svasdssvasds

ตลาดน้ำเมาโคม่า เหลือ 2 แสนล้านต่ำสุดในรอบ 10 ปี

21 พ.ค. 2564 เวลา 19:10 น. 2.5k

ธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์กระอัก หวั่นโควิดระลอก 3 ฉุดทั้งอุตสาหกรรมทรุดเหลือแค่ 2 แสนล้าน ต่ำสุดในรอบกว่า 10 ปี ชี้เซ็กเม้นท์พรีเมี่ยมอ่วมสุดยอดขายหาย 70-80% นักดื่มหันซดของถูก ของหนีภาษี วอนรัฐเร่งมาตรการป้องกัน พร้อมแผนฟื้นฟูให้เป็นรูปธรรม เพื่อธุรกิจกลับมาเดินหน้าได้

นายธนากร คุปตจิตต์ เลขาธิการสมาคมธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไทย หรือ TABBA เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอก 3 นี้ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อภาคธุรกิจโดยรวม รวมถึงอุตสาหกรรมเครื่องดื่มแอลกอฮออล์ด้วย เนื่องจากเป็นการแพร่ระบาดในหลายคลัสเตอร์ยากต่อการควบคุม และเกิดในหัวเมืองใหญ่ ในเขตชุมชนเมืองและปริมณฑล รวมถึงเมืองท่องเที่ยวสำคัญ ซึ่งเป็นพื้นที่สร้างรายได้และเขตเศรษฐกิจของประเทศ

“การระบาดระลอกแรกและระลอกสองยังจำกัดเป็นคลัสเตอร์ทำให้ควบคุมได้ด้วยมาตรการต่างๆ แต่การระบาดระลอก 3 แพร่กระจายเป็นวงกว้างอย่างรวดเร็วจากเชื้อที่พัฒนา และเกิดขึ้นในหลายคลัสเตอร์ ทำให้ยากแก่การควบคุม เรื่องของวัคซีนยังเป็นหัวใจหลัก ที่รัฐบาลต้องเร่งทำให้เร็วและกระจายให้ครอบคลุมเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ให้ได้มากที่สุด”

ตลาดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

ทั้งนี้ภาครัฐควรสร้างความน่าเชื่อถือต่อวัคซีนเพื่อให้ประชาชนกล้ามาฉีด โดยผ่านคนในพื้นที่ รวมถึงการหาแรงจูงใจเพื่อกระตุ้นให้คนมาฉีด เช่นเดียวกับในหลายประเทศ เช่น การแจกลอตเตอรี่ สำหรับคนที่มาฉีดวัคซีนครบ เป็นต้น นอกจากนี้ควรจัดการขั้นเด็ดขาดกับบรรดาข่าวปลอม ที่ทำให้คนขาดความเชื่อมั่นและไม่กล้ามาฉีดวัคซีน รวมถึงการจัดการขั้นตอนการลงทะเบียนหรือการมาฉีดวัคซีนให้ง่ายที่สุด เช่น เพียงถือบัตรประชาชนมาก็ฉีดวัคซีนได้ และการเปิดกว้างให้ทุกคนสามารถลงทะเบียนฉีดวัคซีนได้ โดยเฉพาะคนทำงาน พ่อค้าแม่ค้าในตลาดสด และคนในภาคบริการต่างๆ

สำหรับผลกระทบในอุตสาห กรรมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เกิดขึ้นตั้งแต่โควิดระลอกแรกจนถึงปัจจุบัน ยังไม่มีการฟื้นตัว รวมถึงไม่มีมาตรการต่างๆ ออกมาช่วยเหลือผู้ประกอบการทั้งที่ในธุรกิจนี้เชื่อมโยงกับธุรกิจอื่นเป็นลูกโซ่ ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร โรงแรม แหล่งท่องเที่ยวต่างๆ

จากการประเมินผลกระทบที่เกิดขึ้นจะเห็นว่า ในปี 2562 อุตสาหกรรมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มีมูลค่าตลาดรวมราว 3.7 แสนล้านบาทใกล้เคียงกับปี 2561 ถือเป็นช่วงที่มีการเติบโตเล็กน้อย แต่เมื่อต้องเผชิญกับโควิด-19 ในปี 2563 พบว่ายอดขายลดลงเหลือเพียง 3 แสนล้านบาท ซึ่งเกิดจากหลายปัจจัยโดยเฉพาะมาตรการล็อกดาวน์ การห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทั่วประเทศ ขณะที่แหล่งท่องเที่ยวต่างๆก็ปิดกิจการทั้งถาวรและชั่วคราวจากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่หายไปและจากภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซา

