
ยิ่งฝืนเปิด ยิ่งเข้าเนื้อ! ร้านอาหารตัดใจ ปิดร้าน ยาว
“เน้นเนื้อ” ร้านอาหารในห้างดัง ประกาศปิดกิจการยาว 1 เดือน เซ่นมาตราการล็อกดาวน์ร้านอาหาร เผยยอดเดลิเวรี่ไม่ช่วยให้ไปต่อ ยิ่งฝืนเปิด ยิ่งเข้าเนื้อ พ้อเลิกหวังกับรัฐบาลแล้ว
นายธวัชชัย อัครวงศ์วัฒนา เชฟและเจ้าของร้านอาหาร เน้นเนื้อ เปิดเผยว่า สถานการณ์ของร้านอาหารเริ่มดีขึ้น กิจการเริ่มฟื้นฟู ยอดขายกำลังเติบโตหลังจากเปิดขายได้ประมาณ 8 วันจากมาตราการคลายล็อคล่าสุด แต่การสั่งปิดร้านครั้งนี้เป็นการล็อกดาวน์กะทันหันและกระชั้นชิดเกินไป
ทางร้าน เน้นเนื้อ ได้สั่งวัตถุดิบจำนวนมากสำหรับขายช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ขายดีมาก แต่เมื่อมีประกาศจากทางรัฐบาลวัตถุดิบที่สต๊อกมาทั้งหมดมีโอกาสขายได้แค่วันเดียวคือวันอาทิตย์ และวันจันทร์ต้องหยุดขาย
รัฐบาลพยาบามบอกให้ร้านอาหารเดลิเวอรี่ ซึ่งเรามองว่า การล็อกดาวน์ร้านอาหารครั้งที่ผ่านมา ทางร้านได้พยายามให้บริการทั้งDeliveryหรือ take away และช่องทางอื่นๆแล้ว แต่ก็ยังไม่ไหวอยู่ดี เพราะยอดสั่งอาหารน้อย ไม่คุ้มค่ากับต้นทุนที่เท่าเดิมทุกวัน เช่นหม้อน้ำซุปก็ต้องใส่วัตถุดิบในการต้มเท่าเดิม เปิดแก๊สเลี้ยงความร้อนไว้ตลอด ไม่ใช่จุดเตาเมื่อมีลูกค้า และต้องทิ้งวัตถุดิบที่สต๊อกไว้ทั้งหมดมูลค่าหลายหมื่นบาทเพราะ วัตถุดิบเน่าเสีย
ในขณะที่ค่าเช่าพื้นที่ 100% จะคิดเป็นค่าเช่า 30% ส่วนกลาง 30% บริการ 20% ภาษีโรงเรือน 20% ทางห้างปรับลดค่าเช่า 50% เท่ากับลดแค่ครึ่งนึงของ 30% แรก แต่ทางร้านยังคงต้องจ่ายอีก 70% เท่าเดิม ซึ่งเป็นเงินเฉียดแสนบาททุกเดือน
ดังนั้นประกาศล็อกดาวน์ครั้งนี้ทางร้านจึงตัดสินใจหยุดกิจการ 1 เดือน เพราะเงินทุนที่เคยถือมาตลอดได้ใช้ไปในการพยุงกิจการ ยื้อพนักงาน ไปตั้งแต่การล็อกดาวน์ร้านอาหารครั้งที่ 3 ทำให้การล็อกดาวน์ร้านอาหารครั้งที่ 4 ทางร้านไม่เหลือเงินทุนเพียงพอที่จะยื้อพนักงานได้
ทางร้านจึงต้องให้พนักงานพักงานแบบไม่มีเงินเดือน และกลับมาทำงานอีกครั้งเมื่อร้านเปิด ซึ่งยังไม่แน่ใจว่าหากร้านกลับมาเปิดอีกครั้งจะมีพนักงานกลับเข้ามาทำงานกี่คน
“ยอดเดลิเวอรี่ไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายของร้าน ทั้งพนักงาน วัตถุดิบ ร้านของเราอยู่ในห้าง มีค่าเช่า แม้ห้างบอกว่าช่วยลดค่าเช่าได้ แต่ห้างต้องเก็บค่าเช่า ไม่ว่าร้านจะเปิดทำการหรือปิดร้านก็ตาม ครั้งที่แล้วเราก็เลยเปิด แต่พอเปิดร้านเราโดนจ่ายค่าเช่า ค่าพนักงาน ค่าวัตถุดิบ ค่าน้ำ ไฟ แก๊ส มันกลายเป็นเข้าเนื้อ
พอครั้งนี้ถ้าเป็นแบบเดิมยังไงเราก็ไม่ไหว เราปิดดีกว่าน่าจะเข้าเนื้อน้อยกว่า และเราอาจจะต้องขอคุยกับห้างว่าครั้งนี้มันไม่ไหวแล้วจริงๆ ถ้าห้างไหนไม่โอเคยังจะเก็บค่าเช่า เราก็อาจจะต้องขอเลิกทำต่อในห้างนั้น ตอนนี้มี 3 สาขาในห้างก็อาจจะต้องยุบบางสาขาลง
ตั้งแต่สั่งปิดร้านอาหารรอบที่ผ่านมา เราก็เห็นว่าจำนวนตัวเลขผู้ติดเชื้อมันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ถ้าล็อกดาวน์แค่ร้านอาหารกับปิดแคมป์คนงาน แต่คนส่วนใหญ่ยังออกมาทำงานอยู่ ตัวเลขก็ไม่มีทางลดลง ถ้าจะให้ยอดคนติดเชื้อลดลงรัฐบาลต้องปิดล็อกดาวน์ทั้งหมดเหมือนครั้งที่ 1
เราเลิกหวังกับรัฐบาลแล้ว เรื่องการเยียวยา จริงๆถ้าปิดหมดแล้วไม่ต้องเยียวยา แต่ให้มันจบเร็วๆ มันก็น่าจะดีกว่ามานั่งลองปิดร้านอาหารทุกครั้งที่ตัวเลขคนติดเชื้อเพิ่มขึ้น ครั้งนี้เราเห็นคนออกมาพูด ออกมาเคลื่อนไหวเยอะ เพราะที่ผ่านมาเราให้ความร่วมมือทุกอย่างแล้ว แต่รัฐบาลยังแก้ไขปัญหาไม่ตรงจุด ยังลองผิดลองถูกอยู่เลย ซึ่งเราไม่ได้มีเวลาและเงินเยอะพอเพราะสายป่านไม่ได้ยาวขนาดนั้น”
ข่าวที่เกี่ยวข้อง:
- “ปริญญ์”สอนมวยรัฐบาลแนะทางออกช่วย“ร้านอาหาร-สถานบันเทิง”
- ล็อกดาวน์ร้านอาหาร ทนายแนะฟ้องเรียกค่าเสียหาย บิ๊กตู่-ศบค.
- ปิดร้านอาหารทำไม ?
- ผ่าทางตัน ‘ร้านอาหาร’ ดิ้นต่อชะตา สู้โควิด
- “ธุรกิจร้านอาหาร”ครวญ“ห้ามนั่งกินในร้าน”โดนฟ้าผ่ากลางแสกๆ รอเวลาตาย
- Take away - Delivery ทางรอด ล็อกดาวน์ร้านอาหาร
- ล็อกดาวน์กรุงเทพ "ร้านอาหาร" เจ๊งระนาว






