
อคส.บี้สางทุจริต ชงแผนหารายได้ใหม่
ผอ.อคส.คนใหม่ชงแผนหารายได้เข้าบอร์ด 29 ก.ย.นี้ พร้อมเดินหน้าหาพันธมิตรแก้ปัญหาสินค้าเกษตรทั้งปาล์มน้ำมัน ลำไย กุ้ง และมะพร้าว ยอมรับหนักใจเจอปัญหาทุจริตหลังรับตำแหน่ง
องค์การคลังสินค้า (อคส.) ยังต้องเผชิญกับเรื่องฉาว กรณีรักษาการแทน ผู้อำนวยการ อคส.ได้ไปลงนามซื้อขายถุงมือยางกับบริษัทเอกชนมูลค่ากว่า 1.1 แสนล้านบาท และได้จ่ายเงินล่วงหน้า 2,000 ล้านบาทโดยไม่ผ่านความเห็นชอบจากบอร์ด ซึ่งล่าสุด อคส.ได้ส่งเรื่องต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ(DSI) เพื่อเอาผิด และส่งเรื่องให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.)อายัดเงินที่จ่ายล่วงหน้าแล้ว อย่างไรก็ดีในแง่ธุรกิจที่ อคส.ต้องทำมาหาเลี้ยงชีพตัวเองยังต้องดำเนินต่อไป
นายเกรียงศักดิ์ ประทีปวิศรุต ผู้อำนวยการ อคส. คนใหม่ เผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ”ว่า หลังจากเข้ามารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 10 กันยายนที่ผ่านมา มีความตั้งใจที่จะเข้ามาเร่งรัดแก้ไขปัญหาต่าง ๆ รวมถึงการหารายได้เข้าองค์กร โดยในวันที่29 กันยายนนี้ เตรียมเสนอแผนงานในการหารายได้โดยจะมุ่งเน้นการดูแลและลดปัญหาพืชเกษตรสำคัญของไทย ประกอบด้วย ปาล์มน้ำมัน ลำไย กุ้ง และมะพร้าว ซึ่งพืชแต่ละชนิดจะมีปัญหาและแนวทางดูแลที่แตกต่างกัน โดยทั้งหมดจะยึดในหลักการแทรกแซงผลผลิตส่วนเกินมาเก็บไว้ที่คลัง ซึ่งจะเรียกว่าแก้มลิง
นอกจากนี้จะเพิ่ม 2 แนวทางหลักในการแก้ปัญหา คือ 1.การนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามาใช้ เพื่อยืดอายุผลผลิต ไม่ให้เสื่อมมูลค่าหรือเสื่อมสภาพเร็ว และ 2.การเพิ่มมูลค่าของผลผลิตโดยการแปรรูป ตัดปัญหาพ่อค้าคนกลางกดราคาผลผลิต รวมถึงเชื่อมโยงผลผลิตและการตลาด
“ขณะนี้อยู่ระหว่างการหาพันธมิตรเพื่อผลักดันแนวทางการดูแล ซึ่งเป็นการลงทุนเพิ่มในด้านแปรรูป ต้องเตรียมความพร้อมรับผลผลิตที่อยู่ในช่วงเริ่มเก็บเกี่ยว แต่ติดปัญหาแรงงานต่างด้าวเดินทางเข้าไม่ได้ ก็จะใช้วิธีร่วมมือกันระหว่างสวนในการจัดเก็บ(ลงแขก) เชื่อมโยงการแปรรูป และการขายล่วงหน้า เพราะเชื่อว่าโควิด จะลากยาวถึงปีหน้า มีการนำระบบบาร์โค้ดมาใช้เพื่อสร้างความมั่นใจผู้บริโภค ตรวจสอบย้อนหลังได้ เป็นต้น หากบอร์ดเห็นชอบในหลักการก็จะเสนอของบโควิด 4 แสนล้านบาทเพื่อแก้ปัญหาสินค้าเกษตรด้วย ส่วนการทุจริตการสัญญาซื้อจัดจ้างที่เกิดขึ้นในขณะนี้ก็ต้องปล่อยให้เป็นไปตามข้อกฎหมาย”