ขณะที่การระบาดระลอก 3 พบว่าในเดือนเมษายนยอดขายในร้านอาหารและร้านขายเครื่องดื่ม ผับ บาร์ ได้รับผลกระทบรุนแรง ส่งผลทำให้ผู้ประกอบการบางแห่งต้องปิดกิจการทันทีและส่งผลกระทบทางอ้อมต่อธุรกิจที่เกี่ยวข้องและบุคคลที่เกี่ยวข้องทันที เช่น ซัพพลายเออร์ พนักงานลูกจ้าง นักร้อง นักดนตรี พ่อครัวแม่ครัว ฯลฯ

 

อย่างไรก็ดีหลังจากที่รัฐบาลมีแผนการฉีดวัคซีนและเริ่มฉีดวัคซีนแล้ว หากการระบาดและความรุนแรงลดลงจนสามารถควบคุมได้ภายในไตรมาส 3 นี้ ส่งผลให้ภาคธุรกิจเริ่มกลับมาสู่ภาวะปกติเปิดให้บริการ ทำมาหากินได้ตั้งแต่เดือนตุลาคมเป็นต้นไป ซึ่งในไตรมาส 4 ถือเป็นช่วงไฮซีซั่นของหลายธุรกิจ เชื่อว่าจะทำให้บรรยากาศดีขึ้นภาครัฐเองมีนโยบายในการกระตุ้นกำลังซื้อและเศรษฐกิจ เชื่อว่าจะทำให้เกิดการใช้จ่าย และเศรษฐกิจกลับมาขับเคลื่อนหมุนเวียนได้อีกครั้ง คาดว่าอุตสาหกรรมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จะมีมูลค่ารวมราว 2.4-2.5 แสนล้านบาท

ธนากร คุปตจิตต์

นายธนากร กล่าวอีกว่า หากการระบาดยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง มาตรการต่างๆยังไม่สามารถจำกัดการแพร่ระบาดได้จนถึงสิ้นปีนี้ คาดว่ามูลค่าตลาดทั้งอุตสาหกรรมจะลดลงเหลือเพียง 2 แสนล้านบาท เพราะช่วงไตรมาส 4 ของปีเป็นช่วงที่พีค หากไม่สามารถเดินหน้าธุรกิจได้ รายได้ก็จะหายไป 4-5 หมื่นล้านบาทเลยทีเดียว ถือเป็นตัวเลขที่ต่ำที่สุดในรอบกว่า 10 ปีของอุตสาหกรรมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เมืองไทย

“เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ได้รับผลกระทบหนักสุดในขณะนี้คือ กลุ่มพรีเมี่ยมที่พบว่ายอดขายหายไป 70-80% ทั้งจากนักดื่มต่างชาติที่หายไป นักดื่มหันไปหาซื้อจากช่องทางอื่นๆ ที่เลี่ยงกฎหมาย รวมถึงการหันไปดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่มีราคาถูกลง เช่น จากเดิมดื่มราคา 1,000-2,000 บาทต่อขวด ก็หันไปดื่ม 700-800 บาทต่อขวด”

วันนี้สิ่งที่ภาครัฐต้องทำคือ การสร้างความเชื่อมั่นต่อภาคเอกชน ซึ่งนอกจากมาตรการการฉีดวัคซีนแล้ว ต้องมีแผนฟื้นฟูที่เป็นรูปธรรม เพื่อช่วยให้ธุรกิจที่ล้มอยู่ยืนได้ก่อน ทั้งการผนึกความร่วมมือกับสมาคมหรือสถาบันต่างๆ จัดทำแผนอย่างเป็นรูปธรรม เช่น การลดหย่อนภาษีนิติบุคคล หรือมาตรการเยียวยาด้านแรงงาน เป็นต้น

 

หน้า 21-22 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 41 ฉบับที่ 3,680 วันที่ 20 - 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2564

logo-pwa

เพิ่ม Thansettakij

ลงในหน้าจอหลักของคุณ

ติดตั้ง
ปิด