
“ตำน้ำพริก โปรยด้วยเจ็ท” (1)
BRAND STORIES
กฤษณ์ ศิรประภาศิริ
ใครๆ ก็รัก “การบินไทย” ครับ
รักจนเปลี่ยน “สายการบินแห่งชาติ” ให้เป็น “สายการบินแห่งญาติ” ดื้อๆ
ตำแหน่ง “พนักงานต้อนรับ” หรือ “แอร์ สจวร์ต” เปิดรับ 300 ตำแหน่ง ฝากกันเข้ามาแล้วเป็นพัน ถึงธุรกิจหลักจะเป็นการบริการการบิน แต่ก็ต้องมีความสามารถในการพิจารณา “เส้น” เหมือนโรงงานก๋วยเตี๋ยว
นั่นก็ไม่ถึงกับทำให้ TG “เจ๊ง” หรือ “ล้มละลาย”
เอา “ภาพใหญ่” ก่อน “ธุรกิจการบิน” ในอนาคต (ก่อน COVID-19 ระบาด) ยังคาดเดากันลำบาก ขนาดบริษัทยักษ์ใหญ่ของโลก 2 ค่าย 2 ฝั่งมหาสมุทร พรั่งพร้อมด้วยทรัพยากรบุคคล เครื่องมือ ฯลฯ ยังมอง “อนาคต” ต่างกัน CASE : BOEING VS AIRBUS เป็นบทเรียนคลาสสิกให้ศึกษากันในตำรา STRATEGIC MANAGEMENT
BOEING มองว่า ธุรกิจการบินในภายภาคหน้า จะเป็นการบินเจาะเมืองเล็กๆ โดยตรง (เหมือนอย่างที่ SOUTHWEST สายการบินที่ทำกำไรบุกเบิก) BOEING จึงมุ่งพัฒนาเครื่องบินขนาดกลาง เลิกผลิต 747 เครื่องยักษ์ JUMBO ที่เป็น “ตำนาน”
ส่วน AIRBUS มองต่าง มองไปว่าอนาคตน่าจะอยู่ที่เครื่องใหญ่มากๆ บินพา “ผู้โดยสาร” ไปทิ้งไว้ที่ “เมืองใหญ่” ศูนย์การบินของแต่ละภูมิภาค และผู้โดยสารหาทางต่อไปเมืองเล็กๆ ที่ต้องการเอง AIRBUS จึงพัฒนา A380 ที่บรรจุคนครึ่งพัน เหมือนเอารถบรรทุก 10 ล้อ รถพ่วง ไปบินอยู่บนอากาศ มหัศจรรย์ ตื่นตาตื่นใจ
เวลาที่ผ่านมา (ก่อน COVID-19 OUTBREAK) ก็ได้พิสูจน์ว่า BOEING หรือ AIRBUS ใครแม่นกว่า
นี่ยิ่งมีวิกฤติ CORONAVIRUS ยากที่จะรู้อนาคต “ลูกผีลูกคน” ผู้บริหารการบินไทย หน่วยงาน “สมองไทย” รมว.กระทรวงการคลัง คมนาคม ฯลฯ จะมีใคร “ฉลาดๆ” สักคน “กระโดด” ออกมา “พยากรณ์” และ “กล้าหาญ” รับผิดชอบ ประกาศ....... “ตามข้าพเจ้ามา ผมจะพาไป SOFT LANDING”
นี่เป็น ENVIRONMENT และนี่ยังไม่ได้พูดถึง “คู่แข่งขัน”
เรามี “คู่แข่ง”มหากาฬถึง 2 ค่ายใหญ่
ค่าย “อาหรับ” รวยจากน้ำมัน ทำ “สายการบิน” เพื่อเอา “ชื่อเสียง” จึงเห็นการลงทุน การบริการแบบ “เสี่ยสั่งลุย” ขาดทุน SHIEKH ก็อยู่ได้
อีกค่ายคือ “จีน” ด้วยความที่มี “ลูกค้า”จำนวนมากๆๆๆ ใช้ ECONOMY OF SCALE เป็นประโยชน์ อาตี๋ อาหมวย ร้อง “ฮ้อ” เครื่องไม่มีว่าง ตั๋วราคาถูกยังกับใช้ “เครื่องบินปลอม” บิน (ฮา) แบบ “สินค้าจีนแดง” ยุคต้นๆ
นี่ยังไม่พูดถึง “คู่แข่ง” ใกล้ตัวน่ากลัวอย่าง SINGAPORE AIRLINES, EVA AIR ,CATHAY PACIFIC ซึ่ง “ผู้บริหาร” มีอิสระในการทำงานมากกว่า ทุจริตคอร์รัปชัน (น่าจะ) น้อยกว่า
คู่แข่งกลุ่มสุดท้าย LAST BUT NOT LEAST คือ LOW COST AIRLINES
ไอ้หยา รายนี้ไม่พาดพิงคงนอนไม่หลับ THAI AIRASIA
ใครนะเป็นคนเชิญชวนสายการบินแขกมาเลย์เข้ามา
ในอดีต แต่ละประเทศหวงน่านฟ้าของตน จะให้เครื่องประเทศอื่นบินเข้ามา ต้องแลกด้วยสิทธิเสมอกัน
ผมยังจำได้ หลายปีก่อน “การบินไทย” บินเข้าอินเดีย ลงได้แค่เมืองหลวง NEW DELHI ผู้บริหารอยากลง MUMBAI เมืองใหญ่ ธุรกิจคึกคักด้วย
ท่านทูตไทยสมัยนั้น ต้องช่วย LOBBY ทางการภารตะ ต้องขอให้ท่านทูต JORDAN ที่มีความสัมพันธ์แน่นแฟ้นกับรัฐบาลอินเดียช่วยเจรจา ผมเองเป็นนักธุรกิจที่สนิทกับท่านทูตไทย ด้วยท่านเมตตาเห็นเป็น “รุ่นน้อง” เมื่อท่านทูต JORDAN จะไปเที่ยวเมืองไทย เป็นหน้าที่ผมที่จะดูแล “ปูพรมแดง” ต้อนรับทั้งสิ้นเพื่อเอาใจจะให้ท่านทูตช่วย LOBBY ให้ TG ได้ลงเมือง BOLLYWOOD เพิ่มอีก DESTINATION หนึ่ง ฯลฯ
ผู้ป่วย COVID-19 ว่า “หนัก” แล้ว
แต่ “การบินไทย” ผมว่าหนักกว่า นอกจาก “ยาฆ่าเชื้อ” ชนิดรุนแรงสุดแล้ว ยังต้องการ VENTILATORS อีกหลายเครื่อง
ระหว่างนี้ “คนมีอำนาจ” อาจจะสั่งการให้ “ตำน้ำพริก” ครกนี้ 5 หมื่นล้านบาท เตรียมโปรยปรายบนฟ้า ให้ “เจ้าจำปี” โชว์ธงชาติไทยอีกเฮือก
แต่ขอโทษนะครับ
เราจะคืนความสุขให้ “การบินไทย” ได้จริงฤา
(ขอบินต่อฉบับหน้าครับ)
หน้า 21-22 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 40 ฉบับที่ 3,574 วันที่ 14-16 พฤษภาคม 2563






