เปลี่ยน "เกษตรกร" ให้เป็นผู้ค้าออนไลน์

15 ก.ค. 2563 | 06:20 น.

เกษตรฯ จับมือ ช้อปปี้ ปรับกลยุทธ์ รุกฐานตลาดออนไลน์ สร้างเทรดเดอร์ ช่วยเกษตรกรกระจายสินค้าผ่านแพลตฟอร์ม รับยุค "new normal"

เปลี่ยน \"เกษตรกร\" ให้เป็นผู้ค้าออนไลน์

วันที่ 15 กรกฎาคม 2563 นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงความร่วมมือกันระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กับ บริษัท ช้อปปี้ (ประเทศไทย) ในครั้งนี้ ว่า หนึ่งในนโยบายสำคัญของกระทรวงเกษตรฯ คือการส่งเสริมและขยายตลาดสินค้าเกษตรสู่ตลาดออนไลน์ให้มากขึ้น เพื่อเพิ่มช่องทางการกระจายผลผลิตเกษตรโดยใช้แพลตฟอร์มออนไลน์ ซึ่งที่ผ่านมามีการอบรมเกษตรกรให้เป็นผู้ค้าออนไลน์มืออาชีพ มีเกษตรกรให้ความสนใจ และเข้าร่วมโครงการกับกระทรวงเกษตรฯ อย่างต่อเนื่อง จนปัจจุบันเกษตรกรหลายรายประสบความสำเร็จ และสามารถจำหน่ายสินค้าผ่านระบบออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สร้างยอดจำหน่ายได้เพิ่มขึ้นมากกว่า 30%

 

“วันนี้ กระทรวงเกษตรฯ ต่อยอดการดำเนินงานด้านตลาดออนไลน์ให้ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายมากยิ่งขึ้น โดยร่วมกับ บริษัท ช้อปปี้ (ประเทศไทย) จำกัด ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ด้านการส่งเสริมพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (e-Commerce) จัดอบรมเกษตรกร ให้เป็นผู้จำหน่ายสินค้าเกษตรออนไลน์มืออาชีพประจำอำเภอ ซึ่งนอกจากจะจัดอบรมให้เกษตรกรทั้ง 4 กลุ่มเดิม คือ เกษตรแปลงใหญ่ กลุ่มสหกรณ์ กลุ่มวิสาหกิจชุมชน และ Young smart farmer แล้ว ในครั้งนี้เรายังขยายโอกาสไปยังลูกหลานเกษตรกร หรือ ศพก. หรือ อาสาสมัครด้านการเกษตรที่มีความพร้อม มาร่วมเป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้า หรือ เทรดเดอร์ ให้เกษตรกรอีกด้วย ซึ่งจะเป็นการเติมเต็มให้กับเกษตรกรในพื้นที่ต่าง ๆ ที่ยังไม่มีความพร้อมในการจำหน่ายสินค้าผ่านระบบออนไลน์ ได้มีโอกาสจำหน่ายสินค้าเกษตรของตนเองออกสู่ตลาดได้อย่างทั่วถึง

เปลี่ยน \"เกษตรกร\" ให้เป็นผู้ค้าออนไลน์

 

นายเฉลิมชัย กล่าวว่า เราต้องยอมรับว่าการซื้อขายผ่านระบบออนไลน์ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญ ทุกฝ่ายปรับตัวสู่ New Normal อย่างเห็นได้ชัด ที่ผ่านมากระทรวงเกษตรฯ ได้ขับเคลื่อนนโยบายตลาดเกษตรออนไลน์มาอย่างต่อเนื่อง และวันนี้เราได้พันธมิตรชั้นนำอย่าง ช้อปปี้ ประเทศไทย จำกัด แพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่ที่มีชื่อเสียงและเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภคในประเทศมาดำเนินงานร่วมกัน จึงมั่นใจได้ว่าทีมงานที่มีประสิทธิภาพของทางช้อปปี้ที่ได้เข้ามาช่วยฝึกอบรม จะช่วยให้เกษตรกรพัฒนาสู่ผู้จำหน่ายสินค้าเกษตรมืออาชีพประจำอำเภอได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งกระทรวงเกษตรฯขอขอบคุณทางบริษัท ช้อปปี้ (ประเทศไทย) จำกัด ที่ได้ให้ความร่วมมือและสนับสนุนการดำเนินโครงการร่วมกันในครั้งนี้

