขึ้น
เดินหน้าหนุน SMEs ครบวงจร
อีกหนึ่งตัวอย่างที่ดำเนินการไปแล้วและประสบความสำเร็จ คือ งานเทศกาลของดีชายแดนใต้ ซึ่งเทสโก้ โลตัส ร่วมกับศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) สนับสนุนให้ผู้ประกอบการจาก 3 จังหวัดชายแดนใต้ มีช่องทางการกระจายสินค้าสู่ตลาดที่กว้างขึ้น โดยให้ผู้ประกอบการกว่า 100 บูธ อาทิ ผ้าบาติก , สมุนไพรแปรรูป , ดอกไม้จากใบตาล กระเป๋าสาน แกงใต้ ขนมลา ฯลฯ มาออกร้านจำหน่ายสินค้าและบริการฟรี ณ เทสโก้ โลตัส พลัส มอลล์ ศรีนครินทร์ ซึ่งเบื้องต้นได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี จากลูกค้าที่มาเลือกซื้อสินค้า ส่งผลให้มียอดขายกว่า 4.5 ล้านบาท จากการออกร้านจำวน 5 วัน ซึ่งในอนาคตบริษัทมีแผนขยายการจัดงานไปยังกลุ่มผู้ประกอบการอื่นๆ และพื้นที่จำหน่ายอื่นๆ ด้วย
ทั้งนี้เทสโก้ โลตัสจะให้การสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอี อย่างครบวงจรทั้งใน 3 ระดับคือ Start-up SMEs โดยเปิดโอกาสให้เข้ามาค้าขายผ่านช่องทางค้าปลีกขนาดใหญ่ พร้อมกับการจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) , Growing SMEs การให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการเกี่ยวกับมาตรฐานการผลิตระดับสากล การวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้า และข้อมูลการขาย การตั้งราคา และการขยายตลาด สุดท้ายคือ Establishes SMEs การสนับสนุนในการขยายธุรกิจ โดยจัดโครงการร่วมกับธนาคารพาณิชย์ เพื่อให้คู่ค้าเทสโก้ โลตัสสามารถใช้ใบสั่งซื้อหรือใบเรียกเก็บเงินของเทสโก้ โลตัส ในการค้ำประกันวงเงินหรือเงินกู้กับธนาคารในอัตราดอกเบี้ยพิเศษได้
"ชาคริต" บอกอีกว่า ยังมีอีกหลายโครงการที่เทสโก้ โลตัสเข้าไปให้การส่งเสริม เช่น การร่วมกับกรมแรงงาน เปิดโอกาสให้คนพิการ มีรายได้เสริมจากการรับจ้างเย็บผ้า เช่น เสื้อผ้าลายดอก เสื้อผ้าขาว (สำหรับเทศกาลกินเจ) ก่อนที่จะนำไปวางจำหน่ายในเทสโก้ โลตัสทั่วประเทศ เป็นต้น
ทั้งหมดนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้น และโครงการที่ทดลองทำ พร้อมกับบรรลุผลสำเร็จไปแล้ว โครงการต่างๆ ยังคงเดินหน้าต่อเนื่อง เพื่อให้ส่งผลต่อเกษตรกรอย่างยั่งยืน รวมถึงการเดินหน้าของเทสโก้ โลตัส ที่มีเป้าหมายจะจัดทำโครงการต่างๆ ให้ครบ 22 โครงการ เพื่อฉลองวาระครบรอบ 22 ปีในการเข้ามาเปิดกิจการในเมืองไทยด้วย
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,154 วันที่ 5 - 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2559
"ฐานเศรษฐกิจ" ได้มีโอกาสสัมภาษณ์ "ชาคริต ดิเรกวัฒนชัย" รองประธานกรรมการ แผนกสื่อสารองค์กรและความยั่งยืน บริษัท เอก-ชัย ดีสทริบิวชั่น ซิสเทม จำกัด ผู้บริหาร "เทสโก้ โลตัส" หนุ่มนักการตลาดที่ผันตัวเองมาเดินบนเส้นทางนักประชาสัมพันธ์ และกิจกรรมเพื่อสังคมหรือซีเอสอาร์ หลังเป็นแกนนำในการเข้าช่วยเหลือประชาชนในช่วงมหาอุทกภัยครั้งประวัติศาสตร์ในปี 2554 และปัจจุบันเขายังเป็น "ตัวยืน" ในโครงการประชารัฐฯ ที่เริ่มต้นขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรมแล้ว
