thansettakij
thansettakij
เฮสเตอร์ ชิว ทุกคนเป็น 1 เกียร์ หาก 1 เกียร์หยุด คนอื่นต้องทำงานหนักขึ้น

เฮสเตอร์ ชิว ทุกคนเป็น 1 เกียร์ หาก 1 เกียร์หยุด คนอื่นต้องทำงานหนักขึ้น

30 เม.ย. 59 | 02:00 น.
กว่า 30 ปีที่โลดแล่นอยู่ในธุรกิจ QSR (Quick Service Restaurant) เมืองไทย ทำให้ "เฮสเตอร์ ชิว" ถูกยกให้เป็น "ตัวพ่อ" ของวงการนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

"เฮสเตอร์ ชิว" นั่งเก้าอี้ ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แมคไทย จำกัด ผู้บริหารร้าน
"แมคโดนัลด์" มาตลอดระยะ 10 ปีที่ผ่านมา ประสบการณ์ที่สั่งสมมาตั้งแต่สมัยบุกเบิกแบรนด์ "KFC" รวมถึงร้าน QSR อีกหลายๆ แบรนด์ สร้างความภาคภูมิใจให้กับเขา และไม่เคยมีคำว่า "เบื่อ" อยู่ในชีวิต

สิ่งที่เขาคิดในวันนี้คือ "แมคโดนัลด์" ในอีก 30 ปีข้างหน้าจะเป็นอย่างไร แม้ตัวเขาเองจะไม่ได้อยู่เห็น แต่เชื่อว่าชื่อของ "แมคโดนัลด์" ยังคงอยู่ การสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่งในระยะยาวจึงเป็นสิ่งสำคัญมาก โดยเฉพาะในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจที่ทุกคนต้องเผชิญหน้าในขณะนี้

หลายคนบอกว่า เมื่อเผชิญกับวิกฤติเศรษฐกิจต้องลดต้นทุน (Cost) แต่คุณเฮสเตอร์ ย้ำว่า แมคโดนัลด์จะลดต้นทุนด้วยการลดคน ลดการเทรนนิ่งไม่ได้เด็ดขาด เพราะคน คุณภาพ และบริการเป็นหัวใจสำคัญสำหรับที่นี่ แต่เขาเลือกที่จะเพิ่มประสิทธิภาพของการบริหารจัดการ ยกตัวอย่างเช่น การลงทุนในสาขารูปแบบไดร์ฟธรู ซึ่งในอดีต จะใช้พื้นที่ราว 550-600 ตรม.ต่อสาขา แต่วันนี้ลดลงเหลือ 350-450 ตรม.ต่อสาขา ก็สามารถให้บริการได้เต็มรูปแบบเหมือนเดิม

ส่วนในบางโลเกชันที่มีศักยภาพแต่ทุกธุรกิจต้องใช้เวลา ระยะแรกจึงเลือกที่จะลงทุนร้านแบบชั้นเดียว แต่ต่อมาเมื่อยอดขายดี ลูกค้าเพิ่ม ก็สามารถขยายชั้น 2 ได้ทันที เพราะโครงสร้างทุกอย่างวางไว้แล้ว เพราะหากลงทุน 2 ชั้นทันทีต้นทุนก็จะสูง และระยะเวลาคืนทุนก็จะนาน

"สไตล์การทำงานของ CEO แต่ละคนไม่เหมือนกัน ผมก็มีสไตล์ของผม"

คุณเฮสเตอร์บอกว่า เปรียบแมคโดนัลด์เป็นนาฬิกาเรือนหนึ่ง ทุกคนเป็น 1 เกียร์ หากทุกคนหยุด นาฬิกาก็เดินไม่ได้ หาก 1 เกียร์หยุด คนอื่นก็ต้องทำงานหนักขึ้น

