thansettakij
thansettakij
ติวเข้มร้านค้ารับเปิดห้าง หนุนศก.ฟื้น-คืนสภาพจ้างงานล้านคน

ติวเข้มร้านค้ารับเปิดห้าง หนุนศก.ฟื้น-คืนสภาพจ้างงานล้านคน

25 เม.ย. 63 | 03:30 น.
อัปเดตล่าสุด :25 เม.ย. 63 | 11:33 น.

ห้าง-ศูนย์การค้า ทำคู่มือป้องกันโควิด-19 ถึงคู่ค้าทุกหมวดทั้งร้านอาหาร แฟชั่น โรงภาพยนตร์ ร้านตัดผม ฟู้ดคอร์ท ยํ้าต้องกระทำตามอย่างเคร่งครัด หากไม่พร้อม ไม่ให้เปิดบริการ

หลังจากที่ห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า ร้านค้าปลีก รวมถึงภาคบริการอื่นๆ ต้องปิดให้บริการชั่วคราวตามคำสั่งของรัฐบาล เพื่อลดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ตั้งแต่วันที่ 22 มีนาคมที่ผ่านมา ส่งผลกระทบต่อแรงงานในอุตสาหกรรมค้าปลีกกว่า 2.4 ล้านคน และห่วงโซ่อุปทานทั้งผู้ผลิต ผู้จัดจำหน่าย กระจายสินค้ารวมเป็นกว่า 10 ล้านคน

เบื้องต้นสมาคมผู้ค้าปลีกไทย ได้ประเมินผลกระทบต่อยอดขายในกลุ่มธุรกิจค้าปลีกว่าจะหายไปกว่า 2 แสนล้านบาทต่อเดือนจากการปิดให้บริการดังกล่าว

ดังนั้น เมื่อสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 คลี่คลายเพื่อให้เศรษฐกิจประเทศขับเคลื่อนได้ คณะที่ปรึกษาด้านธุรกิจภาคเอกชนในศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 จึงนำเสนอมาตรการเพื่อการปรับตัวและฟื้นฟูเศรษฐกิจให้กับสภาพัฒน์

หนึ่งในนั้นคือ การกลับมาเปิดธุรกิจใหม่ ของกลุ่มห้าง ร้านค้า และภาคบริการต่างๆ ที่เร่งจัดทำมาตรการเข้มข้นขึ้น เพื่อสร้างความเชื่อมั่นได้ว่า เมื่อเปิดให้บริการห้าง ร้านค้าแล้วจะไม่เป็นแหล่งแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส

 

แจกคู่มือปฏิบัติคุมเข้มร้านค้า

ล่าสุดห้างสรรพสินค้าและศูนย์การค้าต่างจัดทำคู่มือปฏิบัติมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ให้กับร้านค้าภายในศูนย์ โดยจัดแบ่งเป็นประเภทหมวดหมู่ ได้แก่ คู่มือสำหรับร้านอาหาร, คลินิก, ร้านตัดผม, ร้านแฟชั่น, ร้านไลฟ์สไตล์, โรงภาพยนตร์, Beauty & Service, Education, Specialty/Technology/Financial Service, E-Center & Market-Market, ฟู้ด คอร์ท เป็นต้น

โดยส่งมอบให้ร้านค้าต่างๆ ไปศึกษาและเตรียมปฏิบัติการอย่างเข้มงวด หากรัฐบาลผ่อนปรนให้เปิดบริการห้าง-ร้านค้าปลีกได้ จะสามารถปฏิบัติงานได้ทันที แต่หากร้านใดไม่สามารถปฏิบัติได้ จะยังไม่ให้เปิดบริการ

สำหรับมาตรการป้องกัน อาทิ ร้านอาหาร ต้องกำหนดที่นั่งเยื้องกัน ห่างไม่ตํ่ากว่า 1 เมตรและทำสัญลักษณ์การนั่งให้ชัดเจน, ทำ Table Shield ฉากกั้นบนโต๊ะอาหาร, หม้อต้ม ปิ้งย่างและอุปกรณ์การทานต้องใช้ 1 ชุด/คน, ยกเลิกการให้บริการ Buffet และ Salad Bar, ห้ามวางอุปกรณ์บนโต๊ะอาหารล่วงหน้า, ใช้เครื่องปรุงชนิดซอง, ใช้บรรจุภัณฑ์ Food Grade ฯลฯ

ร้านแฟชั่น การลองเสื้อผ้าต้องมีผ้าคลุมศีรษะขณะลอง และแยกเสื้อผ้าที่ลอง เพื่อนำไปฆ่าเชื้อ, ทำความสะอาดด้วยนํ้ายาฆ่าเชื้อห้องลองก่อนและหลัง, จัดระยะห่าง 1-2 เมตรขณะเลือกซื้อสินค้า ฯลฯ โรงภาพยนตร์ ลูกค้าที่เข้าชมต้องใส่หน้ากากตลอดเวลา, นั่งแถวเว้นแถว ห่างทุก 2 ที่นั่ง จำกัดจำนวนที่นั่งไม่เกิน 50 ที่นั่ง/โรง ฯลฯ

ร้านตัดผม จัดที่นั่งหรือเตียงสระห่าง 1 เมตร , สวมถุงมือยางขณะปฏิบัติหน้าที่, งดใช้อุปกรณ์ร่วม เช่น อุปกรณ์แต่งหน้า, ให้บริการไม่เกิน 2 ชม., ติดตั้งเครื่องฟอก อบโอโซนฆ่าเชื้อภายในร้านทุกสัปดาห์ ฯลฯ

