
Alcohol Watch วอนน้ำเมาหยุด กระตุ้นสังสรรค์ ลดเสี่ยงโควิด
เครือข่ายเฝ้าระวังธุรกิจสุรา(Alcohol Watch) เสนอรัฐ ลดเวลาขายเหล้าเบียร์ วอนธุรกิจน้ำเมา หยุดส่งเสริม หยุดโฆษณา หยุดกระตุ้นการสังสรรค์ ลดปัจจัยเสี่ยงการแพร่และติดเชื้อโควิด-19
นายคำรณ ชูเดชา ผู้ประสานงานเครือข่ายเฝ้าระวังธุรกิจสุรา(Alcohol Watch) เปิดเผยว่า เครือข่ายเฝ้าระวังธุรกิจสุรา เครือข่ายรณรงค์ป้องกันภัยแอลกอฮอล์ เครือข่ายเยาวชนป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ และสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า ขอแสดงความห่วงใยต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จำเป็นที่ทุกฝ่ายจะต้องร่วมมือกันแก้ไขปัญหานี้ร่วมกัน โดยเฉพาะปัจจัยเสี่ยงที่เกิดจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เป็นหนึ่งปัจจัยแพร่ระบาด ทางเครือข่ายฯ จึงมีข้อเสนอตามข้อเท็จจริงดังนี้
1.ยิ่งดื่ม ยิ่งภูมิคุ้มกันร่างกายต่ำ แอลกอฮอล์เป็นเครื่องดื่ม ที่ส่งผลกระทบต่อระบบภูมิต้านทานของร่างกาย ฤทธิ์แอลกอฮอล์ส่งผลต่อตับ และระบบน้ำเหลืองซึ่งเป็นแหล่งสร้างภูมิคุ้มกันในการต่อต้านเชื้อไวรัส 2.นักดื่ม เสี่ยงที่จะติดเชื้อง่าย และเสี่ยงที่จะป่วยรุนแรงเมื่อติดเชื้อ ผู้ติดสุรา มีโอกาสติดเชื้อในปอดจากไวรัส มากกว่าคนปกติ 2.9 เท่า และเป็นสาเหตุการเสียชีวิตของผู้ติดเชื้อวัณโรคปอดถึง 13.5% ซึ่งเชื้อไวรัสโควิด-19 มีลักษณะเดียวกัน ดังนั้น ในสถานการณ์นี้ผู้ที่ดื่มสุราจนมีอาการติดสุรา จะมีความเสี่ยงที่จะป่วยรุนแรงเมื่อได้รับเชื้อไวรัสโควิด-19 จึงต้องระมัดระวังบุคคลเหล่านี้ไม่ให้เสี่ยงที่จะสัมผัสเชื้อ
3. สุราคือสินค้าควบคุม ในสถานการณ์นี้ สินค้าแอลกอฮอล์ เป็นสินค้าที่ ไม่จำเป็น (Non essential) และเป็นสินค้าที่ต้องจำกัดการเข้าถึง ได้แก่ จำกัดการซื้อขาย การโฆษณาประชาสัมพันธ์ การทำ CSRเป็นต้น เพราะเป็นสินค้าที่ทำให้คนดื่มมีความเสี่ยงมากขึ้น ทำให้คนดื่มขาดสติ และเป็นสินค้าที่ฟุ่มเฟือย
4.ปัญหาสังคมจากการดื่ม ในช่วงเวลาวิกฤตนี้ สุราสร้างผลกระทบทางสังคมอยู่แล้วในภาวะปกติ ยิ่งในภาวะวิกฤติโควิด-19 ก็จะยิ่งทวีความรุนแรงของปัญหา หากรัฐบาลไม่ดำเนินการอย่างใดต่อสินค้าน้ำเมา ทั้งปัญหาการสื่อสารที่คึกคะนอง สร้างความเข้าใจที่ผิดๆในโลกสังคมออนไลน์ ,ผลจากการดื่มสุ่มเสี่ยงที่จะเกิดปัญหาความรุนแรงในครอบครัว อีกทั้งหากเมาแล้วยังขับขี่รถออกไปซื้อเพิ่ม หรือเกิดความคึกคะนอง จะเกิดปัญหาอุบัติเหตุ ปัญหาทำร้ายกันในชุมชน เป็นต้น 5.การทำการตลาดออนไลน์ และเร่งระบายเบียร์ ที่ผลิตมาแล้วเพื่อเทศกาลสงกรานต์ ก่อนสินค้าจะหมดอายุ
ด้วยช่วงเทศกาลสงกรานต์ในทุกๆปี เป็นโอกาสทองของธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แต่เมื่อเทศกาลสงกรานต์ถูกเลื่อนออกไป ทำให้ธุรกิจต้องหาทางระบายสินค้าที่ผลิตออกมาแล้วให้ได้มากที่สุด โดยเฉพาะเบียร์ซึ่งมีช่วงเวลาหมดอายุ จึงพบว่ามีการโหมทำการตลาดทั้งทางตรงและทางอ้อม ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ออนไลน์ กันมากขึ้น ซึ่งในปัจจุบันแทบทุกแบรนด์หันมาทำการตลาดขายออนไลน์ เสี่ยงต่อการทำผิด พรบ. ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 รวมไปถึงจะพบว่ามีการจัดกิจกรรมปาร์ตี้ออนไลน์ ที่สอดรับกับการสั่งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ออนไลน์เพื่อกินดื่มกันมากขึ้น ทั้งนี้ เครือข่ายมีข้อเสนอ ดังนี้
1.ยึดหลัก “อยู่บ้าน หยุดสังสรรค์ รักษาร่างกายให้แข็งแรง สร้างเสริมภูมิคุ้มกัน”
2.ธุรกิจน้ำเมา หยุดส่งเสริม หยุดโฆษณา หยุดกระตุ้นการสังสรรค์ ลดปัจจัยเสี่ยงการแพร่และติดเชื้อได้
3.รัฐบาลควรพิจารณาในการออกนโยบายสำคัญคือ ลดเวลาการจำหน่ายสุรา ,ห้ามการขายสุราทางออนไลน์ ,ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ต้องมีแนวปฏิบัติให้กับชุมชนที่ชัดเจนว่าควรจัดงานเพื่อรักษาประเพณี หรือไม่ หรือไม่ควรจัด หรือ ถ้าจะจัดงานต้องทำอย่างไร และจะมีมาตรการงดการดื่มฉลองในช่วงนี้อย่างไร






