
เอสเอ็มอีแบงก์ ลด NPL ได้ต่ำกว่าเป้า เหลือ 23.78%
ในวันนี้ (21 เมษายน 2559) ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์) ได้แถลงข่าว “ผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2559 และการพัฒนาผู้ประกอบการในพันธกิจSME Development Bank” โดยนางสาลินี วังตาล ประธานกรรมการ และ นายมงคล ลีลาธรรม กรรมการผู้จัดการ เอสเอ็มอีแบงก์ ดังนี้
1. สินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPLs) ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2559 ธนาคารสามารถลด NPLs ลงมาอยู่ที่ระดับ 21,076 ล้านบาท ( คิดเป็น 23.78% ของสินเชื่อรวม ) ต่ำกว่าเป้า 22,000 ล้านบาท ที่คนร.กำหนด และลดลง 2,376 ล้านบาท จากสิ้นปี 2558 ที่มี NPLs อยู่ที่ระดับ 23,452 ล้านบาท ( คิดเป็น 27.23% ของสินเชื่อรวม ) สาเหตุเนื่ องมาจากธนาคารสามารถขายลูกหนี้ ให้กับ บริษัท บริหารสินทรัพย์กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (BAM) จำนวน 1,057 ล้านบาท และจากการดูแลป้องกันลูกหนี้ไม่ ให้ตกชั้น และทำการปรับโครงสร้างหนี้ได้
2. ผลการดำเนินงานของธนาคาร อยู่ในระดับน่าพอใจ คือ มีกำไรสุทธิเดือนมีนาคม 195 ล้านบาท ซึ่งเป็นกำไรต่อเนื่องจากปี 2558 ส่งผลให้ไตรมาสแรกปี 2559 ธนาคารมีกำไรสุทธิรวม 537 ล้านบาท ทั้งนี้ธนาคารปล่อยสินเชื่อใหม่ ให้ผู้ประกอบการรายย่อยได้รวม 9,962 ล้านบาท จำนวน 3,405 ราย เฉลี่ยกู้ต่อราย 2.92 ล้านบาท และการที่ธนาคารมีผลกำไรต่อเนื่ อง ทำให้ขณะนี้มีอัตราส่วนเงิ นกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (BIS Ratio) เท่ากับ 14.34 %
3. การพัฒนาผู้ประกอบการ ธนาคารดำเนินการพัฒนาผู้ ประกอบการต่อไปอย่างจริงจัง โดยในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ธนาคารได้เปิด Co-Working Spaceณ สำนักงานใหญ่ SME Bank Towerติดสถานีรถไฟฟ้าอารีย์ เพื่อให้บริการแก่ผู้ ประกอบการกลุ่ม Startup และบัดนี้จะยกระดับขึ้นมาเป็นศูนย์ Innovation Center โดยร่วมกับ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้ าคุณทหารลาดกระบัง โดยศูนย์นี้จะเน้นงานด้านวิ ศวกรรมและไอทีที่เป็นจุดเด่นของพระจอมเกล้าลาดกระบัง นอกจากนี้ได้ขยายความ
ร่วมมือกับบริษัทหลักทรัพย์ โนมูระ พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) สนับสนุนส่งเสริมและพัฒนาศั กยภาพผู้ประกอบการSMEs และผู้ประกอบการใหม่เชิงสร้างสรรค์นวัตกรรมกลุ่ม Startup จัดการแข่งขัน Contest นักศึกษาและประชาชนทั่วไป โดยใช้งบประมาณ 1 ล้านบาท ซึ่งจะเปิดดำเนินการรับสมัครกลุ่มเป้าหมาย Startup เข้าร่วมการแข่งขันตั้งแต่ ปลายเดือนเมษายน 2559 เป็นต้นไป