พนักงานที่นี่ทุกคนเคารพซึ่งกันและกัน ภายใต้ "วัฒนธรรม" ที่เรียกว่า STEP UP และมีจุดหมายเดียวกันคือ S T E P U P to Win By McThai ซึ่งประกอบไปด้วย

Sanook @ Work = ทำงานให้สนุก

Team to Win = ร่วมกันรุกไปข้างหน้า

Exceed Customer Expectation = พิชิตใจลูกค้า

People = เห็นคุณค่าพัฒนาคน

Ultimate Ownership = ปฏิบัติตนเสมือนเจ้าของ

Passion to Win = เพื่อครองความเป็นหนึ่ง

สิ่งเหล่านี้หล่อหลอมให้พนักงานทุกคน มีส่วนร่วมผลักดันให้ "แมคโดนัลด์" ครองความเป็นผู้นำได้ในทุกวันนี้ และยังเดินหน้าสร้างแบรนด์แมคโดนัลด์ให้เติบโต แข็งแกร่ง อย่างยั่งยืน

คุณเฮสเตอร์ บอกว่า สิ่งที่ท้าทายที่สุดในการทำงานคือ คน ต้นทุน และโลเกชัน และสิ่งที่บริหารจัดการได้ยากที่สุดคือ "คน" ส่วนโลเกชัน แม้ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่ยากเท่ากับคน เพราะโลเกชันยังคุยเป็นตัวเลขได้ แต่คนต้องใช้เวลา ต้องเรียนรู้ และต้องมีความพร้อม ที่จะคอยให้บริการลูกค้าที่มีมากกว่า 3 แสนคนต่อวัน หรือกว่า 106 ล้านคนต่อปี

เพราะร้านแมคโดนัลด์ เปิด 24 ชั่วโมงตลอด 7 วัน คุณเฮสเตอร์ จึงเลือกให้การทำงานทุกวันก็เหมือนการพักผ่อน

"ผมไปถึงที่ทำงาน 8 โมงเช้า แต่หมายถึงการสั่งงาน การกระจายงานไปถึงผู้รับผิดชอบทุกคน จะถูกส่งออกผ่านทางอีเมล์ LINE หรือช่องทางอื่นๆ เรียบร้อยแล้ว นั่นหมายถึงทุกคนสามารถเริ่มทำงานได้ทันที"

และแม้วันนี้เขาจะนั่งในตำแหน่ง CEO แต่ทุกวันหยุดเสาร์ อาทิตย์ คุณเฮสเตอร์จะแวะเวียนไปที่ร้านสาขาต่างๆ เป็นประจำเพื่อให้กำลังใจแก่พนักงาน พร้อมกับนำเรื่องราวต่างๆ ที่พบเจอมาเล่าสู่กันฟังกับทีมงาน

รวมไปถึงการ "Share" เรื่องราวจากเหล่า CEO แมคโดนัลด์ ประเทศต่างๆ ที่มักจะมีมาแบ่งปันกันเสมอ

คุณเฮสเตอร์ ถือเป็นนักอ่านตัวยง และมีหนังสือเล่มโปรดหลายเล่ม แต่เล่มที่โปรดสุดๆ ณ เวลานี้ มีอยู่ 2 เล่ม คือ Alex Ferguson My Autobiography เพราะชื่นชอบแนวคิดการสร้างทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จนประสบความสำเร็จ และอีกเล่มคือ Lee Kuan Yew .. One Man’s View of the World อดีตผู้นำประเทศสิงคโปร์ เพราะทั้งสองคนเป็นผู้นำที่มี Strong Ownership , Integrity และ passion to win

ทุกเช้า เขาเลือกที่จะเคาะแอพพลิเคชัน "Getabstract" เพื่อดูสรุปสาระสำคัญ ความเคลื่อนไหว เรื่องราวของโลก เพื่อเป็นการอัพเดตตัวเองอีกด้วย

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,152 วันที่ 28 - 30 เมษายน พ.ศ. 2559
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • business