thansettakij
thansettakij
ผอ.สนค.เครื่องร้อน  ดันบล็อกเชน  ยกระดับการค้า

ผอ.สนค.เครื่องร้อน ดันบล็อกเชน ยกระดับการค้า

07 เม.ย. 64 | 14:49 น.
อัปเดตล่าสุด :08 เม.ย. 64 | 12:50 น.

“ภูสิต” ผอ.สนค.คนใหม่ ชู 3 แผนงานเร่งด่วน  งานยุทธศาสตร์-พัฒนาเศรษฐกิจฐานราก-พัฒนาเศรษฐกิจใหม่ ดันบล็อกเชนยกระดับเศรษฐกิจการค้า เร่งรวบรวมปัญหาภาคเอกชนถกเวทีกรอ.พาณิชย์

นายภูสิต รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ถึงแผนงานภายใต้การบริหารงานว่า ยังคงเน้นสานต่องานจากนางพิมพ์ชนก พิตต์ฟีลด์ ผู้อำนวยการคนเดิม ซึ่งในปีนี้ มีงานสำคัญ ๆ 3 ด้าน คือด้านยุทธศาสตร์ การพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก และการพัฒนาเศรษฐกิจใหม่  

ในส่วนของงานด้านยุทธศาสตร์นั้น สนค.ได้มีการศึกษาไว้ในเบื้องต้นแล้ว เกี่ยวกับกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี ภูมิศาสตร์ ห่วงโซ่มูลค่าโลก การเข้าสู่สังคมสูงวัยหรือแม้แต่ผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 ซึ่งสนค.ได้มีการลงลึกในการศึกษารายละเอียดและทิศทางการค้าโลกในอนาคต  มีการรับฟังความเห็นจากทุกภาคส่วนที่มีส่วนได้-เสีย ทั้งภาครัฐ เอกชน ประชาชน เพื่อนำมาจัดทำร่างยุทธศาสตร์การค้าที่มีความเชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์ชาติและแผนงานต่างๆที่เกี่ยวข้อง คาดร่างยุทธศาสตร์ดังกล่าวจะแล้วเสร็จในช่วงเดือนมิถุนายนนี้ ก่อนเปิดรับฟังความเห็นอีกครั้งเพื่อปรับปรุงให้เป็นฉบับสมบูรณ์

ส่วนแผนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากนั้น สนค. ให้ความสำคัญในการสร้างความเข้มแข็งกับเศรษฐกิจฐานราก ทั้งในภาคการค้าและบริการซึ่งในปีงบประมาณ 2564 สนค.ได้งบระมาณมา 3.025 ล้านบาท ในการดำเนินกิจการเพื่อพัฒนาศักยภาพการค้าและบริการ ไม่ว่าจะเป็นการเชื่อมโยงภาคอุตสาหกรรมเกษตรและอุตสาหกรรมของไทยสู่เศรษฐกิจและการค้ายุคใหม่  การเชื่อมโยงเศรษฐกิจชุมชนกับห่วงโซ่บริการยุคใหม่ เป็นต้น  ส่วนการพัฒนาเศรษฐกิจใหม่ เน้นการประยุกต์ใช้บล็อกเชนยกระดับเศรษฐกิจการค้า  และการสร้าง Single Big Data ใช้กับฐานข้อมูลเดียวกัน ซึ่งสนค.ได้ดำเนินการในเรื่องดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้มีฐานข้อมูล 

“ใน 3 เดือน 6 เดือนนี้ งานเร่งด่วนที่สนค.ต้องทำ คือการรวบรวมข้อมูลปัญหาอุปสรรคทางการค้าจากภาคเอกชน ทั้งการนำเข้า-ส่งออก การค้าชายแดน การค้าระหว่างประเทศ รวมถึงการแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน เพื่อนำเข้าหารือในการประชุมกรอ.พาณิชย์ในรอบถัดไป เพื่อร่วมหาทางแก้ไขปัญหาที่จับต้องได้ โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ที่แม้ว่าสถานการณ์จะคลี่คลายแต่ก็ยังคงต้องติดตามอย่างใกล้ชิดรวมถึงการค้าชายแดนด้วย ส่วนสถานการณ์การประท้วงในเมียนมานั้นยังไม่กระทบส่งออกไทย”

หน้า 9 ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 3,668 วันที่ 8 - 10 เมษายน พ.ศ. 2564

  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • economy