
นิด้า จับมือ ภาครัฐ ยกระดับอาชีพท่องเที่ยว
สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ ผนึก นิด้า จัดทำ มาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพ สาขาวิชาชีพ การท่องเที่ยว การโรงแรม ภัตตาคารและร้านอาหาร สาขาการจัดการการท่องเที่ยวในท้องถิ่น หวังยกระดับภาคบริการการท่องเที่ยวไทย
ดร. นพดล ปิยะตระภูมิ ผู้อำนวยการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) เปิดเผยว่า ทางสถาบันได้ร่วมมือกับคณะการจัดการการท่องเที่ยว สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ในการจัดทำมาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพ สาขาวิชาชีพ การท่องเที่ยว การโรงแรม ภัตตาคารและร้านอาหาร สาขาการจัดการการท่องเที่ยวในท้องถิ่นขึ้น พร้อมจัดเสวนาเรื่อง “พลิกวิกฤติโควิด สู่โอกาสสร้างอาชีพให้ท่องเที่ยวท้องถิ่น” เพื่อยกระดับมาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพ สาขาวิชาชีพการท่องเที่ยว การโรงแรม ภัตตาคารและร้านอาหาร สาขาการจัดการการท่องเที่ยวในท้องถิ่น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับมาตรฐานคุณภาพบริการและพัฒนาศักยภาพบุคลากรในการท่องเที่ยวท้องถิ่นและให้เป็นที่ยอมรับจากทั้งภายในและต่างประเทศ และส่งเสริมการสร้างอาชีพแก่คนในท้องถิ่น ซึ่งนับเป็นกลไกการขับเคลื่อนสำคัญของระบบเศรษฐกิจฐานรากของประเทศและส่งเสริมการกระจายรายได้สู่ชุมชนตามนโยบายของรัฐบาลบนฐานทรัพยากรและทุนวัฒนธรรม
ด้วยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนทั้งหน่วยงานรัฐ เอกชน สมาคม ภาควิชาการ และชุมชน ส่งผลให้การผลักดันมาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพ สาขาวิชาชีพการท่องเที่ยว การโรงแรม ภัตตาคารและร้านอาหาร สาขาการจัดการการท่องเที่ยวในท้องถิ่น เสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว โดยแบ่งออกเป็น 6 อาชีพ ดังนี้ 1.ผู้ประกอบการที่พักท้องถิ่น 2.ผู้ประกอบการอาหารท้องถิ่น 3.ผู้ประกอบการของที่ระลึกและผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น 4.นักเล่าเรื่อง 5.นักออกแบบประสบการณ์ท่องเที่ยวท้องถิ่น และ 6.นักการตลาดท่องเที่ยวท้องถิ่น
ทั้งนี้เมื่อมาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพ สาขาการจัดการการท่องเที่ยวในท้องถิ่นนี้ ได้รับประกาศพระราชกิจจานุเบกษาให้เริ่มใช้ ซึ่งคาดว่าจะสามารถเริ่มกระบวนการการรับรองมาตรฐานอาชีพได้ภายในปีนี้ เพื่อเป็นกรอบแนวทางสำหรับการพัฒนาศักยภาพของผู้ที่จะประกอบอาชีพด้านการท่องเที่ยวและบริการ รวมถึงการยกระดับมาตรฐานงานบริการของชุมชนให้เป็นที่ยอมรับจากทั้งภายในและต่างประเทศซึ่งจะเป็นผลดีต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทยในระยะยาว
“เมื่อมาตรฐานนี้ออกไปแล้วจะช่วยให้บุคลากรในท้องถิ่นไทยมีอาชีพ พัฒนาศักยภาพ และยกระดับคุณภาพชีวิต ซึ่งน่าจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อไปที่ประเทศไทยจะมี กลไกการขับเคลื่อนที่แข็งแรงในท้องถิ่นทั่วประเทศอีกด้วย






