thansettakij
thansettakij
การบินไทย  เร่งดาวน์ไซซ์  ร้องรัฐอุ้ม  7หมื่นล.

การบินไทย เร่งดาวน์ไซซ์ ร้องรัฐอุ้ม 7หมื่นล.

19 เม.ย. 63 | 03:50 น.
อัปเดตล่าสุด :19 เม.ย. 63 | 06:24 น.

การบินไทย เร่งทำแผนดาวน์ไซซ์ เจรจาเจ้าหนี้ ประคองสภาพคล่อง 1 หมื่นล้าน ถึงเดือนมิถุนายน รอรัฐไฟเขียวคํ้าประกันเงินกู้เพิ่ม 5-7 หมื่นล้านบาท ต่อลมหายใจ

การจัดทำแผนฟื้นฟูธุรกิจของการบินไทย ก่อนจะเจอปัญหาโควิด-19 ในปีที่ผ่านมาบริษัทได้หารือกับกระทรวงคมนาคมหลายครั้ง ที่จะขอให้นำเรื่องเข้าครม.เพื่อขอให้รัฐบาลคํ้าประกันเงินกู้ 3-5 หมื่นล้านบาทในปี 2563 เพื่อเสริมสภาพคล่อง การชำระหนี้ที่ครบกำหนดในปีนี้กว่า 2.5 หมื่นล้านบาท รวมถึงใช้เป็นเงินหมุนเวียนในการขยายธุรกิจ แต่ที่ผ่านมาถูกตีกลับมาโดยตลอด จากแผนยังไม่มีความชัดเจน

การบินไทย  เร่งดาวน์ไซซ์  ร้องรัฐอุ้ม  7หมื่นล.

เมื่อเกิดวิกฤติโควิดซ้ำ การบินไทยต้องยกเลิกบินทุกเส้นทางชั่วคราวเป็นเวลา 2 เดือน(ถึงสิ้นเดือนพฤษภาคมนี้) และจอดเครื่องบินรวมกว่า 69 ลำ เนื่องจากผู้โดยสารลดลงอย่างมากจนไม่คุ้มต่อการปฏิบัติการบิน เมื่อไม่มีรายได้เข้ามาสถานะการเงินถึงขั้นช็อต ทำให้การบินไทยต้องการให้รัฐค้ำประกันเงินกู้เพิ่มเป็น 5-7 หมื่นล้านบาท เพื่อเสริมสภาพคล่อง เพราะเหลือกระแสเงินสดอยู่ 1-1.2 หมื่นล้านบาท ที่แม้การบินไทยจะลดค่าใช้จ่ายอย่างหนัก

ทั้งการเลิกจ้างพนักงานเอาต์ซอร์ซกว่า 3 พันคน การลดเงินเดือนพนักงาน 10-50% เป็นเวลา 2 เดือนที่จะเริ่มในเดือนเมษายนนี้ ลดภาระการจ่ายเงินเดือนรวมค่าตอบแทนของพนักงานจากปกติ1,100 ล้านบาทต่อเดือนเหลือราว 800 ล้านบาทต่อเดือน เจรจากับเจ้าหนี้เพื่อพักชำระหนี้และยืดหนี้ไปได้แล้วจำนวนหนึ่ง

รวมถึงการหารายได้จากคาร์โก้ เพื่อรองรับการส่งออกสินค้าเกษตรของไทย โดยเฉพาะผลไม้ที่ส่งออกไปยังจีน ญี่ปุ่น ฮ่องกง เกาหลีใต้ และการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ผลิตในพื้นที่อีอีซี ที่ส่งไปประกอบที่ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ซึ่งใน 1 เดือนนี้สามารถให้บริการได้ถึง 201 เที่ยวบิน และครัวการบินที่ขายดีลิเวอรีผ่านร้านบัฟแอนด์พายกว่า 40 สาขาและจับมือไลน์แมนส่งตรงถึงบ้าน ก็เป็นรายได้เข้ามาเสริม ซึ่งแต่ละเดือนมีรายได้เข้ามาราว 137 ล้านบาท

ทำให้การบินไทยต่อลมหายใจออกไปได้ถึงเดือนมิถุนายนนี้ ระหว่างรอรัฐบาลไฟเขียวค้ำประกันเงินกู้ ที่จะได้ข้อสรุปได้ภายในสิ้นเดือนเมษายนนี้ ภายใต้การจัดทำแผนฟื้นฟูยามวิกฤติโดยเฉพาะการจัดหาแหล่งเงินมาใช้เพื่อเสริมสภาพคล่อง ซึ่งทั้งกระทรวงการคลังและกระทรวงคมนาคม ต่างเห็นพ้องที่จะเข้าไปช่วยเหลือการบินไทย

นายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่าแผนการฟื้นฟูวิกฤตของการบินไทยภายใต้คณะทำงานที่กระทรวงการคลังและคมนาคมจัดตั้งขึ้นมาอย่างไม่เป็นทางการ มี 2 เรื่องที่ต้องดำเนินการ ได้แก่

1. ระยะเร่งด่วนคือการจัดทำแผนฟื้นฟูยามวิกฤติ โดยเฉพาะการจัดหาเงินมาใช้เพื่อเสริมสภาพคล่อง ซึ่งคณะทำงานจะสรุปวงเงินที่เหมาะสมเพื่อให้การบินไทยใช้เสริมสภาพคล่อง ที่จะสรุปให้เสร็จภายในสิ้นเดือนเมษายนนี้ เพื่อเสนอครม.พิจารณา

ในแผนดังกล่าวจะต้องมีความชัดเจนว่าเงินกู้ที่การบินไทยจะเอาไปใช้ จะเกิดประสิทธิผลอย่างไรที่ต้องมีแผนการลดขนาดองค์กร การปลดระวางเครื่องบิน เป็นต้น โดยหลังการบินไทยได้วงเงินเข้ามาแก้ปัญหา ผมในฐานะที่เป็นผู้กำกับดูแลการบินไทย ก็จะต้องกำกับให้เงินที่จะนำไปใช้เกิดประโยชน์ในการแก้ปัญหา

2. การจัดทำแผนฟื้นฟูที่จะทำให้การบินไทยกลับมาเติบโตอย่างแข็งแรงในระยะยาว ที่จะมีผู้เชี่ยวชาญระดับนานาชาติเข้ามาร่วมศึกษาด้วย เพื่อวางแนวทางการดำเนินงานในระยะเวลาอีก3-6เดือนข้างหน้า ซึ่งที่ผ่านมาต้องยอมรับว่าการบินไทยเป็นรัฐวิสาหกิจ มีขั้นตอนการทำงานมาก ก็ต้องพิจารณาในหลายแนวทางที่จะทำให้มีการบริหารงานที่คล่องตัวและหาแหล่งเงินทุนใหม่เข้ามาเสริมความเข้มแข็งให้ธุรกิจ

การบินไทย  เร่งดาวน์ไซซ์  ร้องรัฐอุ้ม  7หมื่นล.

โดยมีหลายแนวทางไม่ว่าจะเป็นการลดสัดส่วนการถือหุ้นของกระทรวงการคลังลงให้ต่ำกว่า 50% และ เพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นในส่วนของกองทุนวายุภักษ์โดยหาผู้เข้ามาร่วมลงทุน ซึ่งเรื่องนี้คณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจหรือคนร.จะเป็นผู้พิจารณา โดยส่วนตัวมองว่าควรจะเป็นบริษัทรัฐวิสาหกิจที่เข้ามาเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นไม่ใช่เอกชน หรือจะยังคงทุกอย่างไว้เหมือนเดิม แต่กระทรวงการคลังค้ำประกันเงินกู้ และพิจารณาโครงสร้างองค์กรโดยตัดความล่าช้าในกระบวนการตัดสินใจลง หรือการเพิ่มทุน

ล่าสุดได้แต่งตั้งคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงในการบริหารงานกิจการและปัญหาทุจริตที่ทำให้การบินไทยประสบปัญหาการขาดทุน โดยเฉพาะต้นเหตุที่ทำให้การบินไทยขาดทุนมาจากการขายผ่านเอเย่นต์ ซึ่งหากการบินไทยขายตั๋วเอง จะได้เงินราว 20%ของยอดขายตั๋ว

อย่างเส้นทางกรุงเทพ-ฮีทโธรว์ อยู่ที่1.4 หมื่นบาทต่อที่นั่งต่อเที่ยว แต่หากขายผ่านเอเย่นต์จะเหลือแค่ 9 พันบาทต่อที่นั่งต่อเที่ยว หรือแม้แต่เส้นทางกรุงเทพ-มอสโค ปี 2561 ขาดทุนกว่า 400 ล้านบาทปี 2562 ขาดทุนกว่า 500 ล้านบาท แทนที่จะหยุดบินแต่ก็ยังทำการบินอยู่ และมีเรื่องของการจัดซื้อจัดจ้างที่มีการส่งให้ผมมาตรวจสอบ จึงตั้งคณะทำงานนี้ขึ้นมาเพื่อตรวจสอบและเอาผิดผู้ที่เกี่ยวข้อง

หน้า 1 ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 3,567 วันที่ 19 - 22 เมษายน พ.ศ. 2563