
สิ่งสำคัญที่จะสร้าง การเปลี่ยนแปลง ให้ธุรกิจครอบครัว
บิสิเนส แบ็กสเตจ
ผศ.ดร.เอกชัย อภิศักดิ์กุล
คณบดีคณะวิทยพัฒน์
และผู้อำนวยการศูนย์ธุรกิจครอบครัว
มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย
([email protected])
การสื่อสารนั้นเป็นส่วนประกอบที่สำคัญที่สุดเพียงอย่างเดียวในการสร้างและบริหารธุรกิจครอบครัวที่ประสบความสำเร็จ และมักจะเป็นส่วนที่ยากที่สุดเช่นกัน การสื่อสารที่เปิดกว้าง ซื่อตรงและมีประสิทธิผลอาจเป็นสิ่งที่ท้าทายสำหรับองค์กรทั่วไป แต่นับเป็นเรื่องยากอย่างยิ่งสำหรับธุรกิจครอบครัว เนื่องจากโดยธรรมชาติของธุรกิจครอบครัวมีความซับซ้อนอยู่แล้ว โดยเฉพาะเมื่อพัฒนามาจากผู้บริหารซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งในรุ่นแรก ปัญหาของธุรกิจและครอบครัวจะกลายเป็นเรื่องที่เกี่ยวพันกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อองค์กรถูกถ่ายโอนกิจการจากเจ้าของและผู้บริหารรุ่นพี่น้องไปสู่รุ่นเครือญาติ
อย่างไรก็ตามโอกาสสำหรับธุรกิจครอบครัวนั้นมีอยู่เสมอ แม้จะมีความซับซ้อนเพียงใด แต่ธุรกิจครอบครัวมักมีข้อได้เปรียบที่สำคัญเหนือกว่าธุรกิจทั่วไป ผ่านการบ่มเพาะในธุรกิจทำให้ครอบครัวเจ้าของมีความสามารถเฉพาะตัวและเหนือกว่าในเรื่องของการปรับตัว โดยเฉพาะเมื่อได้รับแนวทางและการคํ้าจุนจากวิสัยทัศน์และค่านิยมของครอบครัว ดังนั้นเพื่อใช้ประโยชน์จากความได้เปรียบเชิงกลยุทธ์นี้ ครอบครัวเจ้าของธุรกิจควรลงทุนในการสร้างทักษะการสื่อสารให้เป็นส่วนหนึ่งของการปฏิบัติโดยรวมในการกำกับดูแล ซึ่งการสื่อสารที่มีความหมายและมีความยั่งยืนนั้นต้องใช้ความอดทนในการจัดการและความมุ่งมั่นของสมาชิกทุกคนในครอบครัวที่จะมีส่วนร่วมด้วยหัวใจที่เปิดกว้าง นอกจากนี้การทำงานร่วมกับที่ปรึกษาธุรกิจครอบครัวที่เป็นกลางอาจช่วยกำหนดขอบเขตการใช้อำนาจ เพื่อให้สมาชิกในครอบครัวทุกคนรู้สึกว่าพวกเขามีสิทธิ์มีเสียงได้ ที่สำคัญแนวทางที่เป็นทางการจะช่วยให้สามารถจัดการปัญหาที่ยากด้วยวิธีที่ละเอียดอ่อนและมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะช่วยครอบครัวในการเยียวยาและรีเซตรูปแบบพฤติกรรมที่ผ่านมาในอดีต
