
‘บิ๊กซี’เพิ่มสปีดปั้นยอดโฮมไลน์ เล็งเปิดตัว 3 แบรนด์น้องใหม่ดันรายได้ทั้งปีโต 5%
"บิ๊กซี" ยกเครื่องกลุ่มโฮมไลน์ เน้นดีไซน์ ทันสมัย ราคาถูก ประเดิมส่งคอลเลกชันซัมเมอร์ทำตลาด พบกระแสตอบรับดีเกินคาด โกยยอดขายโต 20% ล่าสุดเล็งเปิดตัวเพิ่ม 3 แบรนด์ ทั้งในกลุ่มเซรามิก , เฟอร์นิเจอร์และเครื่องนอน มั่นใจดันรายได้สิ้นปีโต 5%
นางเยาวลักษณ์ พลเสน ผู้อำนวยการฝ่ายสินค้าอุปกรณ์ เครื่องใช้ภายในบ้าน บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหาร "บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์" เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า บริษัทมองเห็นโอกาสและการเติบโตของกลุ่มสินค้าอุปกรณ์ทำความสะอาดบ้าน เครื่องใช้ภายในบ้าน ตกแต่งบ้าน เครื่องนอน เครื่องครัว ฯลฯ หรือกลุ่มโฮมไลน์ ทำให้มีแผนพัฒนาและเพิ่มสินค้าให้มีความหลากหลายรองรับความต้องการของลูกค้ามากขึ้น ทั้งในด้านดีไซน์ รูปแบบ บรรจุภัณฑ์ การใช้งาน และราคาไม่แพง
โดยบริษัทเริ่มพัฒนาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือนกันยายนที่ผ่านมา และล่าสุดคอลเลกชันแรกเริ่มออกวางจำหน่ายตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาคือ คอลเลกชันซัมเมอร์ อาทิ กระติกน้ำ , ขันน้ำ , เก้าอี้ชายหาด , หมอนอิง ฯลฯ ซึ่งได้รับกระแสตอบรับดีมาก มียอดขายรวมกว่า 100 ล้านบาท เติบโตขึ้นจากเดิมกว่า 20%
"บิ๊กซีจะร่วมพัฒนาสินค้ากับซัพพลายเออร์ โดยมีผู้บริโภคเป็นศูนย์กลาง พร้อมกับแลกเปลี่ยนสิ่งที่ผู้บริโภคต้องการ และร่วมกันพัฒนาเพื่อให้ได้สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับผู้บริโภค เช่น สินค้าคอลเลกชันซัมเมอร์ ซึ่งพบว่าหลังวางจำหน่าย 2 เดือนเศษ มียอดขายเพิ่มขึ้นอย่างมาก ทำให้เชื่อว่าดีไซน์ที่ทันสมัยขึ้น มีแพ็กเกจที่สวยงาม การใช้งานที่หลากหลายขึ้น และสำคัญคือไม่แพง ทำให้ผู้บริโภคสนใจและเลือกซื้อมากขึ้น"โดยสินค้าที่เป็นไฮไลต์ได้แก่ กลุ่มเครื่องครัวพลาสติก ,ของตกแต่งบ้าน เช่น หมอนสุขภาพยางพารา ซึ่งผลิตและจำหน่ายที่บิ๊กซีเท่านั้น หรือในกลุ่มสมุนไพร เช่น สบู่สมุนไพร ฯลฯ ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมในปัจจุบัน นอกจากนี้บริษัทยังมีแผนพัฒนาสินค้าใหม่ๆ ออกวางจำหน่ายอย่างต่อเนื่องเพื่อให้มีความหลากหลาย รวมทั้งมีแผนนำสินค้าแบรนด์ใหม่เข้ามาวางจำหน่ายอีก 3 แบรนด์ในหมวดสินค้าเซรามิก , เฟอร์นิเจอร์ และเครื่องนอน ในเร็วๆนี้ด้วย โดยในปีนี้บริษัทตั้งเป้าที่จะมีรายได้ในกลุ่มสินค้าโฮมไลน์เติบโตเพิ่มขึ้น 5%
ทั้งนี้ปัจจุบันกลุ่มโฮมไลน์ มีสินค้าวางจำหน่ายกว่า 1.2 หมื่นรายการรองรับกลุ่มลูกค้าทั้งชาวไทยและต่างประเทศ เเบ่งเป็นเครื่องครัวพลาสติก กลุ่มทำความสะอาด 33% อุปกรณ์สำหรับตกแต่งบ้าน 21% กลุ่มกีฬา กระเป๋าเดินทาง 17% , อุปกรณ์ใช้ภายในรถยนต์ ห้องน้ำ สวน หลอดไฟ 15% , เครื่องเขียน 14%
