
สปสช.ตั้งศูนย์เลิกบุหรี่ใน 22 รพ.
นพ.ชูชัย ศรชำนิ ผู้ช่วยเลขาธิการสำนักงานหลั กประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า สปสช.ได้สนับสนุนการดำเนิ นงานของหน่วยบริการภายใต้ชุดสิ ทธิประโยชน์ส่งเสริมสุขภาพและป้ องกันโรค เพื่อนำไปสู่การอดบุหรี่อย่างมี ประสิทธิผล ทั้งการให้คำปรึกษา การติดตามและประเมินผลการอดบุ หรี่ เป็นต้น ขณะเดียวกันยังมุ่งให้เกิ ดการเชื่อมต่อไปสู่ชุมชนเพื่ อลดอัตราการเจ็บป่วยที่มีสาเหตุ จากบุหรี่ ซึ่งโครงการพัฒนาและจัดตั้ง “ศูนย์อบรมผู้นำการส่งเสริ มการเลิกและบำบัดผู้เสพยาสูบ” ดำเนินการโดยเครือข่ายวิชาชี พแพทย์ในการควบคุมการบริโภคยาสู บและเครือข่ายวิชาชีพสุขภาพเพื่ อสังคมไทยปลอดบุหรี่ ภายใต้แพทยสมาคมแห่ งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ โดย สปสช.สนับสนุนการดำเนินการต่ อเนื่องตั้งแต่เริ่ มโครงการระยะแรกถึ งโครงการระยะที่ 3มีวัตถุประสงค์สำคัญมุ่งสร้ างเครือข่าย พัฒนาศัยภาพด้านการอดบุหรี่ให้ กับบุคลากรในโรงพยาบาลต่างๆ ทั่วประเทศในทิศทางเดียวกัน ใช้รูปแบบการอบรมครู ก. ที่มุ่งสร้างแกนนำอบรมการส่ งเสริมการเลิกและบำบัดผู้ เสพยาสูบ ขยายดำเนินการสู่พื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ
“เป็นที่ทราบกันดีว่าบุหรี่เป็ นสิ่งที่ทำลายสุขภาพ ไม่เพียงเป็นอุปสรรคสำคัญการรั กษาโรค แต่ยังก่อให้เกิดโรคต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโรคมะเร็งปอด หัวใจและหลอดเลือด โรคหลอดลมอักเสบเรื้อรังและถุ งลมโป่งพอง เป็นต้น หากป้องกันได้ไม่เพียงแต่ทำให้ คนไทยมีสุขภาพที่ดีขึ้น แต่ยังลดรายจ่ายค่ารั กษาพยาบาลให้กับประเทศได้” ผู้ช่วยเลขาธิการ สปสช. กล่าวและว่า ทั้งโครงการนี้ได้เน้นไปยังบุ คลากรวิชาชีพในหน่วยบริการ ซึ่งแตกต่างจากงานณรงค์ด้านบุ หรี่ของสำนักงานสนับสนุนการสร้ างเสริมสุขภาพ (สสส.) ที่ดำเนินการภาพรวมระดั บประเทศให้กับประชาชนทุกกลุ่มวั ย
“ผลของการดำเนินโครงการ ทำให้งานบุหรี่ในโรงพยาบาล จากที่เคยตั้งรับในหน่วยบริการ รอให้คนป่วยเป็นโรคเรื้อรังก่ อนจึงส่งมาเลิกบุหรี่ เป็นการทำงานเชิงรุก มีการพัฒนาทีมและเชื่อมต่ อการทำงานลงสู่โรงพยาบาลส่งเสริ มสุขภาพตำบล (รพ.สต.) และชุมชน จนในหลายพื้นที่มีการจัดตั้ง “จิตอาสาฟ้าใส” ซึ่งเป็นผู้ที่เคยสูบบุหรี่มาก่ อนมาร่วมเป็นพี่เลี้ยงและสร้ างแรงจูงใจให้กับผู้ที่ต้ องการเลิกบุหรี่ ขณะที่บางพื้นที่ยังได้เชื่อมต่ อกับชุมชน วัดและมัสยิด อย่างที่ จ.นครนายก ที่ได้มีการรุกทำงานในวัด โดยชวนเจ้าคณะจังหวัดเข้าร่วม ส่งผลให้วัดในนครนายกเป็นวั ดปลอดบุหรี่ทั้งจังหวัด” ผศ.นพ.สุทัศน์ กล่าวและว่า หลังจากนี้คงต้องผลักดันศูนย์จั ดตั้งขึ้นให้มีความยั่งยืน และให้งานด้านการอดบุหรี่เป็ นงานที่อยู่ในระบบ ไม่ได้เป็นเพียงแต่งานฝาก ซึ่งขณะนี้ รมว.สาธารณสุขได้เห็นความสำคั ญของงานนี้ และได้จัดเข้าไปอยู่ในแผนงานบริ การกระทรวงสาธารณสุข
ผศ.นพ.สุทัศน์ กล่าวต่อว่า งานขับเคลื่อนเพื่อเลิกบุหรี่ แม้ว่าจะถูกมองว่าเป็นงานด้ านการป้องกันและไม่ใช่บทบาทหน้ าที่ สปสช.ในการสนับสนุน แต่งานป้องกันและงานรักษาบางครั ้งแยกกันไม่ออก และหลายโรคใช้มาตรการป้องกันดี กว่ารักษา อีกทั้งโครงการนี้เป็นการมุ่ งเน้นไปยังบุ คลากรของโรงพยาบาลที่เป็นการสร้ างต้นแบบ ทั้งนี้หากทำแต่งานรักษาไม่ป้ องกันเลย อนาคตประเทศคงลำบากจากจำนวนผู้ ป่วยที่เพิ่มมากขึ้น






