
นายกฯตู่ชู‘สตาร์ตอัพ ไทยแลนด์’ สร้างแรงบันดาลใจนักรบศก.ใหม่
รัฐบาล เดินหน้าหนุนสตาร์ต อัพ "นายกฯประยุทธ์" ย้ำขับเคลื่อนเศรษฐกิจไปข้างหน้าภายใต้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เชื่องาน "Startup Thailand 2016" สร้างแรงบันดาลใจ สร้างภาวะแวดล้อมทางธุรกิจ นำไปสู่การจับคู่ธุรกิจ
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานในพิธีเปิดงาน Startup Thailand 2016 ภายใต้แนวคิด "Unite to Rise รวมพลัง Start up เพื่อก้าวต่อไปของเศรษฐกิจไทย" ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ พร้อมกล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ "วิสัยทัศน์และพลังสร้างชาติด้วย Startup Thailand" ว่า ดีใจที่ได้เห็นนักธุรกิจรุ่นใหม่ และขอบคุณต่างชาติที่ให้ความสนใจกับสตาร์ทอัพของไทย
โดยที่ผ่านมารัฐบาลพยายามทำให้เศรษฐกิจของประเทศไทยขับเคลื่อนไปข้างหน้าตามยุทธศาสตร์ชาติ มั่นคง มั่งคั่ง อย่างยั่งยืน ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง จึงอยากให้ร่วมกันขับเคลื่อนไปกับรัฐบาลตามแนวทางประชารัฐ ซึ่งรัฐบาลพยายามหาความแตกต่างและให้ธุรกิจต่างๆ ขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรมทั้งปัจจุบันและในอนาคต
"วันนี้เรากำลังปลูกต้นไม้ต้นใหม่ภายใต้ "สตาร์ต อัพ" ที่จะเป็นธุรกิจและเศรษฐีรุ่นใหม่ในอนาคต โดยเราจะต้องทำให้ต้นไม้เหล่านี้เจริญเติบโตและออกดอกออกผลให้ได้ภายใน 2 ปี ธุรกิจ "สตาร์ต อัพ" คือการสร้างนักรบทางเศรษฐกิจใหม่ และประเทศไทยยินดีเป็นศูนย์กลางการพัฒนาเศรษฐกิจสตาร์ต อัพในอาเซียน เพราะเราต้องแข็งแกร่งไปด้วยกัน ประเทศไทยจะต้องสร้างหลักเศรษฐกิจใหม่ภายใต้ความร่วมมือ เพราะเราอยู่ตนเดียวไม่ได้ในโลก
ขณะที่ระบบไอซีที เทคโนโลยีดิจิตอลเข้ามามีบทบาทในการดำเนินธุรกิจ ซึ่งมีทั้งข้อดีและข้อเสีย ทำอย่างไรที่จะใช้เทคโนโลยีให้มีประสิทธิภาพต่อช่องทางธุรกิจสร้างสรรค์ให้เกิดสิ่งใหม่ๆ ขึ้น จะได้เกิดการแข่งขันไปสู่โลกใสอนาคตที่แข็งแกร่ง ทุกคนจึงจำเป็นต้องสร้างความเชื่อมโยงระหว่างกัน รัฐบาลไทยพยายามผลักดันธุรกิจสตาร์ต อัพ แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากพันธมิตรด้วย
"วันนี้รัฐบาลไทยเดินหน้าทุกอย่าง วันนี้ผมมาเพื่อเป็นตัวประกัน ยืนยันเจตนารมณ์ประเทศไทยว่าเราจะเดินหน้าประเทศไปสู่ความทันสมัย และเทคโนโลยี แต่ต้องอยู่ภายใต้กรอบของความเป็นไทย ซึ่งยอมรับว่ายาก วันนี้เรามีโทรศัพท์ 96 ล้านเครื่อง มากกว่าจำนวนคนไทย เพราะฉะนั้นจำเป็นต้องใช้การสื่อสารให้เกิดประโยชน์สูงสุด นำกิจการธุรกิจสตาร์ต อัพมาประกอบ เพราะมีคนใช้สมาร์ทโฟนเข้าสู่เว็บไซต์เฟซบุ๊กมากกว่า 40 ล้านคน มากที่สุดในภูมิภาค จึงจำเป็นต้องสร้างสรรค์ ใช้ไอซีทีเหล่านี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด แสวงหาธุรกิจและตลาดใหม่ๆ ผ่านช่องทางต่างๆ แต่ขณะเดียวกันต้องออกมาพบปะพูดคุยเพื่อสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ"
