
ดร.อร เมดิคอลฯทุ่ม 300 ล.ผุด “Medical Hair Center”
ตลาดดูแลเส้นผมไทยสุดแรง “ดร.อร เมดิคอล แฮร์ เซ็นเตอร์” ทุ่ม 300 ล้านบาท ผุด “Medical Hair Center” รับเทรนด์ หวังขึ้นแท่นผู้นำในเอเชีย
พญ.อรอุมา พันธ์อภิวัฒน์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมปลูกผมเจ้าของ “ดร.อร เมดิคอล แฮร์ เซ็นเตอร์” (Dr.Orn Medical Hair Center) เปิดเผยว่า ในช่วง 9-10 ปีก่อนหน้านี้เป็นช่วงที่ตลาดของการดูแลเส้นผม ยังมีการแข่งขันน้อย เพราะมีผู้ประกอบการน้อยราย จนมาถึงปัจจุบันที่ภาพรวมตลาดเริ่มเปลี่ยนแปลงไปผู้บริโภคหันมาใส่ใจความสวยงามและสุขภาพผมมากขึ้น ทั้งนี้หากมองตลาดปลูกผมของไทยในปัจจุบันมีแนวโน้มเติบโตแบบก้าวกระโดดและเริ่มมีการแข่งขันที่เพิ่มสูงขึ้น เพราะมีทั้งคลินิก/สถาบันเสริมความงามที่ลงมาเล่นในตลาดนี้เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะการเพิ่มบริการปลูกผมให้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกแก่ลูกค้า และเริ่มมีการหั่นราคา ลดแลกแจกแถม เป็นหลัก
โดยในส่วนของบริษัทจะให้ความสำคัญกับการทำตลาดพร้อมกันนี้ยังให้ความสำคัญกับกลยุทธ์การทำตลาดด้วยการชูความเป็นผู้นำด้านการนำนวัตกรรมอันทันสมัย พร้อมให้บริการจากทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการปลูกผม (Innovation and Expertise) ด้วยทีมแพทย์และพยาบาลผู้เชี่ยวชาญ พร้อมตอกย้ำการเป็นผู้นำด้านการดูแลเส้นผมและหนังศีรษะแบบครบวงจรด้วยการส่งผลิตภัณฑ์ “ดร.อร คอสเม่” (Dr.Orn Cosmez) ลุยในตลาด E-Commerce และ Social Commerce เพื่อเติมเต็มเซกเมนต์ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม ตอบโจทย์ผู้ประสบปัญหาเส้นผมในทุกรูปแบบ สามารถใช้ได้แม้ในคนที่ไม่มีปัญหา เพื่อเป็นการดูแลและป้องกันก่อนที่จะเกิดปัญหาผมได้ เพราะการดูแลเส้นผมจำเป็นต้องดูแลทุกวัน การใช้ผลิตภัณฑ์ที่บ้านจึงเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้การรักษาเห็นผลดีอย่างชัดเจน
นอกจากนี้ยังมี Home Service ที่ให้บริการดูแลถึงบ้าน พร้อมทีมให้คำปรึกษาทางออนไลน์ (Online Consultation) ในกรณีที่ลูกค้าไม่สามารถเข้ามารับบริการที่คลินิกได้ เมื่อสามารถดูแลลูกค้าได้ในรูปแบบที่ทางลูกค้าสะดวก ก็จะช่วยทำให้เกิดความต่อเนื่องในการรักษา ส่งผลให้ผลลัพธ์ของการรักษาเกิดประสิทธิภาพสูงสุดด้วย นอกจากนี้ยังมีการส่งเสริมโครงการเพื่อสังคมในมูลนิธิรักษ์ผม ที่ก่อตั้งโดยพญ.อรอุมา พันธ์อภิวัฒน์ เพื่อมอบโอกาสให้กับผู้มีปัญหาผมที่ด้อยโอกาส ยากต่อการเข้าถึงการรักษาด้วย
ทั้งนี้ตั้งเป้าให้ “ดร.อร เมดิคอล แฮร์ เซ็นเตอร์” ขึ้นแท่นผู้นำครบวงจรอันดับ 1 ทั้งในไทยและในเอเชียให้ได้ภายในปี 2564 จึงพร้อมทุ่มงบกว่า 300 ล้านบาทสร้าง Dr. Orn Medical Hair Center สถาบันดูแลเส้นผมและหนังศีรษะแบบครบวงจรในระดับเอเชีย โดยคาดว่าจะเปิดให้บริการในช่วงเดือนเมษายน ในปี 2564 โดยใช้กลยุทธ์ 1. การทำวิจัยและการพัฒนา ร่วมกับสถาบันการศึกษาชั้นนำของเมืองไทยที่โดดเด่นด้านการคิดค้นนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ 2. สร้างศูนย์ฝึกฝนบุคลากรภายในองค์กร 3. การสร้างความประทับใจตั้งแต่ครั้งแรก โดยการให้บริการเหนือระดับ 4. การรักษาที่สามารถเห็นผลได้จริง และ 5. สร้างการตระหนักรู้เกี่ยวกับปัญหาเส้นผมไปยังกลุ่มเป้าหมายผ่านช่องทางออนไลน์ทุกชนิด
ขณะที่ในปัจจุบันผลประกอบการของ “ดร.อร เมดิคอล แฮร์ เซ็นเตอร์” โตขึ้นมากกว่า 100% ในทุกปีโดย ซึ่งมีผู้ใช้บริการคิดเฉลี่ยต่อเดือนจำนวน 2,400 ราย แบ่งเป็นสัดส่วนชาย 70% และหญิง 30% เพราะผู้ชายเริ่มดูแลตัวเองมากขึ้น รวมถึงมักมีปัญหาศีรษะบางจากฮอร์โมนเพศและกรรมพันธุ์ โดยแบ่งเฉลี่ยตามกลุ่มอายุ ช่วง 20-35 ปี มีประมาณ 25 % อายุ 35-50 ปี ประมาณ 50% และช่วงอายุ 50 ปีขึ้นไป ประมาณ 25% และสาเหตุที่กลุ่มลูกค้ามีช่วงอายุที่น้อยลงอยู่ในช่วงวัยนักศึกษานั้น เพราะเทรนด์การดูแลสุขภาพและบุคลิกภาพของคนเราที่หันมาให้ความสนใจดูแลตัวเองมากยิ่งขึ้น รวมถึงการตระหนักถึงปัญหาผมร่วง ผมบางจากกรรมพันธุ์ที่ส่งผลต่อความมั่นใจและบุคลิกภาพด้วย