เปลี่ยน \"เกษตรกร\" ให้เป็นผู้ค้าออนไลน์

ด้าน มร. เทอเรนซ์ แพง ประธานฝ่ายปฏิบัติการ ช้อปปี้ กล่าวว่า ความร่วมมือในครั้งนี้ ช้อปปี้พร้อมที่จะส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการพัฒนาศักยภาพของเกษตรกรและกลุ่มเป้าหมายตามแผนงานโครงการที่ได้ตกลงร่วมกัน เพื่อให้เกษตรกรก้าวสู่การเป็นผู้ค้าออนไลน์มืออาชีพ และมีเทรดเดอร์ มาร่วมสนับสนุนกระจายผลผลิตให้เกษตรกรในทุกพื้นที่เพิ่มขึ้น ซึ่งจากรายงานของบริษัทเก็บสถิติแอพ App Annie รวมสถิติการดาวน์โหลดแอพบน AppStore และ Play Store ในช่วงไตรมาสที่ 1 ของปี 2563 ทางช้อปปี้ ได้รับการจัดอันดับให้เป็นแอพพลิเคชั่นในหมวดช้อปปิ้งอันดับ 1 จากยอดผู้ใช้งานต่อเดือน (Monthly Active Users) และการใช้เวลาบนแอปพลิเคชั่นในระบบปฏิบัติการ Android สูงที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และไต้หวัน ดังนั้น ความร่วมมือกันในครั้งนี้ ช้อปปี้และกระทรวงเกษตรฯ จะร่วมกันสร้างฐานการตลาดสินค้าเกษตรออนไลน์ที่แข็งแรง เติบโต และเข้าถึงผู้บริโภคอย่างไร้ขีดจำกัด

 

“ปัจจุบัน ช้อปปี้ เป็นอีคอมเมิร์ซแพลทฟอร์มอันดับหนึ่งที่ถูกใจทั้งคนซื้อและคนขาย เรามีแบรนด์ชั้นนำบน Shopee Mall กว่า 1,500 แบรนด์ และมีทีมงานพร้อมที่จะร่วมพัฒนาทักษะอีคอมเมิร์ชให้แก่เกษตรกร เจ้าหน้าที่และเครือข่ายของกระทรวงเกษตรฯ ให้สามารถนำทักษะและความสามารถไปประยุกต์ใช้ต่อยอดได้ นอกจากนี้ ช้อปปี้ พร้อมที่จะสนับสนุนเผยแพร่โครงการด้านการส่งเสริมพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ของกระทรวงเกษตรฯ ผ่านสื่อต่าง ๆ ของบริษัท รวมทั้งจะจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายให้แก่เกษตรกร กลุ่มแปลงใหญ่ กลุ่มสหกรณ์ กลุ่มวิสาหกิจชุมชน และ Young Smart Farmer เพื่อเพิ่มมูลค่าทางการค้าออนไลน์อย่างเต็มที่” มร. เทอเรนซ์ กล่าว

เปลี่ยน \"เกษตรกร\" ให้เป็นผู้ค้าออนไลน์

ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯ และ บริษัท ช้อปปี้ (ประเทศไทย) จำกัด จะจัดคอร์สฝึกอบรมให้เกษตรกรทั้ง 4 กลุ่มเดิมและกลุ่มเป้าหมายเพิ่มเติมตามวัตถุประสงค์โครงการ ได้เข้าร่วมตามหลักสูตรที่กำหนด โดย 1 คอร์ส ใช้ระยะเวลา 7 วัน อีกทั้งยังพัฒนาการฝึกอบรมให้สะดวกสบายยิ่งขึ้น เพื่อรองรับสถานการณ์ในปัจจุบัน ด้วยการเปิดอบรมทั้งระบบออฟไลน์และระบบออนไลน์ ซึ่งภายในปี 2563 นี้ กำหนดเป้าหมายไม่ต่ำกว่า 1,000 ราย