ทั้งนี้รัฐบาลไม่เคยปกปิดข้อมูล แต่เปิดเผยข้อมูลตาม พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสาร พ.ศ. 2540 ขอไม่พูดเรื่องการเมือง แต่ขอพูดในส่วนของภาพรวมเศรษฐกิจ และขอใช้เวลาให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการพัฒนาประเทศถึงปี 2560 ให้หลุดพ้นจากสิ่งต่างๆ เรื่องทุจริต คอร์รัปชั่น ขอให้ว่ากันไปตามกระบวนการกฎหมาย เวลานี้ต้องเร่งพัฒนาประเทศให้ขับเคลื่อนไปข้างหน้า เพราะจะมาเสียเวลากับเรื่องไร้สาระไม่ได้อีกแล้ว ผมเปิดเวทีทุกประชาคม โดยต่างชาติยินดีร่วมกับเรา จึงต้องขอบคุณทุกประเทศ แต่ยังมีคนบางกลุ่มที่ไม่เข้าใจ ทำให้เสียหาย ผมก็ต้องพูดให้เกิดความเข้าใจ และที่เป็นแบบนี้ก็ไม่ได้รังเกียจใคร เพราะทุกคนถือเป็นคนไทยเหมือนกัน"
นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อไปอีกว่าขอให้การจัดงาน "Startup Thailand 2016" สร้างแรงบันดาลใจ สร้างภาวะแวดล้อมเหมาะสม มีการแลกเปลี่ยนความรู้ และมีการจับคู่ธุรกิจ (แมตชิ่ง) ทั้งนี้ขอเวลา 2 ปี สร้างให้เกิดเม็ดงาน เกิดผลสัมฤทธิ์ และสามารถชี้แจงได้ว่าสิ่งที่ทำมาได้สร้างให้เกิดเป็นประวัติศาสตร์"
"รัฐบาลได้ผลักดันงานนี้ออกมาเพื่ออนาคตของประเทศไทย การจะเข้าสู่ไทยแลนด์ 4.0 ได้นั้น ต้องพึ่งพานวัตกรรม สร้างกระบวนการคิดอย่างมีเหตุผล มีวิสัยทัศน์ให้กับคนรุ่นใหม่ วันนี้เรามีผู้ประกอบการรายใหม่เกิดขึ้นหลายร้อยราย ทั้งนี้ สิ่งที่สำคัญ คือผู้ประกอบการจะต้องมีที่ปรึกษาเพื่อปรับปรุงพัฒนา โดยเรามีทั้งเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน ด้านกฎหมาย การออกแบบ"
ด้าน ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า ในฐานะตัวแทนรัฐบาลและเจ้าภาพหลักของงานนี้มั่นใจว่างาน "Startup Thailand 2016" ครั้งนี้จะเป็นการจุดประกายให้ผู้ประกอบการที่กำลังหาแนวทางธุรกิจให้มีการพัฒนาและเติบโตได้อย่างยั่งยืนจากองค์ความรู้และแรงบันดาลใจภายในงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งจะเป็นการเร่งการเติบโตและเพิ่มโอกาสของสตาร์ต อัพไทย ส่งผลให้เกิดแรงกระตุ้นครั้งสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของไทย ซึ่งจะมีผู้ประกอบการสตาร์ต อัพ หน่วยงานภาครัฐ และเอกชน จำนวนกว่า 200 บูธ และพร้อมหน่วยงานสนับสนุนสตาร์ต อัพจากต่างประเทศจำนวนกว่า 10 บูธ
