thansettakij
thansettakij
อาคม เติมพิทยาไพสิฐ ทำดี ไม่ต้องโฆษณา

อาคม เติมพิทยาไพสิฐ ทำดี ไม่ต้องโฆษณา

24 เม.ย. 59 | 02:30 น.
ยุครัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา สิ่งสำคัญที่เร่งดำเนินการอย่างยิ่ง คือ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในประเทศ เพราะมันคือตัวขับเคลื่อนสำคัญ ที่จะทำให้เศรษฐกิจของประเทศเดินหน้าไปได้ และ "อาคม เติมพิทยาไพสิฐ" รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ก็คือผู้ที่ได้รับเลือกเข้ามาทำหน้าที่รับผิดชอบแผนงานสำคัญดังกล่าว

รัฐมนตรีท่านนี้ จบการศึกษามัธยมศึกษาตอนปลาย จากโรงเรียนอำนวยศิลป์ พระนคร ระดับปริญญาตรีจากคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และปริญญาโทสาขาเศรษฐศาสตร์ จากวิทยาลัยวิลเลียม สหรัฐอเมริกา และด้วยความเป็นพี่ชายคนโตของครอบครัวที่พ่อแม่มีอาชีพค้าขาย ท่านจึงค้าขายมาตั้งแต่เด็ก ที่จังหวัดบ้านเกิดศรีสะเกษ และด้วยคำสอนของคุณยาย ที่บอกเสมอว่า แม้จะยากจน หรือลำบากอย่างไร ก็ไม่ให้ทิ้งการเรียน จึงทำให้ผู้ชายคนนี้ขวนขวายด้านการเรียนจนจบปริญญาโท

ท่านบอกว่า จากประสบการณ์ในวัยเด็ก ทั้งการขายของ ความยากลำบาก และการพบปะผู้คนมากหน้าหลายตา ทำให้ท่านเรียนรู้เรื่องของความอดทน และได้ศึกษาชีวิตของคนทั่วไป ซึ่งถือเป็นพื้นฐานที่ดีในการทำงาน

จนกระทั่งได้มาสร้างประสบการณ์การทำงานมากมาย ตั้งแต่ตำแหน่งผู้อำนวยการกองวิเคราะห์และประมาณการเศรษฐกิจ ขยับมาทำงานในสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ เป็นที่ปรึกษาด้านนโยบายและแผนงาน กระทั่งได้รับแต่งตั้งเป็นรองเลขาธิการ และเป็นเลขาธิการ สคช. และก่อนที่จะมารับตำแหน่งปัจจุบัน เขาเคยรับแต่งตั้งเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ และเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ในรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ทำงานควบคู่ทั้งตำแหน่งข้าราชการพลเรือนสามัญ และตำแหน่งทางการเมือง จนได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในเดือนสิงหาคม 2558

ตลอดชีวิตการทำงานที่ผ่านมา รัฐมนตรีท่านนี้ อยู่ในสายวิชาการมาตลอด แต่นั่นคือข้อดี กับการเข้ามารับหน้าที่เป็นเจ้ากระทรวงคมนาคม เพราะการพิจารณาโครงการ ต้องใช้ความละเอียดรอบคอบ ต้องเน้นข้อมูล มีการศึกษาวิจัย ทั้งข้อมูลการเงิน การลงทุน กฎหมาย ความรอบคอบในแต่ละขั้นตอนการทำงาน เพราะถ้าตัดสินใจผิดพลาด ก็จะส่งผลเสีย เสียทั้งเวลา และต้นทุน

ประสบการณ์การทำงานที่ สศช. เขาต้องทำหน้าที่กลั่นกรองงานของกระทรวงต่างๆ ที่ใช้งบในการลงทุนโครงการต่างๆ แต่เมื่อมารับหน้าที่เจ้ากระทรวง ก็ต้องส่งโครงการแต่ละโครงการไปให้สภาพัฒน์พิจารณากลั่นกรองก่อนนำเข้าพิจารณาอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งสภาพัฒน์จะกลั่นกรองแล้วส่งคำถามกลับมามากมาย หากขั้นตอนแรกก่อนนำเสนอ สามารถทำงานได้อย่างละเอียดรอบคอบ สามารถผ่านได้ในขั้นตอนเดียว ก็จะลดทั้งเวลาและต้นทุนไปได้ เพราะฉะนั้นการทำงานทุกชิ้นของรัฐมนตรีท่านนี้ จึงต้องวิชาการเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ

จากการประเมินการทำงานรัฐบาลในช่วงที่ผ่านมา กระทรวงคมนาคม เป็น 1 ใน 5 ของรัฐมนตรีประจำกระทรวงที่ประชาชนไม่ค่อยเห็นผลงาน ซึ่งเรื่องนี้ รัฐมนตรี เองก็ไม่มีคำตอบ เพราะการทำงานทุกอย่างของท่าน ดำเนินไปตามแผนงาน ซึ่งโดยนโยบายของรัฐบาลและนายกรัฐมนตรี รวมทั้งนโยบายการทำงานของ "อาคม" เอง ก็ไม่ต้องการโปรโมตตัวเอง แต่ต้องการโปรโมต หรือแจ้งให้ประชาชนรับทราบว่า กระทรวงได้ทำอะไรไปแล้วบ้าง ไม่ใช่การมานั่งโปรโมตรัฐมนตรี ต่างจากในยุคที่ผ่านๆ มา ที่ต้องมีรูปรัฐมนตรีแปะร่วมกับโครงการแต่ละโครงการ