การทำงานโดยผ่านอำนาจสั่งการและการตัดสินใจของคณะกรรมการหรือสภาครอบครัว เป็นอีกงานหนึ่งที่ต้องทำให้สำเร็จ และจะเป็นประโยชน์มากหากจะมองเห็นว่าการกำกับดูแลธุรกิจครอบครัวเป็นเหมือนกระบวนการสร้างห้องที่แตกต่างกันในบ้าน แต่ละห้องเหมาะสำหรับวัตถุประสงค์ที่แตกต่าง ซึ่งการพูดคุยและการตัดสินใจที่แตกต่างกันนั้นเกิดขึ้นในแต่ละห้อง เช่น สภาครอบครัวเป็นเวทีสำหรับพูดคุยเรื่องความเป็นเจ้าของและเรื่องครอบครัว รวมถึงการศึกษาและกิจกรรมเพื่อสังคมของครอบครัว คณะกรรมการบริษัทประชุมเพื่อกำกับดูแลการปฏิบัติงานของฝ่ายบริหารและเพื่อทบทวน อนุมัติและติดตามแผนกลยุทธ์ของบริษัท ซึ่งหน่วยงานกำกับดูแลเหล่านี้ต้องใช้ทักษะเฉพาะเพื่อจัดการกับปัญหาที่ไม่ซํ้ากัน
การทำความเข้าใจ การกำหนดกฎเกณฑ์และการเข้าร่วมพลวัตครอบครัวมีความสำคัญต่อการดำเนินการกำกับดูแลกิจการ ด้วยการยอมรับว่าการสื่อสารที่ดีนั้นเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ ทุกอย่างล้วนเชื่อมโยงถึงกัน ดังนั้นเพื่อการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพสามารถดำเนินการตามแนวทางดังต่อไปนี้
1. การจัดการอคติในเรื่องระหว่างรุ่น วัฒนธรรม และเพศ และตัวจุดชนวนอารมณ์
2. การรับฟังอย่างเห็นอกเห็นใจ การถามคำถามแบบปลายเปิดอย่างจริงใจและตระหนักว่าทุกคนมาคุยกันด้วยเรื่องราวและสมมติฐานของพวกเราเอง ซึ่งเป็นทักษะที่สามารถเรียนรู้ได้
3. การลงมือปฏิบัติเป็นสิ่งสำคัญ เช่น การกำหนดตารางการประชุมครอบครัวในสถานที่ที่เป็นกลาง โดยมีกฎพื้นฐานที่แตกต่างจากการรวมตัวในครอบครัวในโอกาสอื่น และสร้างความมั่นใจว่าผู้เข้าร่วมจะได้รับข้อมูลเพื่อเตรียมตัวล่วงหน้าจากผู้เอื้ออำนวยกระบวนการ (Facilitator) ด้วยการบรรยายสรุปและนำเสนอ
4. ผู้นำครอบครัวมักจะต้องใช้เวลาตัวต่อตัวกับสมาชิกในครอบครัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ถอนตัวหรือมีแนวโน้มที่จะแสดงตัวออกมาพูดน้อยในระหว่างการรวมกลุ่ม เพื่อสร้างความไว้วางใจและความเข้าใจในคุณค่าของโปรแกรมของครอบครัวต่อพวกเขา ผู้นำเหล่านั้นอาจจำเป็นต้องตระหนักว่าเมื่อพวกเขาเปิดเส้นทางของการสื่อสารแล้วก็อาจถูกท้าทายในวิธีที่ไม่คุ้นเคยได้
เมื่อครอบครัวเริ่มสื่อสารกันอย่างมีประสิทธิภาพก็จะเป็นการเริ่มวางรากฐานสำหรับความโปร่งใส เป็นธรรม ความรับผิดชอบและการมีส่วนร่วม ซึ่งการดำเนินการให้ถูกต้องอาจใช้เวลาหลายปีในการพัฒนาและต้องใช้ความกล้าหาญและความมุ่งมั่นอย่างมาก ทั้งนี้ข้อผิดพลาดและการสื่อสารที่ผิดพลาดล้วนเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการที่อาจเกิดขึ้นได้ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องพยายามดำเนินการด้วยใจรัก การฝึกฝนและความอดทน เพื่อประโยชน์ขององค์กรเอง
หน้า 21-22 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 40 ฉบับที่ 3,557 วันที่ 15-18 มีนาคม 2563






