thansettakij
thansettakij
‘ตำนํ้าพริก ละลายด้วยเจ็ท (3)’

‘ตำนํ้าพริก ละลายด้วยเจ็ท (3)’

11 มิ.ย. 63 | 01:06 น.

แบรนด์ สตอรีส์ กฤษณ์ ศิรประภาศิริ  [email protected]

หากไม่มี “กองทัพอากาศไทย”

เราจะมี การพัฒนาด้านการบินก้าวหน้าไกล มาถึงวันนี้ หรือไม่ครับ

ต้องนับว่า “กองทัพอากาศ” มีส่วนสำคัญ นอกจากหน้าที่ปกป้องน่านฟ้าไทยเป็นหลัก ยังเผื่อแผ่มาถึง “การบินพลเรือน” ของประเทศ

ประวัติศาสตร์การบินไทย เริ่มต้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว นักบินชาวเบลเยี่ยมได้นำ “อากาศยาน” แบบ HENRY FARMAN IV ชื่อ WANDA มาอวดโฉม ณ สนามราชกรีฑาสโมสร หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า “สนามม้าสระปทุม”

‘ตำนํ้าพริก ละลายด้วยเจ็ท (3)’

ชาวบ้านสนใจกันมากถึงกับต้องเพิ่มการแสดงอีก 1 วันในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2453

ในหลวงรัชกาลที่ 6 ทรงมีพระบรมราโชบายในการทำนุบำรุงการทหารอย่างจริงจัง ได้ทรงเห็นความก้าวหน้าด้านการบินในประเทศฝรั่งเศส

“กำลังทางอากาศเป็นโล่อันแท้จริงอย่างเดียว ที่จะกันไม่ให้การสงคราม มาถึงท่ามกลางประเทศเราได้ ทั้งเป็นประโยชน์ใหญ่ยิ่งในการคมนาคมเวลาปกติ" 

ทรงเป็น “พระบิดาแห่งกองทัพอากาศ” โดยแท้ โดยมี “เจ้านายชั้นสูง” อีกพระองค์หนึ่ง สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ เสนาธิการทหารบก ทรงงานเคียงข้างเป็นอีกหนึ่ง “องค์บุพการี” แห่งการบินสยามประเทศ

การบินพลเรือนของไทย เริ่มในปี 2462 ได้มีการทดลองทำการบินรับส่งไปรษณีย์ ระหว่างกรุงเทพฯ กับจันทบุรี ด้วยเครื่องบินทหารที่ดัดแปลงมาใช้งานขนส่งทางอากาศ

นับได้ว่า ประเทศไทยได้ก้าวมาสู่การบินก่อนหน้าประเทศอื่นๆในภูมิภาคนี้ น่าภาคภูมิใจ การทดลองการบินขนส่งไปรษณีย์ภัณฑ์ได้ผลเป็นที่น่าพอใจ

ต่อมาได้มีการขนส่งผู้โดยสารในเส้นทางนี้ และกิจการเติบโตขยายเส้นทางต่อไปอีก พ.ศ. 2472 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ในหลวงรัชกาลที่ 7 ได้พระราชทานทุนให้ นอ.เลื่อน พงษ์โสภณ ไปศึกษาวิชาการบินและวิศวกรรมช่างกลต่อที่ประเทศสหรัฐอเมริกา

นอ.เลื่อน พงษ์โสภณ จบการศึกษาในปี พ.ศ. 2475 เก็บเงินซื้อเครื่องบินเครื่อง CURTISS OX-590 แรงม้า บินกลับมายังประเทศไทย เครื่อง “MISS SIAM” หรือ “นางสาวสยาม” ได้อวดโฉมให้ “คนไทย” ได้ชื่นชมโดยนักบินไทย 22 ปีหลังจาก CHARLES VAN DEN BORN นักบินชาวเบลเยี่ยมได้โฉบเอา “ป้า” WANDA มาอวด
ที่ลานสนามม้าสระปทุม

รัฐบาลไทย ภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ยุติ เห็นว่าประเทศไทยต้องมีสายการบินเพื่อดำเนินการบินพาณิชย์ รับส่งผู้โดยสารและพัสดุภัณฑ์จึงมอบให้ “กองทัพอากาศ” เป็นผู้ดำเนินการก่อน