นางเยาวลักษณ์ กล่าวอีกว่า บริษัทยังให้ความสำคัญกับกลุ่มสินค้าหนึ่งผลิตภัณฑ์หนึ่งตำบล หรือโอท็อป โดยปัจจุบันมีสินค้าโอท็อปวางจำหน่ายในบิ๊กซีกว่า 1 พันรายการ ซึ่งที่ผ่านมามีกระแสตอบรับดีจากกลุ่มนักท่องเที่ยวทั้งเอเชียและยุโรป โดยเฉพาะประเทศจีน ที่ให้ความนิยมซื้อเป็นของฝากจำนวนมาก ทำให้บริษัทมีแผนส่งเสริมและนำสินค้าโอท็อปเข้ามาวางจำหน่ายเพิ่มขึ้น และล่าสุดได้ทดลองวางจำหน่ายสินค้าประเภทเครื่องหอม อาทิ เทียนหอม , น้ำมันหอมระเหย ฯลฯ ที่บิ๊กซี สาขาราชดำริ ซึ่งหากได้รับการตอบรับดีก็จะขยายไปยังสาขาอื่นๆ เพิ่มมากขึ้น
"บิ๊กซีให้ความสำคัญกับสินค้าโอท็อปมาก เห็นได้จากในช่วงที่ผ่านมาซึ่งนอกจากเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการนำสินค้ามาวางจำหน่ายได้แล้ว ยังส่งเสริมให้ความรู้ และลงไปช่วยพัฒนา เพื่อให้ได้สินค้าที่ดี เพิ่มโอกาสในการขาย รวมถึงช่วยเหลือด้านการขนส่ง การกำหนดราคา บรรจุภัณฑ์ รวมถึงการส่งเสริมการขาย ซึ่งล่าสุดบริษัทได้จัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นในงาน "ผ้าขาวม้าไทย ก้าวไกลสู่สากล" ขึ้นระหว่างวันนี้ – 12 เมษายนด้วย ทั้งนี้ปัจจุบันสินค้าโอท็อป สามารถทำยอดขายได้กว่า 100 ล้านบาท และคาดว่าในปีนี้จะมีการเติบโตกว่า 20%
ปัจจุบัน บิ๊กซีมีสาขารวมทั้งสิ้น 573 แห่ง แบ่งเป็นไฮเปอร์มาร์เก็ต 125 แห่ง บิ๊กซี มาร์เก็ต 55 แห่ง มินิบิ๊กซี 393 แห่ง และร้านขายยาเพรียว 147แห่ง นอกจากนี้ยังมีร้านค้าในรูปแบบอี-คอมเมิร์ซ ได้แก่ บิ๊กซีช็อปปิ้งออนไลน์และ Cdiscount โดยในปีนี้ บิ๊กซีจะขยายสาขาเพิ่มขึ้นอีก 84 แห่ง แบ่งเป็น ไฮเปอร์มาร์เก็ต 6 แห่ง บิ๊กซี มาร์เก็ต 3 แห่งและมินิบิ๊กซี 75 แห่ง
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,146 วันที่ 7 - 9 เมษายน พ.ศ. 2559
นางเยาวลักษณ์ พลเสน ผู้อำนวยการฝ่ายสินค้าอุปกรณ์ เครื่องใช้ภายในบ้าน บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหาร "บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์" เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า บริษัทมองเห็นโอกาสและการเติบโตของกลุ่มสินค้าอุปกรณ์ทำความสะอาดบ้าน เครื่องใช้ภายในบ้าน ตกแต่งบ้าน เครื่องนอน เครื่องครัว ฯลฯ หรือกลุ่มโฮมไลน์ ทำให้มีแผนพัฒนาและเพิ่มสินค้าให้มีความหลากหลายรองรับความต้องการของลูกค้ามากขึ้น ทั้งในด้านดีไซน์ รูปแบบ บรรจุภัณฑ์ การใช้งาน และราคาไม่แพง
โดยบริษัทเริ่มพัฒนาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือนกันยายนที่ผ่านมา และล่าสุดคอลเลกชันแรกเริ่มออกวางจำหน่ายตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาคือ คอลเลกชันซัมเมอร์ อาทิ กระติกน้ำ , ขันน้ำ , เก้าอี้ชายหาด , หมอนอิง ฯลฯ ซึ่งได้รับกระแสตอบรับดีมาก มียอดขายรวมกว่า 100 ล้านบาท เติบโตขึ้นจากเดิมกว่า 20%
"บิ๊กซีจะร่วมพัฒนาสินค้ากับซัพพลายเออร์ โดยมีผู้บริโภคเป็นศูนย์กลาง พร้อมกับแลกเปลี่ยนสิ่งที่ผู้บริโภคต้องการ และร่วมกันพัฒนาเพื่อให้ได้สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับผู้บริโภค เช่น สินค้าคอลเลกชันซัมเมอร์ ซึ่งพบว่าหลังวางจำหน่าย 2 เดือนเศษ มียอดขายเพิ่มขึ้นอย่างมาก ทำให้เชื่อว่าดีไซน์ที่ทันสมัยขึ้น มีแพ็กเกจที่สวยงาม การใช้งานที่หลากหลายขึ้น และสำคัญคือไม่แพง ทำให้ผู้บริโภคสนใจและเลือกซื้อมากขึ้น"โดยสินค้าที่เป็นไฮไลต์ได้แก่ กลุ่มเครื่องครัวพลาสติก ,ของตกแต่งบ้าน เช่น หมอนสุขภาพยางพารา ซึ่งผลิตและจำหน่ายที่บิ๊กซีเท่านั้น หรือในกลุ่มสมุนไพร เช่น สบู่สมุนไพร ฯลฯ ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมในปัจจุบัน นอกจากนี้บริษัทยังมีแผนพัฒนาสินค้าใหม่ๆ ออกวางจำหน่ายอย่างต่อเนื่องเพื่อให้มีความหลากหลาย รวมทั้งมีแผนนำสินค้าแบรนด์ใหม่เข้ามาวางจำหน่ายอีก 3 แบรนด์ในหมวดสินค้าเซรามิก , เฟอร์นิเจอร์ และเครื่องนอน ในเร็วๆนี้ด้วย โดยในปีนี้บริษัทตั้งเป้าที่จะมีรายได้ในกลุ่มสินค้าโฮมไลน์เติบโตเพิ่มขึ้น 5%
ทั้งนี้ปัจจุบันกลุ่มโฮมไลน์ มีสินค้าวางจำหน่ายกว่า 1.2 หมื่นรายการรองรับกลุ่มลูกค้าทั้งชาวไทยและต่างประเทศ เเบ่งเป็นเครื่องครัวพลาสติก กลุ่มทำความสะอาด 33% อุปกรณ์สำหรับตกแต่งบ้าน 21% กลุ่มกีฬา กระเป๋าเดินทาง 17% , อุปกรณ์ใช้ภายในรถยนต์ ห้องน้ำ สวน หลอดไฟ 15% , เครื่องเขียน 14%
นางเยาวลักษณ์ กล่าวอีกว่า บริษัทยังให้ความสำคัญกับกลุ่มสินค้าหนึ่งผลิตภัณฑ์หนึ่งตำบล หรือโอท็อป โดยปัจจุบันมีสินค้าโอท็อปวางจำหน่ายในบิ๊กซีกว่า 1 พันรายการ ซึ่งที่ผ่านมามีกระแสตอบรับดีจากกลุ่มนักท่องเที่ยวทั้งเอเชียและยุโรป โดยเฉพาะประเทศจีน ที่ให้ความนิยมซื้อเป็นของฝากจำนวนมาก ทำให้บริษัทมีแผนส่งเสริมและนำสินค้าโอท็อปเข้ามาวางจำหน่ายเพิ่มขึ้น และล่าสุดได้ทดลองวางจำหน่ายสินค้าประเภทเครื่องหอม อาทิ เทียนหอม , น้ำมันหอมระเหย ฯลฯ ที่บิ๊กซี สาขาราชดำริ ซึ่งหากได้รับการตอบรับดีก็จะขยายไปยังสาขาอื่นๆ เพิ่มมากขึ้น
"บิ๊กซีให้ความสำคัญกับสินค้าโอท็อปมาก เห็นได้จากในช่วงที่ผ่านมาซึ่งนอกจากเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการนำสินค้ามาวางจำหน่ายได้แล้ว ยังส่งเสริมให้ความรู้ และลงไปช่วยพัฒนา เพื่อให้ได้สินค้าที่ดี เพิ่มโอกาสในการขาย รวมถึงช่วยเหลือด้านการขนส่ง การกำหนดราคา บรรจุภัณฑ์ รวมถึงการส่งเสริมการขาย ซึ่งล่าสุดบริษัทได้จัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นในงาน "ผ้าขาวม้าไทย ก้าวไกลสู่สากล" ขึ้นระหว่างวันนี้ – 12 เมษายนด้วย ทั้งนี้ปัจจุบันสินค้าโอท็อป สามารถทำยอดขายได้กว่า 100 ล้านบาท และคาดว่าในปีนี้จะมีการเติบโตกว่า 20%
ปัจจุบัน บิ๊กซีมีสาขารวมทั้งสิ้น 573 แห่ง แบ่งเป็นไฮเปอร์มาร์เก็ต 125 แห่ง บิ๊กซี มาร์เก็ต 55 แห่ง มินิบิ๊กซี 393 แห่ง และร้านขายยาเพรียว 147แห่ง นอกจากนี้ยังมีร้านค้าในรูปแบบอี-คอมเมิร์ซ ได้แก่ บิ๊กซีช็อปปิ้งออนไลน์และ Cdiscount โดยในปีนี้ บิ๊กซีจะขยายสาขาเพิ่มขึ้นอีก 84 แห่ง แบ่งเป็น ไฮเปอร์มาร์เก็ต 6 แห่ง บิ๊กซี มาร์เก็ต 3 แห่งและมินิบิ๊กซี 75 แห่ง
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,146 วันที่ 7 - 9 เมษายน พ.ศ. 2559