4. โครงการร่วมลงทุน ธนาคารได้อนุมัติแล้ว 3 ราย เป็นกิจการ SMEsขนาดเล็ก เกี่ยวกับเกษตรแปรรูป และในเดือนเมษายนได้ร่วมลงทุนอีก 1 ราย คือ บริษัท หมิ๋ง คอปอเรชั่น จำกัด ผู้ผลิตเครื่องดื่มซุปไก่สกัด ภายใต้แบรนด์ หมิ๋ง (Ming) ร่วมลงทุนประมาณ 10 ล้านบาท และในไตรมาสสอง ยังมีกิจการSMEs ที่เตรียมพิจารณาเข้าร่วมลงทุนอีก 7 ราย เป็นธุรกิจด้านอาหาร ด้านซอฟต์แวร์ และด้านโลจิสติกส์ โดยคาดว่าปี 2559 ธนาคารจะร่วมลงทุนกับผู้ ประกอบการวงเงินประมาณ 700 ล้านบาท
5. สนับสนุนผู้ประกอบการกลุ่ม SMEsที่เป็น Social Enterprise ในการพัฒนากลุ่มผู้ ประกอบการและชุมชนชาวบ้านบริเวณเขื่อนเชี่ยวหลาน จังหวัดสุราษฏร์ธานี ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ที่ธนาคารจะให้การสนับสนุนด้ านเงินทุนเพื่อปรับปรุงการให้ บริการ พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวท้องถิ่นไปสู่การท่องเที่ยวในระดับโลก โดยเน้นใส่ความแตกต่าง พัฒนาให้ชาวบ้านเป็นผู้ ประกอบการเชิงคุณภาพ ปรับปรุงแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เกษตรอินทรีย์ รวมถึงการเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวจากอันดามันมาสู่เกาะสมุย อ่าวไทย เป็นการปรับปรุงบริหารจัดการชุมชนโดยรอบ ซึ่งมีธุรกิจแพพักรองรับนักท่องเที่ยว ธุรกิจโดยสารทางเรือ เป็นต้น รวมถึงสนับสนุนผู้ประกอบการกลุ่มสมาคมส่งเสริมท่องเที่ยวทะเลสาบเชี่ยวหลานด้วย เพื่อให้สามารถบริหารธุรกิ จแบบยั่งยืน มีความปลอดภัยเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ที่เป็นหัวใจหลักของธุรกิจท่องเที่ยว และเสริมสร้างรายได้ให้ชุมชน การสร้างอาชีพตามวิถีชีวิตของคนพื้นบ้าน และกำลังพิจารณาร่วมลงทุนในที่สุด
1. สินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPLs) ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2559 ธนาคารสามารถลด NPLs ลงมาอยู่ที่ระดับ 21,076 ล้านบาท ( คิดเป็น 23.78% ของสินเชื่อรวม ) ต่ำกว่าเป้า 22,000 ล้านบาท ที่คนร.กำหนด และลดลง 2,376 ล้านบาท จากสิ้นปี 2558 ที่มี NPLs อยู่ที่ระดับ 23,452 ล้านบาท ( คิดเป็น 27.23% ของสินเชื่อรวม ) สาเหตุเนื่ องมาจากธนาคารสามารถขายลูกหนี้ ให้กับ บริษัท บริหารสินทรัพย์กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (BAM) จำนวน 1,057 ล้านบาท และจากการดูแลป้องกันลูกหนี้ไม่ ให้ตกชั้น และทำการปรับโครงสร้างหนี้ได้
2. ผลการดำเนินงานของธนาคาร อยู่ในระดับน่าพอใจ คือ มีกำไรสุทธิเดือนมีนาคม 195 ล้านบาท ซึ่งเป็นกำไรต่อเนื่องจากปี 2558 ส่งผลให้ไตรมาสแรกปี 2559 ธนาคารมีกำไรสุทธิรวม 537 ล้านบาท ทั้งนี้ธนาคารปล่อยสินเชื่อใหม่ ให้ผู้ประกอบการรายย่อยได้รวม 9,962 ล้านบาท จำนวน 3,405 ราย เฉลี่ยกู้ต่อราย 2.92 ล้านบาท และการที่ธนาคารมีผลกำไรต่อเนื่ อง ทำให้ขณะนี้มีอัตราส่วนเงิ นกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (BIS Ratio) เท่ากับ 14.34 %