1 มีนาคม 2490 ได้มีการจัดตั้งบริษัทชื่อว่า SIAMESE AIRWAYS Co.,LTD. หรือ บริษัท เดินอากาศ จำกัด และต่อมาจัดตั้ง PACIFIC OVERSEAS AIRWAYS (SIAM) (POAS) เพื่อดำเนินกิจการการบินระหว่างประเทศโดยเฉพาะ

ปี พ.ศ. 2494 รัฐบาลมีนโยบายให้รวม 2 บริษัท และใช้ชื่อใหม่ว่า บริษัทเดินอากาศไทย จำกัด (THAI AIRWAYS Co.,LTD.)

พัฒนาการสำคัญเกิดขึ้นเมื่อ “เดินอากาศไทย” ตกลงกับสายการบิน SAS เพื่อก่อตั้ง THAI AIRWAYS INTERNATIONAL Co.,LTD เมื่อสิงหาคม 2502

กำเนิดของ “การบินไทย” นอกเหนือจากความช่วยเหลือจาก “บุพการี” กองทัพอากาศทั้งนักบิน ช่าง ฯลฯ ต้องขอยกย่อง “สายการบิน” จากมิตรประเทศ (SCANDINAVIA) ที่ช่วยเหลือวางรากฐานที่จำเป็นให้กับบริษัท การบินไทย เพื่อให้ดำเนินงานได้ “ราบรื่น” ตามมาตรฐานสากล (เป็น STRATEGIC PARTNER ในฝัน)

โดย SAS นอกจากร่วมทุนยังตกลงช่วยเหลือในการจัดหาเครื่องบินให้ จัดฝึกเจ้าหน้าที่ ช่วยเหลือในการจัดหาเครื่องบิน และให้บริการที่จำเป็น ฯลฯ

ว่ากันว่า TEST ที่ใช้กลั่นกรองผู้สมัครเป็นนักบินการบินไทย ทุกวันนี้ยังใช้ TEST ที่ SAS พัฒนาให้อยู่ เป็น “งาน” เดียวที่คัดเลือกคนโดยไม่มีเส้น (แม้แต่ลูกชาย DD ยังฝากไม่ได้)

ผู้โดยสารสบายใจได้ว่า “คน” ที่จะนำคุณไปถึงจุดหมายอย่าง SMOOTH AS SILK ถึงคุณจะไม่ได้สัมผัส ไม่ได้เห็นตัว เพราะนั่งทำงานในห้อง COCKPIT ไม่ใช่ “เด็กเส้น”

30 มีนาคม 2520 SAS พันธมิตรสำคัญโอนหุ้นทั้งหมดที่มีให้กับกระทรวงการคลังไทย โดยรัฐบาลสมัยนั้นไม่ติดใจที่จะรักษา STRATEGIC PARTNER ที่สำคัญให้อยู่กับการบินไทย

แม้ กองทัพอากาศ จะมีคุโณปการต่อ “การบินไทย” แต่ในสมัยประชาธิปไตยเฟื่องฟู กองทัพอากาศก็ตกเป็น “เป้าโจมตี” เป้าหนึ่งที่สำคัญ แต่หากศึกษาจาก “ประวัติศาสตร์”

“ทหารอากาศ” ไม่ถึงกับ “ขาดรัก” ทีเดียว

หนึ่งใน “ห้าเสือ” ผู้ก่อตั้ง “การบินไทย” พลอากาศโทเพิ่ม ลิมปิสวัสดิ์ เป็นนักเรียนทุนกองทัพ ไปศึกษาวิชาวิศวกรรมศาสตร์ถึง MASSACHUSETTS INSTITUTE OF TECHNOLOGY (MIT) ยอดตักศิลาของโลก เมื่อเกือบ 100 ปีที่แล้ว ท่านผู้นี้ถือเป็นผู้วาง “รากฐาน” การบินให้กับประเทศได้อีกท่านหนึ่ง

แล้วใคร ใครที่ทำให้ลมส่งจากกองทัพอากาศเกิด Short ไปดื้อดื้อ 

      (อ่านต่อฉบับหน้า)

 

หน้า 21-22 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 40 ฉบับที่ 3,582 วันที่ 11 - 13 มิถุนายน พ.ศ. 2563