ยืนยันคงมาตรการเฝ้าระวัง

นายคมสัน ขวัญใจธัญญา รักษาการประธานสมาคมผู้ค้าปลีกไทย เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า สมาคมผู้ค้าปลีกไทยและสมาคมศูนย์การค้าไทย นำเสนอมาตรการด้านความปลอดภัยและเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 จำนวน 35 มาตรการแบ่งเป็นมาตรการสำหรับศูนย์การค้า 18 มาตรการ และมาตรการสำหรับร้านค้าในศูนย์การค้าอีก 17 มาตรการ เพื่อให้ทุกฝ่ายปฏิบัติอย่างเคร่งครัด

ทั้งนี้เพื่อสร้างความมั่นใจถึงความสะอาดและปลอดภัยเมื่อลูกค้ามาใช้บริการ นอกจากนี้ยังได้จัดทำมาตรการปฏิบัติสำหรับร้านค้าในแต่ละประเภท เช่น ร้านอาหาร ร้านแฟชั่น ร้านไลฟ์สไตล์ เพราะร้านค้าแต่ละชนิดมีการดำเนินการที่แตกต่างกัน

“ทุกคนคาดหวังให้เศรษฐกิจกลับมาขับเคลื่อนได้ เพื่อให้มีรายได้ มีเงินใช้จ่ายหลังจากที่หลายธุรกิจต้องหยุดลง ไม่ใช่เพียงห้างหรือศูนย์การค้าเท่านั้น แต่การอ้างอิงห้าง เพราะมีแรงงานในระบบจำนวนมากและเชื่อมโยงกับหลายธุรกิจ หากห้างเปิดธุรกิจอื่นๆ ก็สามารถเดินหน้าได้ พนักงานขาย PC/BA ร้านค้าย่อย แม่บ้าน รปภ. คนขับแท็กซี่ ฯลฯ มีงานทำมีเงินใช้”

ขณะนี้มองว่า รัฐบาลไม่จำเป็นต้องยกเลิกมาตรการป้องกันและเฝ้าระวังต่างๆ เพราะการแพร่ระบาดยังมีอยู่ การลดจำนวนผู้ติดเชื้อ เป็นสิ่งสำคัญและคาดหวังให้จำนวนผู้ติดเชื้อเป็นศูนย์ แต่ในด้านเศรษฐกิจที่ขณะนี้เหมือนชัตดาวน์มานานกว่า 1 เดือนส่งผลกระทบอย่างหนักต่อผู้คนทุกอาชีพ

ดังนั้นการให้ร้านค้าต่างๆ กลับมาเปิดได้ในพื้นที่ที่มีความปลอดภัย จะเป็นการทำให้เกิดการหมุนเวียนของเม็ดเงิน เกิดการใช้จ่าย และมีรายได้เข้ามา

ติวเข้มร้านค้ารับเปิดห้าง หนุนศก.ฟื้น-คืนสภาพจ้างงานล้านคน

 

ชง “เซ็นทรัล นครฯ” ต้นแบบ

นายคมสัน กล่าวอีกว่า สมาคมพร้อมนำเสนอผลจากการเปิดให้บริการศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา นครศรีธรรมราช ซึ่งเปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 14 เมษายนที่ผ่านมา โดยใช้มาตรการเฝ้าระวังอย่างเข้มข้นทั้ง 35 มาตรการ เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาหากรัฐบาลต้องการ

“ที่ผ่านมารัฐบาลทำงานอย่างเข้มข้นจนสามารถควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ได้แต่ขณะเดียวกันอยากให้รัฐบาลบาลานซ์ในภาคเศรษฐกิจให้สามารถเดินหน้าไปได้เช่นกัน”

ล่าสุดพบว่าบริษัทประกันต่างนำเสนอกรมธรรม์ประกันภัยรูปแบบใหม่ให้กับร้านค้าต่างๆเพื่อคุ้มครองความเสี่ยงจากกรณีการติดเชื้อไวรัสโควิด

อย่างไรก็ดีในวันที่ 21 เมษายนที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมตรีว่า การต่อประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินยังไม่ได้มีการพิจารณาในวันนี้

แต่จะพิจารณาวันอังคารหน้าว่าจะดำเนินการอย่างไร อยู่ที่ความร่วมมือและข้อมูลสาธารณสุขจะเป็นตัวชี้วัดทั้งนี้สถานการณ์หลายอย่างดีขึ้น สถิติผู้ติดเชื้อเพิ่มลดลงหลายวัน แต่ต้องดูต่อไป เพื่อดำเนินการตามระยะต่อไป ต้องดูข้อมูลทางแพทย์ และมาตรการรองรับเพียงพอหรือไม่ ไม่ต้องการตัดสินใจบนแรงกดดัน แต่ต้องดูข้อเท็จจริงที่ปรากฏอยู่

ทั้งนี้ ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. จะทำหน้าที่ยกร่างแนวปฏิบัติการเปิดให้บริการของธุรกิจ เพื่อใช้เป็นแนวทางปฏิบัติให้กับร้านค้าต่างๆ ต่อไป

หน้า 1 ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 3,568 วันที่ 23 - 25 เมษายน พ.ศ. 2563