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,153 วันที่ 1 - 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2559
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานในพิธีเปิดงาน Startup Thailand 2016 ภายใต้แนวคิด "Unite to Rise รวมพลัง Start up เพื่อก้าวต่อไปของเศรษฐกิจไทย" ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ พร้อมกล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ "วิสัยทัศน์และพลังสร้างชาติด้วย Startup Thailand" ว่า ดีใจที่ได้เห็นนักธุรกิจรุ่นใหม่ และขอบคุณต่างชาติที่ให้ความสนใจกับสตาร์ทอัพของไทย
โดยที่ผ่านมารัฐบาลพยายามทำให้เศรษฐกิจของประเทศไทยขับเคลื่อนไปข้างหน้าตามยุทธศาสตร์ชาติ มั่นคง มั่งคั่ง อย่างยั่งยืน ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง จึงอยากให้ร่วมกันขับเคลื่อนไปกับรัฐบาลตามแนวทางประชารัฐ ซึ่งรัฐบาลพยายามหาความแตกต่างและให้ธุรกิจต่างๆ ขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรมทั้งปัจจุบันและในอนาคต
"วันนี้เรากำลังปลูกต้นไม้ต้นใหม่ภายใต้ "สตาร์ต อัพ" ที่จะเป็นธุรกิจและเศรษฐีรุ่นใหม่ในอนาคต โดยเราจะต้องทำให้ต้นไม้เหล่านี้เจริญเติบโตและออกดอกออกผลให้ได้ภายใน 2 ปี ธุรกิจ "สตาร์ต อัพ" คือการสร้างนักรบทางเศรษฐกิจใหม่ และประเทศไทยยินดีเป็นศูนย์กลางการพัฒนาเศรษฐกิจสตาร์ต อัพในอาเซียน เพราะเราต้องแข็งแกร่งไปด้วยกัน ประเทศไทยจะต้องสร้างหลักเศรษฐกิจใหม่ภายใต้ความร่วมมือ เพราะเราอยู่ตนเดียวไม่ได้ในโลก
ขณะที่ระบบไอซีที เทคโนโลยีดิจิตอลเข้ามามีบทบาทในการดำเนินธุรกิจ ซึ่งมีทั้งข้อดีและข้อเสีย ทำอย่างไรที่จะใช้เทคโนโลยีให้มีประสิทธิภาพต่อช่องทางธุรกิจสร้างสรรค์ให้เกิดสิ่งใหม่ๆ ขึ้น จะได้เกิดการแข่งขันไปสู่โลกใสอนาคตที่แข็งแกร่ง ทุกคนจึงจำเป็นต้องสร้างความเชื่อมโยงระหว่างกัน รัฐบาลไทยพยายามผลักดันธุรกิจสตาร์ต อัพ แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากพันธมิตรด้วย
"วันนี้รัฐบาลไทยเดินหน้าทุกอย่าง วันนี้ผมมาเพื่อเป็นตัวประกัน ยืนยันเจตนารมณ์ประเทศไทยว่าเราจะเดินหน้าประเทศไปสู่ความทันสมัย และเทคโนโลยี แต่ต้องอยู่ภายใต้กรอบของความเป็นไทย ซึ่งยอมรับว่ายาก วันนี้เรามีโทรศัพท์ 96 ล้านเครื่อง มากกว่าจำนวนคนไทย เพราะฉะนั้นจำเป็นต้องใช้การสื่อสารให้เกิดประโยชน์สูงสุด นำกิจการธุรกิจสตาร์ต อัพมาประกอบ เพราะมีคนใช้สมาร์ทโฟนเข้าสู่เว็บไซต์เฟซบุ๊กมากกว่า 40 ล้านคน มากที่สุดในภูมิภาค จึงจำเป็นต้องสร้างสรรค์ ใช้ไอซีทีเหล่านี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด แสวงหาธุรกิจและตลาดใหม่ๆ ผ่านช่องทางต่างๆ แต่ขณะเดียวกันต้องออกมาพบปะพูดคุยเพื่อสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ"
