
บรรจุภัณฑ์โตต่อเนื่อง “เอกาโกลบอล” เล็งยอด 1,300 ล้าน
อุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ปี 2564 ในยุค New Normal ยังมีทิศทางโตต่อเนื่อง เป็นโอกาสของผู้ประกอบบรรจุภัณฑ์อย่าง "เอกา โกลบอล"หนึ่งในผู้ประกอบการรายใหญ่ในการขยายธุรกิจ และเพิ่มยอดขาย
ปี 2563 ผลพวงจากโควิด-19 ระบาด ส่งผลพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยน มีชีวิตอยู่ที่บ้าน และ Work from Home มากขึ้น และมีการสั่งซื้อสินค้าอาหารส่งแบบดีลิเวอรี และสั่งซื้อสินค้าอุปโภค-บริโภคต่างๆ ผ่านระบบออนไลน์มากขึ้นเพื่อลดความเสี่ยงการติดเชื้อ ขึ้นปี 2 ของโควิด เวลานี้ยังมีการระบาดเป็นระลอกในหลายคลัสเตอร์ คาดผู้บริโภคยุคชีวิตวิถีใหม่ (New Normal) จะยังมีพฤติกรรมในการสั่งซื้อสินค้าอุปโภค-บริโภคผ่านระบบออนไลน์เพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ผู้ประกอบการผลิตบรรจุภัณฑ์ได้รับอานิสงส์ในการขยายกำลังผลิต มีการออกบรรจุภัณฑ์ใหม่ ๆ รักษ์สิ่งแวดล้อม ที่มีผลต่อยอดขายที่เพิ่มขึ้น
เอกาโกลบอลโต200%
นายชัยวัฒน์ นันทิรุจ ประธานกรรมการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท เอกา โกลบอล จำกัด ผู้นำนวัตกรรมการผลิตบรรจุภัณฑ์ยืดอายุอาหาร (Longevity Packaging) ของเมืองไทย และบรรจุภัณฑ์พลาสติกแบบคงรูป (Rigid Barrier Plastic Packaging) รายใหญ่อันดับต้น ๆ ของโลก มีฐานลูกค้าในไทยและภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เผยในการให้สัมภาษณ์กับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่าในปี 2563 ยอดขายของบริษัทโต 200% ส่วนปีนี้คาดจะยังขยายตัวได้อีกประมาณ 30% หรือจะมียอดขายที่ประมาณ 1,300 ล้านบาท
ทั้งนี้มีปัจจัยนอกจากโควิด-19 จะทำให้พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนมาทานอาหารที่บ้านและสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ซึ่งจะทำให้บรรจุภัณฑ์ หรือแพ็กเกจจิ้งสำหรับใส่อาหารคนแล้ว ตลาดบรรจุภัณฑ์สำหรับใส่อาหารสัตว์เลี้ยงก็ขยายตัวไปพร้อมกัน โดยบรรจุภัณฑ์พลาสติกแบบคงรูป (Rigid Barrier Plastic Packaging) ของบริษัทสามารถยืดอายุสินค้าได้นานถึง 2 ปี โดยไม่ต้องแช่ตู้เย็น และสามารถนำเข้าเตาไมโครเวฟได้ ปัจจุบันบริษัทมีกำลังผลิตในส่วนนี้สูงสุดประมาณ 1,500 ล้านใบต่อปี โดยผลิตให้กับเจ้าของแบรนด์สินค้าในกลุ่มสินค้าอาหาร
“ปีที่แล้วยอดขายเราประมาณพันกว่าล้านบาทต้นๆ ปีนี้น่าจะโตอีกประมาณ 30% ก็ถือว่าโตเยอะสำหรับไซส์ธุรกิจลักษณะแบบนี้ ปีที่แล้วเราได้รับอานิสงส์จากตลาดที่โตด้วย และจากในปี 2562 ที่บริษัทได้เข้าซื้อกิจการพริ้นท์แพค เอเชีย ซึ่งเป็นบริษัทอเมริกันที่จีน ทำให้เอกาโกลบอลกลายเป็นผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์ชนิด Longevity Packaging รายใหญ่ของโลก โดยมีกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นเป็น 2,500 ล้านชิ้นต่อปี เวลานี้เรามีโรงงานในไทย 1 แห่ง และในจีน 2 แห่ง และมีสำนักงานขายอีก 1 แห่งที่อินเดีย เลยทำให้ยอดขายโดยรวมของเครือโตตามไปด้วย ซึ่งปีนี้ยอดน่าจะอยู่ที่ประมาณ 1,300 ล้านบาท”
ทุ่ม R&D รับเทรนด์โลก
ขณะเดียวกันธุรกิจของเครือไม่ได้มุ่งเน้นเพียงด้านยอดขายอย่างเดียว แต่ยังเน้นทางด้านรักษ์โลก และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมด้วยเพื่อการเติบโตแบบยั่งยืน รวมถึงการลดต้นทุน ปีนี้บริษัทประกาศจะใช้งบวิจัยและพัฒนา (R&D) ผลิตภัณฑ์ขั้นตํ่า 1% ของยอดขายเพื่อใช้ในการวิจัยและพัฒนาสินค้าใหม่ที่ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมและลดภาวะโลกร้อนซึ่งเป็นเทรนด์ของโลก และเพื่อรับมือกับภัยคุกคามทางธุรกิจ (Disruption) ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต จากปัจจุบันสินค้าของบริษัทสามารถรีไซเคิลได้ 100% อยู่แล้ว
“ขณะนี้เรามีการพัฒนาสินค้ากับผู้ผลิตเม็ดพลาสติกที่ใช้ไบโอเบสท์ คอนเท้นต์ เช่น เม็ดพลาสติกจากมันสำปะหลัง จากอ้อย ซึ่งสามารถดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ได้ โดยที่ไม่ต้องไปขุดนํ้ามัน อย่างนี้เราก็ทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์ได้ตํ่า ซึ่งเวลานี้ เรามีตัวอย่างสินค้าเรียบร้อยแล้วให้กับลูกค้า”
นายชัยวัฒน์ยังได้ฉายภาพธุรกิจบรรจุภัณฑ์ว่า หากเป็นบรรจุภัณฑ์พลาสติกแบบคงรูป (Rigid Barrier Plastic Packaging) เอกาโกลบอล ถือเป็นผลิตรายใหญ่ติดท็อปไฟว์ของโลก แต่ถ้าเป็นแพ็กเกจจิ้งโดยรวมอาจจะไม่ได้ใหญ่มากมาย เพราะบริษัททำแพ็กเกจจิ้งจริงๆ ที่เป็นรายใหญ่ของโลกมีประมาณ 10 กว่าราย มีรายได้เป็นหลักแสนล้านบาทก็มี เป็นหมื่นล้านก็มีมาก จากแพ็กเกจจิ้งมีขอบเขตที่กว้างมาก ผลิตให้ทั้งอุตสาหกรรมอาหาร และอุตสาหกรรมอื่นๆ ปัจจุบันคู่แข่งในประเทศของบริษัทมีเพียง SCGP (SCG Packaging) ทั้งนี้ภาพรวมตลาดแพ็กเกจจิ้งโดยเฉพาะด้านอาหารนับจากนี้ยังขยายตัวได้อีกมาก
นสพ.ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 41 หน้า 8 ฉบับที่ 3,671 วันที่ 18 - 21 เมษายน พ.ศ. 2564











