thansettakij
thansettakij
DITP เปิดตัวโครงการ “เพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์” ปี 59

DITP เปิดตัวโครงการ “เพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์” ปี 59

20 เม.ย. 59 | 09:08 น.
อัปเดตล่าสุด :20 เม.ย. 59 | 16:38 น.
นางจันทิรา ยิมเรวัต วิวัฒน์รัตน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ได้เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ “เพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์” ประจำปี พ.ศ.2559 ในวันพุธที่ 20 เมษายน 2559 ณ โรงแรมริชมอนด์สไตลิชคอนเวนชั่น นนทบุรี ซึ่งจัดขึ้นเพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันในระยะยาวให้แก่ ผู้ประกอบการค้าระหว่างประเทศ ผู้ประกอบธุรกิจบริการ และผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์ของไทย ที่ผ่านการคัดเลือกทั้งสิ้นจำนวน 30 บริษัท เข้าร่วมรับฟังการเสวนา ในหัวข้อ “Logistics 4.0 ทิศทางการขับเคลื่อนโลจิสติกส์ไทยสู่อนาคต”นำโดย นายนพพร เทพสิทธา ประธานสภาผู้ขนส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย และรศ.ดร. สมพงษ์   ศิริโสภณศิลป์ อดีตผู้อำนวยสถาบันการขนส่ง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และในหัวข้อ “เขตเศรษฐกิจพิเศษ...โอกาสและความท้าทายของผู้ประกอบการค้าระหว่างประเทศ/ผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์ไทย” นำโดยนายสัญญวิทย์    เศรษฐโภคิน นายกสมาคมขนส่งสินค้าและโลจิสติกส์ไทย และนายเฉลิมศักดิ์ กาญจนวรินทร์ กรรมการผู้จัดการบริษัท ฮาซเคม โลจิสติกส์ แมเนจเม้นท์ จำกัด เพื่อให้ทราบถึงสถานการณ์ปัจจุบันที่มีผลกระทบต่อการค้าระหว่างประเทศและโลจิสติกส์การค้า นอกจากนี้ ยังได้เรียนรู้ประสบการณ์จริงจากผู้ประกอบการที่ได้เข้าร่วมโครงการในรุ่นที่ผ่านมา

ในโอกาสนี้ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า ผู้ประกอบการไทยต้องเผชิญกับแรงกดดันและความท้าทายรอบด้าน ซึ่งเป็นผลจากการแข่งขันทางธุรกิจที่ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น การเพิ่มประสิทธิภาพบริหารจัดการด้านโลจิสติกส์การค้า ซึ่งเป็นต้นทุนสำคัญของผู้ประกอบการในทุกภาคส่วน จึงเป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญที่เพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันทางการค้า และสร้างความได้เปรียบทางธุรกิจให้กับผู้ประกอบการไทย คลอบคลุมทั้งภาคสินค้าและบริการ

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ตระหนักถึงความสำคัญของการส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบการธุรกิจ ของไทยให้สามารถแข่งขันได้ทั้งในระดับภูมิภาคอาเซียนและในระดับสากล และได้เริ่มจัดโครงการนี้ตั้งแต่ปี 2552 จนถึงปัจจุบัน รวม 8 รุ่น ซึ่งสามารถเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์ได้มากกว่า 1,216 ล้านบาท เพื่อให้ผู้ประกอบการธุรกิจของไทย ซึ่งได้แก่ ผู้ประกอบการค้าระหว่างประเทศ ผู้ประกอบธุรกิจบริการ และผู้ให้บริการโลจิสติกส์ ที่เข้าร่วมโครงการได้นำความรู้ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการโลจิสติกส์ในองค์กรได้อย่างเหมาะสม สามารถสร้างต้นแบบ ตลอดจนวิเคราะห์ธุรกิจ และวางแผนการดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาได้อย่างถูกต้อง มีผลประกอบการที่ดียิ่งขึ้นและเติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป

ทั้งนี้ โครงการดังกล่าว จะเริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือนเมษายน จนถึงเดือนกันยายน 2559