ทั้งนี้รัฐบาลไม่เคยปกปิดข้อมูล แต่เปิดเผยข้อมูลตาม พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสาร พ.ศ. 2540 ขอไม่พูดเรื่องการเมือง แต่ขอพูดในส่วนของภาพรวมเศรษฐกิจ และขอใช้เวลาให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการพัฒนาประเทศถึงปี 2560 ให้หลุดพ้นจากสิ่งต่างๆ เรื่องทุจริต คอร์รัปชั่น ขอให้ว่ากันไปตามกระบวนการกฎหมาย เวลานี้ต้องเร่งพัฒนาประเทศให้ขับเคลื่อนไปข้างหน้า เพราะจะมาเสียเวลากับเรื่องไร้สาระไม่ได้อีกแล้ว ผมเปิดเวทีทุกประชาคม โดยต่างชาติยินดีร่วมกับเรา จึงต้องขอบคุณทุกประเทศ แต่ยังมีคนบางกลุ่มที่ไม่เข้าใจ ทำให้เสียหาย ผมก็ต้องพูดให้เกิดความเข้าใจ และที่เป็นแบบนี้ก็ไม่ได้รังเกียจใคร เพราะทุกคนถือเป็นคนไทยเหมือนกัน"
นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อไปอีกว่าขอให้การจัดงาน "Startup Thailand 2016" สร้างแรงบันดาลใจ สร้างภาวะแวดล้อมเหมาะสม มีการแลกเปลี่ยนความรู้ และมีการจับคู่ธุรกิจ (แมตชิ่ง) ทั้งนี้ขอเวลา 2 ปี สร้างให้เกิดเม็ดงาน เกิดผลสัมฤทธิ์ และสามารถชี้แจงได้ว่าสิ่งที่ทำมาได้สร้างให้เกิดเป็นประวัติศาสตร์"
"รัฐบาลได้ผลักดันงานนี้ออกมาเพื่ออนาคตของประเทศไทย การจะเข้าสู่ไทยแลนด์ 4.0 ได้นั้น ต้องพึ่งพานวัตกรรม สร้างกระบวนการคิดอย่างมีเหตุผล มีวิสัยทัศน์ให้กับคนรุ่นใหม่ วันนี้เรามีผู้ประกอบการรายใหม่เกิดขึ้นหลายร้อยราย ทั้งนี้ สิ่งที่สำคัญ คือผู้ประกอบการจะต้องมีที่ปรึกษาเพื่อปรับปรุงพัฒนา โดยเรามีทั้งเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน ด้านกฎหมาย การออกแบบ"
ด้าน ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า ในฐานะตัวแทนรัฐบาลและเจ้าภาพหลักของงานนี้มั่นใจว่างาน "Startup Thailand 2016" ครั้งนี้จะเป็นการจุดประกายให้ผู้ประกอบการที่กำลังหาแนวทางธุรกิจให้มีการพัฒนาและเติบโตได้อย่างยั่งยืนจากองค์ความรู้และแรงบันดาลใจภายในงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งจะเป็นการเร่งการเติบโตและเพิ่มโอกาสของสตาร์ต อัพไทย ส่งผลให้เกิดแรงกระตุ้นครั้งสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของไทย ซึ่งจะมีผู้ประกอบการสตาร์ต อัพ หน่วยงานภาครัฐ และเอกชน จำนวนกว่า 200 บูธ และพร้อมหน่วยงานสนับสนุนสตาร์ต อัพจากต่างประเทศจำนวนกว่า 10 บูธ
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,153 วันที่ 1 - 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2559






