thansettakij
thansettakij
Alcohol Watch วอนน้ำเมาหยุด กระตุ้นสังสรรค์ ลดเสี่ยงโควิด

Alcohol Watch วอนน้ำเมาหยุด กระตุ้นสังสรรค์ ลดเสี่ยงโควิด

01 เม.ย. 63 | 10:55 น.
อัปเดตล่าสุด :24 เม.ย. 63 | 02:57 น.

เครือข่ายเฝ้าระวังธุรกิจสุรา(Alcohol Watch) เสนอรัฐ ลดเวลาขายเหล้าเบียร์ วอนธุรกิจน้ำเมา หยุดส่งเสริม หยุดโฆษณา หยุดกระตุ้นการสังสรรค์ ลดปัจจัยเสี่ยงการแพร่และติดเชื้อโควิด-19

นายคำรณ  ชูเดชา ผู้ประสานงานเครือข่ายเฝ้าระวังธุรกิจสุรา(Alcohol Watch) เปิดเผยว่า เครือข่ายเฝ้าระวังธุรกิจสุรา เครือข่ายรณรงค์ป้องกันภัยแอลกอฮอล์ เครือข่ายเยาวชนป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ และสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า ขอแสดงความห่วงใยต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19  จำเป็นที่ทุกฝ่ายจะต้องร่วมมือกันแก้ไขปัญหานี้ร่วมกัน โดยเฉพาะปัจจัยเสี่ยงที่เกิดจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เป็นหนึ่งปัจจัยแพร่ระบาด ทางเครือข่ายฯ จึงมีข้อเสนอตามข้อเท็จจริงดังนี้

 

1.ยิ่งดื่ม ยิ่งภูมิคุ้มกันร่างกายต่ำ  แอลกอฮอล์เป็นเครื่องดื่ม ที่ส่งผลกระทบต่อระบบภูมิต้านทานของร่างกาย ฤทธิ์แอลกอฮอล์ส่งผลต่อตับ และระบบน้ำเหลืองซึ่งเป็นแหล่งสร้างภูมิคุ้มกันในการต่อต้านเชื้อไวรัส  2.นักดื่ม เสี่ยงที่จะติดเชื้อง่าย และเสี่ยงที่จะป่วยรุนแรงเมื่อติดเชื้อ  ผู้ติดสุรา มีโอกาสติดเชื้อในปอดจากไวรัส มากกว่าคนปกติ 2.9 เท่า และเป็นสาเหตุการเสียชีวิตของผู้ติดเชื้อวัณโรคปอดถึง 13.5% ซึ่งเชื้อไวรัสโควิด-19 มีลักษณะเดียวกัน ดังนั้น ในสถานการณ์นี้ผู้ที่ดื่มสุราจนมีอาการติดสุรา จะมีความเสี่ยงที่จะป่วยรุนแรงเมื่อได้รับเชื้อไวรัสโควิด-19 จึงต้องระมัดระวังบุคคลเหล่านี้ไม่ให้เสี่ยงที่จะสัมผัสเชื้อ 

 

3. สุราคือสินค้าควบคุม  ในสถานการณ์นี้ สินค้าแอลกอฮอล์ เป็นสินค้าที่ ไม่จำเป็น (Non essential) และเป็นสินค้าที่ต้องจำกัดการเข้าถึง ได้แก่ จำกัดการซื้อขาย การโฆษณาประชาสัมพันธ์ การทำ CSRเป็นต้น เพราะเป็นสินค้าที่ทำให้คนดื่มมีความเสี่ยงมากขึ้น ทำให้คนดื่มขาดสติ และเป็นสินค้าที่ฟุ่มเฟือย

 

Alcohol Watch วอนน้ำเมาหยุด กระตุ้นสังสรรค์ ลดเสี่ยงโควิด

 

4.ปัญหาสังคมจากการดื่ม ในช่วงเวลาวิกฤตนี้  สุราสร้างผลกระทบทางสังคมอยู่แล้วในภาวะปกติ  ยิ่งในภาวะวิกฤติโควิด-19  ก็จะยิ่งทวีความรุนแรงของปัญหา หากรัฐบาลไม่ดำเนินการอย่างใดต่อสินค้าน้ำเมา ทั้งปัญหาการสื่อสารที่คึกคะนอง สร้างความเข้าใจที่ผิดๆในโลกสังคมออนไลน์ ,ผลจากการดื่มสุ่มเสี่ยงที่จะเกิดปัญหาความรุนแรงในครอบครัว  อีกทั้งหากเมาแล้วยังขับขี่รถออกไปซื้อเพิ่ม หรือเกิดความคึกคะนอง จะเกิดปัญหาอุบัติเหตุ ปัญหาทำร้ายกันในชุมชน เป็นต้น 5.การทำการตลาดออนไลน์ และเร่งระบายเบียร์ ที่ผลิตมาแล้วเพื่อเทศกาลสงกรานต์ ก่อนสินค้าจะหมดอายุ

 

ด้วยช่วงเทศกาลสงกรานต์ในทุกๆปี เป็นโอกาสทองของธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์  แต่เมื่อเทศกาลสงกรานต์ถูกเลื่อนออกไป   ทำให้ธุรกิจต้องหาทางระบายสินค้าที่ผลิตออกมาแล้วให้ได้มากที่สุด  โดยเฉพาะเบียร์ซึ่งมีช่วงเวลาหมดอายุ จึงพบว่ามีการโหมทำการตลาดทั้งทางตรงและทางอ้อม  ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ออนไลน์ กันมากขึ้น ซึ่งในปัจจุบันแทบทุกแบรนด์หันมาทำการตลาดขายออนไลน์  เสี่ยงต่อการทำผิด พรบ. ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 รวมไปถึงจะพบว่ามีการจัดกิจกรรมปาร์ตี้ออนไลน์ ที่สอดรับกับการสั่งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ออนไลน์เพื่อกินดื่มกันมากขึ้น  ทั้งนี้ เครือข่ายมีข้อเสนอ ดังนี้

1.ยึดหลัก  “อยู่บ้าน หยุดสังสรรค์ รักษาร่างกายให้แข็งแรง สร้างเสริมภูมิคุ้มกัน” 

2.ธุรกิจน้ำเมา หยุดส่งเสริม  หยุดโฆษณา หยุดกระตุ้นการสังสรรค์ ลดปัจจัยเสี่ยงการแพร่และติดเชื้อได้ 

3.รัฐบาลควรพิจารณาในการออกนโยบายสำคัญคือ ลดเวลาการจำหน่ายสุรา ,ห้ามการขายสุราทางออนไลน์ ,ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ต้องมีแนวปฏิบัติให้กับชุมชนที่ชัดเจนว่าควรจัดงานเพื่อรักษาประเพณี หรือไม่ หรือไม่ควรจัด หรือ ถ้าจะจัดงานต้องทำอย่างไร และจะมีมาตรการงดการดื่มฉลองในช่วงนี้อย่างไร