
คปภ.รุดหารือบอร์ดลดดอกเบี้ยขั้นต่ำเหลือ1%
คปภ. รับข้อเสนอปรับปรุงอัตราดอกเบี้ยขั้นต่ำ ที่ใช้คำนวณอัตราเบี้ยประกันภัย เหลือ 1%จาก 2% เพื่อเยียวยาบริษัทประกันภัย หลังผนึก3สมาคมประกันภัยช่วยธุรกิจรถท่องเที่ยว7หมื่นคันและผู้ประกอบการขนส่ง กรณีรถหยุดใช้งาน30วัน"คืนเบี้ยประกัน-ขยายเวลาคุ้มครองถึงมิ.ย.63" ส่วนกรมธรรม์รายใหม่หรือต่ออายุให้ปรับลดค่าเบี้ยสูงสุด 30%
ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.)เปิดเผยภายหลังการหารือร่วมกับภาคธุรกิจประกันภัย เพื่อกำหนดมาตรการเพิ่มเติมในการรองรับสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ใหม่(โควิด-19)เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2563โดยระบุว่า คปภ.ได้รับข้อเสนอจากที่ประชุมหารือเกี่ยวกับมาตรการเยียวยาบริษัทประกันภัย โดยจะปรับปรุง อัตราดอกเบี้ยขั้นต่ำที่ใช้คำนวณอัตราเบี้ยประกันภัย จากเดิมที่กำหนดมากกว่าหรือเท่ากับ 2% เป็นมากกว่าหรือเท่ากับ 1%ทั้งนี้เพื่อช่วยรองรับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการระบาดของไวรัสโคโรน่า สายพันธุ์ใหม่(โควิด-19)
นอกจากนี้ที่ประชุมทั้งในส่วนของการประกันชีวิต การประกันวินาศภัยและตัวกลางประกันภัยได้มีข้อสรุปเกี่ยวกับมาตรการเยียวยาภาคธุรกิจท่องเที่ยว และขนส่ง ซึ่งเบื้องต้น ได้รับแจ้งจากกระทรวงพาณิชย์ และกรมการขนส่ง ว่ามีจำนวน 7หมื่นคันซึ่งเป็นรถท่องเที่ยวที่ไม่สามารถประกอบธุรกิจ เป็นเวลา30วันเนื่องจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่หายไป จึงเป็นความจำเป็นเร่งด่วน ที่จะพิจารณามาตรการเยียวยา ใน 2 ส่วน คือ สำหรับกรมธรรม์ ที่ยังให้ความคุ้มครอง จะพิจารณาคืนเบี้ยประกัน หรือขยายระยะเวลา การคุ้มครอง ถึงเดือนมิถุนายน 2563 2 กรณีกรมธรรม์ใหม่หรือกรมธรรม์ต่ออายุ จะพิจารณาลดเบี้ยประกันภัย ให้ผู้ประกอบการท่องเที่ยวและขนส่ง ในอัตรา 30% โดยให้พิจารณาตามความจำเป็นของสถานการณ์ และขยายระยะเวลาถึง 30 มิถุนายน 2563 ขณะเดียวกัน ได้พิจารณา ให้มีการผ่อนชำระค่าเบี้ยเป็นรายงวดด้วย โดยขึ้นอยู่กับบริษัทประกันภัยจะพิจารณาเป็นรายกรณี
อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาคปภ.และ 3 สมาคม ได้หารือและมีมาตรการช่วยเหลือออกมาแล้วไม่ต่ำกว่า 20 มาตรการ ซึ่งมุ่งเน้น การให้ความคุ้มครองและเยียวยา ประชาชนและผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ จากการระบาดของโควิด-19 ขณะเดียวกันได้มอบกรมธรรม์ประกันภัยคุ้มครองโรคไวรัสโคโรนา COVID-19 ให้แก่บุคลากรทางการแพทย์ จำนวน 70,000 ฉบับ โดยมีวงเงินความคุ้มครองรวมทั้งสิ้น 3,500 ล้านบาทซึ่งปัจจุบัน มีบริษัท ออกกรมธรรม์ คุ้มครองผลกระทบ จากโควิด-19แล้วจำนวน 20 บริษัท






