thansettakij
thansettakij
ถกเงื่อนไข"รถเก่าแลกรถใหม่" อุตฯนัดหารือสัปดาห์นี้   

ถกเงื่อนไข"รถเก่าแลกรถใหม่" อุตฯนัดหารือสัปดาห์นี้   

23 พ.ย. 63 | 00:08 น.
อัปเดตล่าสุด :23 พ.ย. 63 | 09:35 น.

กระทรวงอุตสาหกรรม ถกหาแนวทาง"โครงการรถเก่าแลกรถใหม่" 100,000 คัน ในสัปดาห์นี้หลังศบศ.ไฟเขียว

 

หลังจากที่คณะกรรมการบริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 หรือ ศบศ. เห็นชอบหลักการนำรถเก่าที่มีอายุการใช้งานตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป มาเปลี่ยนเป็นยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อเป็นการส่งเสริมมาตรการกระตุ้นการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าและบริหารจัดการซากยานยนต์

 

ล่าสุดนายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยเรื่องนี้ว่า โครงการรถเก่าแลกรถใหม่ 100,000 คัน ขณะนี้ยังไม่ได้ข้อสรุปเงื่อนไขโครงการว่าจะมีวิธีการแลกแบบไหน ลดเท่าไร ซึ่งกระทรวงอุตสาหกรรมจะประชุมพิจารณาอีกครั้งภายในสัปดาห์นี้  หลังจากได้ข้อสรุปในส่วนของกระทรวงอุตสาหกรรมแล้ว จะเสนอนายไพรินทร์ ชูโชติถาวร ประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนมาตรการบริหารเศรษฐกิจ ศบศ.อีกครั้ง ก่อนที่จะเสนอคณะกรรมการชุดใหญ่ ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหมเป็นประธาน


โดยที่ผ่านมาทั้งภาครัฐและเอกชนเสนอหลายเงื่อนไขสิทธิประโยชน์เพื่อจูงใจให้ประชาชนนำรถเก่าที่มีอายุการใช้งานตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป มาแลกรถใหม่หลายแนวทาง เช่น นำค่าใช้จ่ายจากการซื้อยานยนต์ไฟฟ้าพลังงานผสมหรือไฮบริด ( เอกชนค่ายรถยนต์ สนับสนุนส่วนลด 2% และอุดหนุนค่ากำจัดซาก 1% ของราคาขายรถใหม่) ไปหักภาษีเงินได้ส่วนบุคคลได้ คิดเป็นเงินส่วนลด 3% ของราคาขายรถใหม่ หรือสูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท ,การให้คูปองส่วนลดในการซื้อรถยนต์ใหม่ ที่ได้รับการสนับสนุนจากค่ายรถยนต์ต่างๆ  เป็นต้น

 

อย่างไรก็ดีทางกระทรวงคมนาคมต้องเชื่อมโยงข้อมูลทะเบียนกับกรมขนส่งทางบกเพื่อยกเลิกทะเบียนรถเก่า และฝ่ายรัฐต้องก่อสร้างสภาพแวดล้อม ที่สนับสนุนให้เกิดกิจการจัดการซากรถเก่า ลดฝุ่น PM 2.5 และนำเศษซากมาสร้างประโยชน์ใหม่

 

ด้านผู้บริหารค่ายรถยนต์มองว่า โครงการนำ"รถเก่าแลกรถใหม่" อาจไม่ได้รับความสนใจมากนัก เพราะราคารถไฮบริดเริ่มต้นในไทย อยู่ที่ 1,000,000 บาท ผ่อนเริ่มต้น 13,000-15,000 บาท ระยะเวลาผ่อน 72 เดือน หรือ 6 ปี เน้นรถกลุ่มผู้มีรายได้ระดับกลางถึงบน ซึ่งกลุ่มนี้ส่วนใหญ่มักจะเปลี่ยนรถในช่วงเวลา 4-5 ปี อยู่แล้ว และรถยนต์ไฮบบริดยังมีราคาแพง