
ไทยและสหรัฐฯ เร่งยกระดับความสัมพันธ์ทางการค้า ครั้งแรกในรอบ 13 ปี
ในการประชุมระดับรัฐมนตรีครั้งนี้ นับว่าสำคัญมากที่จะได้หารือด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุนและความร่วมมือเพื่อขยายการค้าระหว่างกัน หลังว่างเว้นนาน 13 ปี ซึ่งนางอภิรดีฯ จะหารือกับผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (Ambassador Michael B. Froman, USTR) เพื่อหาแนวทางความร่วมมือ และแก้ไขอุปสรรคทางการค้าระหว่างกัน โดยเฉพาะเรื่องที่ไทยขอรับสิทธิ GSP เพิ่มเติมสำหรับสินค้า Travel Goods ซึ่งเป็นสินค้าที่ไทยมีศักยภาพ และสามารถขยายการส่งออกไปสหรัฐฯ ได้เพิ่มขึ้น
นอกจากนั้น จะได้แจ้งสหรัฐฯเกี่ยวกับความคืบหน้าของไทยในการแก้ไขปัญหา IUU การค้ามนุษย์ และแรงงานผิดกฎหมาย ซึ่งรัฐบาลให้ความสำคัญเป็นวาระแห่งชาติ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบเรื่องนี้ในตลาดสหรัฐฯ และเรื่องความร่วมมือต่างๆ เช่น ด้านพลังงานทดแทน ที่สหรัฐฯ ต้องการให้ไทยเป็นศูนย์กลางของอาเซียน เพื่อดึงดูดการลงทุนด้านนี้ และการจัดสัมมนาเกี่ยวกับกฎหมายความปลอดภัยสินค้าอาหารแก่ผู้ประกอบไทย
นางอภิรดีฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า สหรัฐฯ ได้จัดหารือและแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (Trans-Pacific Partnership: TPP) ซึ่งจะช่วยสร้างความเข้าใจในเชิงลึกให้กับไทยมากขึ้น นอกจากนี้ จะหารือกับสภาหอการค้าสหรัฐฯ เกี่ยวกับโอกาสการค้าการลงทุนระหว่างกัน โดยสหรัฐฯ หวังว่าจะสามารถยกระดับเป็นคู่ค้าและนักลงทุนอันดับหนึ่งของไทยตามเป้าหมายของสหรัฐฯ ต่อไป อีกทั้งจะแลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับบทบาทและมุมมองของภาคเอกชนต่อการจัดทำความ ตกลง TPP ด้วย รวมทั้งจะพบกับผู้นำเข้า Travel Goods รายใหญ่ของสหรัฐฯ เช่น Coach และ Tumi ซึ่งเป็นกลุ่มที่สนับสนุนให้ไทยขอรับสิทธิ GSP เพิ่มเติม และลู่ทางขยายการลงทุนในไทยต่อไป
ทั้งนี้ สหรัฐฯ เป็นคู่ค้าลำดับที่ 3 ของไทย โดยการค้าระหว่างไทยและสหรัฐฯ ในปี 2558 มีมูลค่า 37,922 ล้านหรียญสหรัฐฯ โดยไทยส่งออกไปสหรัฐฯ มูลค่า 24,058 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ขณะที่ไทยนำเข้าสหรัฐฯ มูลค่า 13,864 ส่งผลให้ไทยได้ดุลการค้าสหรัฐฯ มูลค่า 10,194 ล้านเหรียญสหรัฐฯ






