
เปิดกลยุทธ์หุ้นส.ค. จับตา เฟด - เงินเฟ้อ - งบ บจ. ดึงเงินทุนไหลเข้าตลาดเกิดใหม่
โบรกชี้ทิศลงทุนเดือนส.ค. จับตาสัญญาณดอกเบี้ย Fed เวที Jackson Hole พร้อมข้อมูลแรงงานสหรัฐ–เงินเฟ้อไทย ตัวแปรชี้ทิศหุ้น บอนด์ยีลด์ และฟันด์โฟลว์
KEY
POINTS
- ทิศทางการลงทุนในเดือนสิงหาคมขึ้นอยู่กับการคาดการณ์นโยบายดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ซึ่งจะพิจารณาจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ เช่น การจ้างงานและเงินเฟ้อ
- การทยอยประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) และตัวเลขเงินเฟ้อของไทย เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่จะกำหนดบรรยากาศการลงทุนในระยะสั้น
- ปัจจัยเหล่านี้จะเป็นตัวกำหนดทิศทางกระแสเงินทุน (Fund Flow) ที่จะไหลเข้าสู่ตลาดเกิดใหม่ ซึ่งรวมถึงตลาดหุ้นไทย
เดือนสิงหาคมอาจไม่ใช่เดือนที่นักลงทุนตัดสินใจจาก “งบการเงิน” เพียงอย่างเดียว เพราะทุกตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ ทั้งการจ้างงาน เงินเฟ้อ และภาคการผลิต ล้วนมีผลต่อการคาดการณ์ดอกเบี้ยธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ซึ่งเชื่อมโยงโดยตรงถึงบอนด์ยีลด์ ค่าเงินดอลลาร์ และทิศทางเงินทุนทั่วโลก
สำหรับตลาดหุ้นไทย แรงกระเพื่อมดังกล่าวอาจกำหนดทั้งทิศทางดัชนีและความน่าสนใจของแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรม ขณะที่ข้อมูลเงินเฟ้อไทยและผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ก็จะเป็นอีกด้านของสมการนี้ด้วยเช่นเดียวกัน
ใส่ความหวังต่อดอกเบี้ยเฟด
นายณัฐชาต เมฆมาสิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด เปิดมุมมองต่อทิศทางการลงทุนเดือนสิงหาคม 2569 ว่า ยังคงถูกขับเคลื่อนด้วยความคาดหวังต่อทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ควบคู่กับการทยอยประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนทั่วโลก
ที่จะเป็นตัวกำหนดบรรยากาศการลงทุนในระยะสั้น ขณะที่นักลงทุนต้องติดตามการส่งสัญญาณจากเจ้าหน้าที่ Fed ที่จะออกมาตลอดเดือนอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะจากนาย Kevin Warsh ประธาน Fed ในการประชุมผู้นำธนาคารกลางประจำปีที่เมือง Jackson Hole ช่วงวันที่ 27-29 สิงหาคม ซึ่งอาจมีการส่งสัญญาณการใช้นโยบายการเงินในช่วงที่เหลือของปี
“ทิศทางตลาดโลกในเดือนนี้จะขึ้นอยู่กับการตีความข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ เป็นสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นตัวเลขการจ้างงาน อัตราเงินเฟ้อ รวมถึงถ้อยแถลงของกรรมการ Fed ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อการคาดการณ์จังหวะการปรับลดอัตราดอกเบี้ย และกระแสเงินทุนเคลื่อนย้ายเข้าสู่สินทรัพย์เสี่ยง”
ปัจจัยที่ต้องจับตา
สำหรับปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามในสัปดาห์นี้ เริ่มจากการประกาศดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (ISM Manufacturing) ของสหรัฐฯ ประจำเดือนกรกฎาคม ซึ่งจะสะท้อนทิศทางภาคการผลิตของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ขณะที่วันที่ 4 สิงหาคม ตลาดจับตาการรายงานผลประกอบการของ SpaceX ซึ่งอาจส่งผลต่อบรรยากาศการลงทุนในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและอวกาศ
ในส่วนของปัจจัยในประเทศ นักลงทุนรอติดตามการประกาศดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของไทย เดือนกรกฎาคม ในวันที่ 6 สิงหาคม เพื่อประเมินแนวโน้มเงินเฟ้อและทิศทางนโยบายการเงินของไทยในระยะถัดไป ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ถือเป็นไฮไลต์ของสัปดาห์ ได้แก่
- ตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชน (ADP) วันที่ 5 สิงหาคม
- ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Nonfarm Payrolls) วันที่ 7 สิงหาคม
ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญที่ Fed ใช้ประกอบการตัดสินใจด้านนโยบายการเงิน หากตัวเลขออกมาแข็งแกร่งหรืออ่อนแอกว่าคาดมาก อาจส่งผลต่อไปยังคาดการณ์ดอกเบี้ย Fed รวมถึงอัตราผลตอบแทนพันธบัตรในตลาดได้
“กลยุทธ์การลงทุนในเดือนสิงหาคม ยังคงให้น้ำหนักกับการติดตามข้อมูลเศรษฐกิจ และท่าทีของ Fed อย่างใกล้ชิด เนื่องจากจะเป็นตัวแปรสำคัญที่กำหนดทิศทางตลาดหุ้นโลก อัตราผลตอบแทนพันธบัตร ค่าเงินดอลลาร์ และกระแสเงินทุนในตลาดเกิดใหม่ รวมถึงตลาดหุ้นไทยตลอดเดือนนี้”