สิ่งหนึ่งที่ "อาคม" ตระหนัก คือ คนทำบุญ ไม่จำเป็นต้องทำบุญต่อหน้าองค์พระเท่านั้นจึงจะได้บุญ ทำบุญหลังองค์พระก็ได้บุญเหมือนกัน เช่นเดียวกับการทำงานให้ประชาชนและสังคมได้ประโยชน์ ต้องไม่เห็นแก่ประโยชน์ของตัวเอง และไม่จำเป็นต้องโปรโมตหรือสร้างภาพ เพราะ...ผมไม่ใช่นักการเมือง ผมไม่รู้จักโปรโมตตัวเอง

ส่วนอีกเรื่องหนึ่ง ที่ถือเป็นหัวใจของการทำงานในรัฐบาลชุดนี้ คือ ปัญหาเรื่องคอร์รัปชัน ซึ่งกระทรวงคมนาคม ถือเป็นกระทรวงแรกๆ ที่ขึ้นชื่อในเรื่องนี้ เพราะมีโครงการใหญ่มากมาย โครงการมูลค่ามหาศาล แต่งบประมาณที่ไปใช้ดำเนินการจริงมีเพียง 50-60% นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านๆ มา แต่เมื่อถึงรัฐบาลชุดนี้ "อาคม" ยืนยันเลยว่าไม่มีค่าหัวคิว สำหรับกระทรวงคมนาคม ที่อยู่ภายใต้การดูแลของท่าน ได้มีการกำชับชัดเจนลงไปเช่นกัน ซึ่งสามารถสังเกตได้จากงานโครงการต่างๆ ที่มีการประกวดราคา จะได้ราคาที่ต่ำกว่าราคากลาง หรือราคาที่กำหนดไว้เสมอ เพราะไม่มีการกินหัวคิว

กับโครงการจำนวนมากกว่า 1,000 โครงการที่ขึ้นอยู่กับกระทรวงคมนาคม มีโครงการที่เร่งด่วนและต้องทำให้เกิดภายเป็นรูปเป็นร่างภายในรัฐบาลชุดนี้ 20 โครงการ ขณะนี้มีโครงการที่คืบหน้าไปแล้วในยุคที่ รัฐมนตรีท่านนี้เข้ามาบริหารงาน คือ...การเชื่อมโยงถนนหนทาง และอีกเรื่องที่ดำเนินการตอนเป็นรัฐมนตรีช่วย คือ มอเตอร์เวย์ 3 สาย บางปะอิน-โคราช พัทยา-มาบตาพุด และกาญจนบุรี-บางใหญ่

อีกโครงการ คือ รถไฟฟ้าสายสีส้ม รวมทั้งแผนแม่บทรถไฟฟ้า ที่ล่าช้ามาเกือบ 20 ปี ก็เร่งดำเนินการในรัฐบาลชุดนี้ พร้อมที่จะเริ่มดำเนินการก่อสร้างได้ รวมไปถึงเขตเศรษฐกิจพิเศษ ที่ผลักดันมาตั้งแต่สมัยที่เป็นเลขาธิการสภาพัฒน์ อาทิ สะพานข้ามแม่น้ำเมย แห่งที่ 2 ที่แม่สอด และอีกหนึ่งโครงการที่กำลังจะนำเสนอ คือ การเปิดด่านที่บ้านคลองลึก อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว - ปอยเปต อำเภอโอโจรว จังหวัดบันเตียเมียนเจย กัมพูชา

แต่ละโครงการกำลังเร่งเดินหน้า ไม่ว่าแต่ละโครงการจะมีปัญหาอะไร รัฐมนตรีท่านนี้ มีหน้าที่กำกับปลายทางให้เป็นปลายปิด โครงการต้องสำเร็จตามกำหนดการเดิม ไม่มีการเลื่อน สิ่งที่ต้องทำคือ การแก้ปัญหาแต่ละเปลาะระหว่างทางให้ทุกโครงการเดินหน้าไปสู่จุดหมาย ภายใต้ข้อจำกัดด้านเวลาของรัฐบาลชุดนี้ ด้วยการทำงานที่โปร่งใส ไร้คอร์รัปชัน ความท้าทายหนักหน่วงเหล่านี้ ถูกบริหารโดยรัฐมนตรีหน้าเปื้อนยิ้ม "อาคม เติมพิทยาไพสิฐ" ที่พร้อมทำงาน โดยไม่ต้องสร้างภาพและโปรโมตตัวเองแต่อย่างใด

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,150 วันที่ 21 - 23 เมษายน พ.ศ. 2559
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • business