"ไทยแอร์เอเชีย" ชงข้อเสนอ Restart Thailand ฟื้นธุรกิจการบิน-ท่องเที่ยว

17 ธ.ค. 2563 เวลา 23:00 น. 410

"ไทยแอร์เอเชีย" ยืนยันไทยต้องเปิดประเทศรับนักท่องเที่่ยวเข้ามา เพื่อรักษาการเป็นฮับการบิน พร้อมเสนอแนะแนวทาง 3 ข้อแก่รัฐสู่การ Restart Thailand

ในงาน Dinner Talk : Restart Thailand 2021…ขับเคลื่อนประเทศไทย" ที่จัดขึ้นโดยหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ และกรุงเทพธุรกิจ   ณ  พารากอน ฮอลล์ สยามพารากอน   นายสันติสุข คล่องใช้ยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินไทยแอร์เอเชีย เปิดเผยว่า  ในแง่มุมของสายการบิน ขอนำเสนอการ Restart Thailand ในรูปแบบที่ว่า "ไทยต้องต้อนรับนักท่องเที่ยวกลับมา"


โดยแผนในอนาคตอันใกล้ไทยต้องมีจำนวนนักท่องเที่ยวที่มากพอ เพราะอินฟาสตรัทเจอร์ หรือโครงสร้างพื้นฐานของประเทศไทยถูกออกแบบมาแบบนั้น   ปัจจุบันไทยมีสนามบิน 2 สนามบินหลัก อย่างสุวรรณภูมิ และ ดอนเมือง และมีแห่งที่ 3 อู่ตะเภา ทั้งหมดนี้ถูกสร้างมาเพื่อรองรับนักท่องเที่ยว นักเดินทางที่เข้ามา 

 

"ไทยแอร์เอเชีย" ชงข้อเสนอ Restart Thailand ฟื้นธุรกิจการบิน-ท่องเที่ยว
นอกจากนั้นแล้วประเทศไทย โดยกรุงเทพเป็นฮับที่สำคัญเกี่ยวกับการบินในย่านนี้ ดังนั้นไทยจะเสียตำแหน่งนี้ไม่ได้ จึงขอยืนยันว่าอย่างไรเสียไทยจะต้องเปิดประเทศเพื่อรับนักท่องเที่ยวเข้ามา

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

“ปตท.”เชื่อเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวแน่ภายใต้เงื่อนไข 3 ไม่

"สุพัฒนพงษ์" ลุยเพิ่มโอกาสประเทศไทย ให้น่าลงทุนที่สุด

นายสันติสุข กล่าวเพิ่มเติมว่า ส่วนการเปิดประเทศจะทำอย่างไรนั้น เบื้องต้นมีข้อเสนอแนะ 3 ข้อได้แก่ 


1.Get Ready ต้องทำอย่างไรให้ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวอยู่ได้   (Airline , Airport , Transportation,Hotel ) นั่นคือสิ่งที่ทำให้ไทยแอร์เอเชียต้องขอซอร์ฟโลน เพื่อจะรักษาบุคลากรในส่วนของธุรกิจการบินไว้ได้ ยกตัวอย่างนักบิน ที่มีความสามารถเฉพาะทาง เป็นบุคลากรที่มีคุณค่า ดังนั้นการขอซอร์ฟโลนเป็นการขอมาเพื่อรักษาการจ้างงานเอาไว้


เช่นเดียวกับธุรกิจอื่นๆอย่าง โรงแรม การขนส่ง สนามบิน ต่างได้รับผลกระทบด้วยกันทั้งสิ้น ทุกอย่างโยงกันหมด ดังนั้นสิ่งที่ต้องรักษาคือผู้เล่นในตลาดที่เกี่ยวข้องในธุรกิจการท่องเที่ยว

 

2.Promote Safety เป็นสิ่งที่ประเทศไทยทำได้ดี ก็ทำต่อไป เรื่องของ Public Health Policy นโยบายสาธารณสุขยังคงต้องไว้ ไทยต้องแสดงให้ต่างชาติเห็นว่าปลอดภัย  ส่วนมาตรการต่างๆในการดูแลเรื่องสาธารณสุขต้องคงไว้ ส่วน วัคซีนที่ไทยจะสามารถผลิตเองได้เองในกลางปีหน้า และความสามารถในการผลิตก็จะทำให้ไทยเป็นฮับ ในการกระจายส่งไปประเทศเพื่อนบ้านได้


นอกจากนั้นแล้วธุรกิจที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอาจจะเป็นทัวร์ที่เข้ามาเพื่อฉีดวัคซีน ก็สามารถทำได้ โดยนักท่องเที่ยวเข้ามาฉีดวัคซีน หลังจากนั้นก็ท่องเที่ยวในประเทศไทย ก็จะเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่เกิดขึ้นได้ ดังนั้นการเป็นวัคซีนฮับ (Vaccine Hub ) ก็ต้องเตรียมพร้อมเพื่อรับนักท่องเที่ยวเข้ามาและกระจายวัคซีนออกไป

 

"ไทยแอร์เอเชีย" ชงข้อเสนอ Restart Thailand ฟื้นธุรกิจการบิน-ท่องเที่ยว
 

3.Build Infastructure เมื่อไทยมีความพร้อมทางด้านวัคซีน ดังนั้น โรงพยาบาล หรือ Medical Service ต้องพร้อมในการดูแล ผู้ที่ได้รับผลกระทบ -ผู้ที่ติดเชื้อไวรัสโควิด -19 หรือ ผู้ที่จะมาฉีดวัคซีน การให้บริการต้องพร้อม เรื่องของ Verification  ในอนาคตอาจจะต้องมีเอกสารเพื่อ Verified ซึ่งอาจจะเป็นกฏการบินที่จะออกมา ยกตัวอย่าง ผู้โดยสารที่จะขึ้นเครื่อง หรือ เดินทางโดยเครื่องบินได้ หรือ บินระหว่างประเทศต้องได้รับการฉีดวัคซีน 


ดังนั้นพวก Verification ต่างๆอาจจะเป็น เอกสารต่าง ,เป็นพาสปอร์ตอีกเล่มหนึ่ง,เป็นระบบอิเลกทรอนิกส์, เป็นระบบดาต้าต่างๆเป็นแพลทฟอร์มที่จะรวมรายละเอียดเรื่อง Verification เรื่องการฉีดวัคซีนเหล่านี้รวมเข้าไป ตรงนี้ต้องเริ่มคิดเริ่มทำ 


ส่วนเรื่องประกัน Insurance เมื่อเปิดรับนักท่องเที่ยว หากมีการติดเชื้อในประเทศก็จะมีประกันเพื่อรับรองเพื่อลดค่าใช้จ่าย


นายสันติสุข กล่าวเพิ่มเติมว่า  ทั้งหมดนี้ถือเป็นสิ่งที่ธุรกิจท่องเที่ยว-ธุรกิจสายการบินขอนำเสนอกับรัฐบาลเกี่ยวกับแนวความคิดในการจะ Restart Thailand 


"อีก 6 -12 เดือนหลังจากนี้ไม่รู้ว่าวัคซีนจะได้รับผลอย่างไร กว้างขวางขนาดไหน แต่สิ่งที่ทำได้ในตอนนี้คือช่วยเศรษฐกิจไทยด้วยการเที่ยวในประเทศ  เป็นสิ่งที่ทำได้เลย ถือเป็นการให้กำลังใจกัน กระจายรายได้ให้คนในประเทศ "