[caption id="attachment_50378" align="aligncenter" width="500"]
โมเดลต้นแบบ "ทุ่งกุลาฯ ยิ้มได้"
"ชาคริต" บอกว่า ที่ผ่านมาเทสโก้ โลตัส ให้ความสำคัญกับการพัฒนา ส่งเสริม และสนับสนุนผู้ประกอบการสินค้าเกษตรกรรม และอื่นๆ ที่เป็นซัพพลายเออร์อยู่แล้ว แต่เมื่อเกิดเป็นโครงการประชารัฐฯ ขึ้นถือเป็นสิ่งที่ดี ที่เทสโก้ โลตัสจะได้เข้าไปจัดระเบียบ และให้การส่งเสริมอย่างเป็นรูปธรรม โดยอาศัยความเชี่ยวชาญที่มีอยู่ทั้งในด้านการค้าปลีก ซื้อมาขายไป ความเข้าใจในตลาด ในตัวลูกค้า และมีช่องทางจำหน่าย (หน้าร้าน) จำนวนมาก เป็นปัจจัยหลักในการเข้าไปให้ความช่วยเหลือ
โดยขณะนี้เริ่มดำเนินโครงการไปแล้วกว่า 10 โครงการ ภายใต้โมเดล "เทสโก้ โลตัส ประชารัฐ ร่วมใจ" โดยมุ่งเน้นใน 2 ส่วนหลัก คือ โครงการรับซื้อผลผลิตทางการเกษตรโดยตรงจากเกษตรกร (Direct Sourcing) และโครงการให้การสนับสนุนผู้ประกอบการ SME และ OTOP
โดยหนึ่งในโครงการรับซื้อผลผลิตโดยตรงจากเกษตรกร ที่ประสบความสำเร็จคือ โครงการปลูกผักกลางนา ทุ่งกุลาฯ ยิ้มได้ ซึ่งเป็นการส่งเสริมให้ชาวนาที่ไม่สามารถทำนาได้เพราะขาดน้ำ หันมาปลูกผักเศรษฐกิจเพื่อสร้างรายได้ให้กับครอบครัวเพิ่ม โดยเทสโก้ โลตัสจะลงไปให้ความรู้ในเรื่องของการเพาะปลูก ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง สอนเรื่องของตลาด ความต้องการของตลาด (ดีมานด์) และปริมาณการผลิตของเกษตรกร (ซัพพลาย) เพื่อให้เกิดความสมดุลของผลผลิตที่จะออกมาเพียงพอกับความต้องการของตลาด ซึ่งจะทำให้ผลผลิตเหล่านั้นได้ราคาที่ดี เหมาะสม โดยเริ่มแรกเป็นการทดลองปลูกผักบุ้งจีน ในกลุ่มเกษตรกร วัดป่าทุ่งกุลาเฉลิมราช อำเภอเกษตรวิสัย จังหวัดร้อยเอ็ดจำนวน 30 ครัวเรือนบนที่ดิน 13 ไร่ เมื่อต้นปีที่ผ่านมา และเริ่มเก็บผลผลิตนำมาจำหน่ายผ่านทางเทสโก้ โลตัสเมื่อเดือนมีนาคม เบื้องต้นพบว่าเกษตรกรมีรายได้เสริม 5,000 บาทต่อครัวเรือน ต่อรอบการเก็บเกี่ยว และขณะนี้อยู่ระหว่างการทดลองปลูกผักอื่นๆ เช่น ผักคะน้า ผักกวางตุ้ง เป็นต้น
[caption id="attachment_50379" align="aligncenter" width="500"]
ลดการสูญเสียซัพพลายเชน
"เป้าหมายคือ เราต้องการสอนให้เกษตรกรเรียนรู้ถึงการคิดต้นทุน การลดต้นทุน การควบคุมต้นทุน และการสร้างมูลค่าเพิ่มเพื่อให้ราคาสินค้าไม่ตกต่ำ ซึ่งนอกจากเรื่องของการส่งเสริมให้ปลูกผักเศรษฐกิจที่เป็นที่ต้องการของตลาด ซึ่งจะทำให้ขายได้ตลอดทั้งปี การเลือกช่วงเวลาในการเพาะปลูก ที่ลดหย่อนกันไป จะทำให้มีผลผลิตออกมาไม่มากเกินไป และมีให้จำหน่ายตลอดทั้งปี รวมถึงการให้ความรู้เรื่องของการสูญเสียระหว่างการขนส่ง ซึ่งจะทำให้มีรายได้เพิ่มมากขึ้น"