3. การพัฒนาผู้ประกอบการ ธนาคารดำเนินการพัฒนาผู้ ประกอบการต่อไปอย่างจริงจัง โดยในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ธนาคารได้เปิด Co-Working Spaceณ สำนักงานใหญ่ SME Bank Towerติดสถานีรถไฟฟ้าอารีย์ เพื่อให้บริการแก่ผู้ ประกอบการกลุ่ม Startup และบัดนี้จะยกระดับขึ้นมาเป็นศูนย์ Innovation Center โดยร่วมกับ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้ าคุณทหารลาดกระบัง โดยศูนย์นี้จะเน้นงานด้านวิ ศวกรรมและไอทีที่เป็นจุดเด่นของพระจอมเกล้าลาดกระบัง นอกจากนี้ได้ขยายความ
ร่วมมือกับบริษัทหลักทรัพย์ โนมูระ พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) สนับสนุนส่งเสริมและพัฒนาศั กยภาพผู้ประกอบการSMEs และผู้ประกอบการใหม่เชิงสร้างสรรค์นวัตกรรมกลุ่ม Startup จัดการแข่งขัน Contest นักศึกษาและประชาชนทั่วไป โดยใช้งบประมาณ 1 ล้านบาท ซึ่งจะเปิดดำเนินการรับสมัครกลุ่มเป้าหมาย Startup เข้าร่วมการแข่งขันตั้งแต่ ปลายเดือนเมษายน 2559 เป็นต้นไป
4. โครงการร่วมลงทุน ธนาคารได้อนุมัติแล้ว 3 ราย เป็นกิจการ SMEsขนาดเล็ก เกี่ยวกับเกษตรแปรรูป และในเดือนเมษายนได้ร่วมลงทุนอีก 1 ราย คือ บริษัท หมิ๋ง คอปอเรชั่น จำกัด ผู้ผลิตเครื่องดื่มซุปไก่สกัด ภายใต้แบรนด์ หมิ๋ง (Ming) ร่วมลงทุนประมาณ 10 ล้านบาท และในไตรมาสสอง ยังมีกิจการSMEs ที่เตรียมพิจารณาเข้าร่วมลงทุนอีก 7 ราย เป็นธุรกิจด้านอาหาร ด้านซอฟต์แวร์ และด้านโลจิสติกส์ โดยคาดว่าปี 2559 ธนาคารจะร่วมลงทุนกับผู้ ประกอบการวงเงินประมาณ 700 ล้านบาท
5. สนับสนุนผู้ประกอบการกลุ่ม SMEsที่เป็น Social Enterprise ในการพัฒนากลุ่มผู้ ประกอบการและชุมชนชาวบ้านบริเวณเขื่อนเชี่ยวหลาน จังหวัดสุราษฏร์ธานี ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ที่ธนาคารจะให้การสนับสนุนด้ านเงินทุนเพื่อปรับปรุงการให้ บริการ พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวท้องถิ่นไปสู่การท่องเที่ยวในระดับโลก โดยเน้นใส่ความแตกต่าง พัฒนาให้ชาวบ้านเป็นผู้ ประกอบการเชิงคุณภาพ ปรับปรุงแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เกษตรอินทรีย์ รวมถึงการเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวจากอันดามันมาสู่เกาะสมุย อ่าวไทย เป็นการปรับปรุงบริหารจัดการชุมชนโดยรอบ ซึ่งมีธุรกิจแพพักรองรับนักท่องเที่ยว ธุรกิจโดยสารทางเรือ เป็นต้น รวมถึงสนับสนุนผู้ประกอบการกลุ่มสมาคมส่งเสริมท่องเที่ยวทะเลสาบเชี่ยวหลานด้วย เพื่อให้สามารถบริหารธุรกิ จแบบยั่งยืน มีความปลอดภัยเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ที่เป็นหัวใจหลักของธุรกิจท่องเที่ยว และเสริมสร้างรายได้ให้ชุมชน การสร้างอาชีพตามวิถีชีวิตของคนพื้นบ้าน และกำลังพิจารณาร่วมลงทุนในที่สุด