สิ่งเหล่านี้นอกจากเกษตรกร จะได้รับความรู้และสามารถนำไปใช้ต่อได้ในอนาคต เทสโก้ โลตัสเราก็ได้ประโยชน์เช่นกันจากการลดของเสียในระบบซัพพลายเชน เช่น การให้เกษตรกรปลูกพืชตามความต้องการของตลาด ก็จะทำให้เทสโก้ โลตัสมีสินค้าจำหน่ายตลอดปี และเป็นสินค้าที่มีคุณภาพเพราะได้รับการดูแลเป็นอย่างดี ลดการใช้ยาฆ่าแมลง ลดขั้นตอนการตรวจสอบคุณภาพ หรือคิวซี และลดขึ้นตอนการขนส่ง และสำคัญคือตัดตอนพ่อค้าคนกลาง ทำให้เกษตรกรมีรายได้มากขึ้น
เดินหน้าหนุน SMEs ครบวงจร
อีกหนึ่งตัวอย่างที่ดำเนินการไปแล้วและประสบความสำเร็จ คือ งานเทศกาลของดีชายแดนใต้ ซึ่งเทสโก้ โลตัส ร่วมกับศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) สนับสนุนให้ผู้ประกอบการจาก 3 จังหวัดชายแดนใต้ มีช่องทางการกระจายสินค้าสู่ตลาดที่กว้างขึ้น โดยให้ผู้ประกอบการกว่า 100 บูธ อาทิ ผ้าบาติก , สมุนไพรแปรรูป , ดอกไม้จากใบตาล กระเป๋าสาน แกงใต้ ขนมลา ฯลฯ มาออกร้านจำหน่ายสินค้าและบริการฟรี ณ เทสโก้ โลตัส พลัส มอลล์ ศรีนครินทร์ ซึ่งเบื้องต้นได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี จากลูกค้าที่มาเลือกซื้อสินค้า ส่งผลให้มียอดขายกว่า 4.5 ล้านบาท จากการออกร้านจำวน 5 วัน ซึ่งในอนาคตบริษัทมีแผนขยายการจัดงานไปยังกลุ่มผู้ประกอบการอื่นๆ และพื้นที่จำหน่ายอื่นๆ ด้วย
ทั้งนี้เทสโก้ โลตัสจะให้การสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอี อย่างครบวงจรทั้งใน 3 ระดับคือ Start-up SMEs โดยเปิดโอกาสให้เข้ามาค้าขายผ่านช่องทางค้าปลีกขนาดใหญ่ พร้อมกับการจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) , Growing SMEs การให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการเกี่ยวกับมาตรฐานการผลิตระดับสากล การวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้า และข้อมูลการขาย การตั้งราคา และการขยายตลาด สุดท้ายคือ Establishes SMEs การสนับสนุนในการขยายธุรกิจ โดยจัดโครงการร่วมกับธนาคารพาณิชย์ เพื่อให้คู่ค้าเทสโก้ โลตัสสามารถใช้ใบสั่งซื้อหรือใบเรียกเก็บเงินของเทสโก้ โลตัส ในการค้ำประกันวงเงินหรือเงินกู้กับธนาคารในอัตราดอกเบี้ยพิเศษได้
"ชาคริต" บอกอีกว่า ยังมีอีกหลายโครงการที่เทสโก้ โลตัสเข้าไปให้การส่งเสริม เช่น การร่วมกับกรมแรงงาน เปิดโอกาสให้คนพิการ มีรายได้เสริมจากการรับจ้างเย็บผ้า เช่น เสื้อผ้าลายดอก เสื้อผ้าขาว (สำหรับเทศกาลกินเจ) ก่อนที่จะนำไปวางจำหน่ายในเทสโก้ โลตัสทั่วประเทศ เป็นต้น
ทั้งหมดนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้น และโครงการที่ทดลองทำ พร้อมกับบรรลุผลสำเร็จไปแล้ว โครงการต่างๆ ยังคงเดินหน้าต่อเนื่อง เพื่อให้ส่งผลต่อเกษตรกรอย่างยั่งยืน รวมถึงการเดินหน้าของเทสโก้ โลตัส ที่มีเป้าหมายจะจัดทำโครงการต่างๆ ให้ครบ 22 โครงการ เพื่อฉลองวาระครบรอบ 22 ปีในการเข้ามาเปิดกิจการในเมืองไทยด้วย
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,154 วันที่ 5 - 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2559






