
จุรินทร์ สั่งพณ.ดำเนินคดี Lazada ปมขายหน้ากากอนามัยเกินราคา
“จุรินทร์” สั่งพาณิชย์แจ้งความดำเนินคดี ลาซาด้า 3 คดีรวด ปมปล่อยคนมาวางขายหน้ากากอนามัยเกินราคา
วันที่ 11 มี.ค.63 เมื่อเวลา 15.20 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ขณะนี้กระทรวงพาณิชย์ได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปดำเนินคดีกับ บริษัท ลาซาด้า จำกัด (ประเทศไทย) ซึ่งเป็นแพล็ตฟอร์มชื่อดังที่เปิดให้นำสินค้ามาขายผ่านช่องทางออนไลน์ รวม 3 คดี หลังตรวจพบว่า ได้ปล่อยให้มีการวางขายหน้ากากอนามัยเกินราคาควบคุมตามประกาศของกระทรวงพาณิชย์ แม้ว่าที่ผ่านมากระทรวงพาณิชย์จะเชิญมาพูดคุย และได้ส่งหนังสือขอความร่วมมือให้ปฏิบัติตามกฎหมาย แต่กลับพบว่ามีการปล่อยปะละเลยให้กระทำความผิด
ทั้งนี้ในคดีแรก เกิดขึ้นที่จังหวัดนครปฐมโดยเจ้าหน้าที่ได้เข้าไปดำเนินคดีกับร้ายค้ารายหนึ่งที่ได้นำหน้ากากอนามัยมาขายเกินราคาควบคุม โดยนำมาขายผ่านทางแพล็ตฟอร์มของลาซาด้า ในราคากล่องละ 1,100 บาท มี 50 ชิ้น หรือตกชิ้นละ 22 บาท จำนวน 28 กล่อง ซึ่งมีโค้ดของลาซาด้า เตรียมการส่งมอบถึงผู้ซื้อปลายทางชัดเจน ถือว่ามีความผิด 2 ข้อหา คือ ขายเกินราคาควบคุมที่ชิ้นละ 2.50 บาท ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนอีกข้อหาคือ ขายเกินราคาอันสมควร ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี ปรับไม่เกิน 1.4 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
สำหรับกรณีนี้นั้น เมื่อเวลา 10.00 น.ของวันที่ 11 มี.ค.ที่ผ่านมา พาณิชย์จังหวัดนครปฐมก็ได้เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ให้ดำเนินคดีกับกรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท ลาซาด้า จำกัด (ประเทศไทย) ในฐานะตัวการร่วม ซึ่งจะมีอัตรามีโทษเท่ากันกับผู้ขาย ซึ่งล่าสุดพนักงานสอบสวนก็ได้รับคดีไว้เรียบร้อยแล้ว
ขณะที่อีก 2 คดี เป็นการล่อซื้อบนแพล็ตฟอร์มลาซาด้าเช่นกัน โดยพบผู้ที่นำหน้ากากอนามัยมาขายกล่องละ 1,099 บาท หรือตกชิ้นละ 22 บาท โดยมีการเซ็นรับของจนจบขั้นตอนแล้วเมื่อ 10 มี.ค.63 เวลา 15.00 น. ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้บันทึกปากคำเจ้าหน้าที่ขนส่งที่มาส่งสินค้าปลายทาง โดยมีหลักฐานใบสั่งซื้อ ใบรับคำสั่งซื้อ และรหัสการสั่งซื้อครบถ้วน ส่วนคดีสุดท้ายเกิดในจังหวัดนครปฐมเหมือนคดีแรกโดยขายในราคากล่องละ 1,299 บาท หรือตกชิ้นละ 26 บาท ทั้งสองคดีนี้ก็ได้แจ้งความดำเนินคดีในลักษณะเดียวกับคดีแรกทั้งคนขายและลาซาด้า
นายจุรินทร์ กล่าวว่า ขณะนี้ยังพบว่ามีผู้ค้ามีความพยายามที่จะหาลู่ทางในการค้ากำไรเกินควร โดยปรับเปลี่ยนรูปแบบการขายหน้ากากอนามัยตามราคาควบคุม โดยคิดค่าขนส่งที่แพงมาก เช่นขายหน้าการในราคาชิ้นละ 2.50 บาท แต่คิดค่าขนส่งถึง 300 - 400 บาท จึงขอเตือนว่ากรณีนี้ผิดกฎหมาย เพราะเข้าข่ายการขายเกินราคาควบคุม และขายในราคาสูงเกินสมควร เนื่องจากเป็นการคิดรวมสินค้าและบริการด้วย ดังนั้นใครที่คิดจะทำ หรือกำลังจะทำก็ขอให้เลิกโดยเร็ว
ส่วนผลการจับกุมดำเนินคดีล่าสุด ณ วันที่ 10 มี.ค.63 มีเพิ่มอีกจำนวน 8 ราย ทำให้สถิติการจับกุมทั้งหมดรวมเป็น 115 ราย แบ่งเป็นการจับกุมในเขตกรุงเทพฯ จำนวน 80 ราย และในต่างจังหวัด 35 ราย โดยแยกเป็นความผิดแต่ละข้อหาจากจำนวนการจับกุม 115 ราย ดังกล่าว พบว่าเป็นการจับกุมข้อหาขายเกินราคาควบคุม 10 ราย ข้อหาไม่ปิดป้ายแสดงราคา 29 ราย และข้อหาขายแพงเกินสมควร 76 ราย ในจำนวนนี้เป็นการกระทำความผิดจากการขายผ่านออนไลน์จำนวน 16 ราย และมีผู้ถูกจับกุมทั้งในเขตกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด
ด้านนายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ รายงานผลการจับกุมดำเนินคดีผู้จำหน่ายหน้ากากอนามัยที่กระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 ว่าสถิติการจับกุมดำเนินคดีผู้กระทำความผิดถึงวันที่ 10 มีนาคม 2563 มีการจับกุมดำเนินคดีไปแล้ว รวมทั้งสิ้น 115 ราย แบ่งเป็นการจับกุมในเขตกรุงเทพฯ จำนวน 80 ราย และในต่างจังหวัด 35 ราย โดยแยกเป็นความผิดแต่ละข้อหาจากจำนวนการจับกุม 115 ราย ดังกล่าว พบว่าเป็นการจับกุมข้อหาขายเกินราคาควบคุม 10 ราย ข้อหาไม่ปิดป้ายแสดงราคา 29 ราย และข้อหาขายแพงเกินสมควร 76 ราย ในจำนวนนี้เป็นการกระทำความผิดจากการขายผ่านออนไลน์จำนวน 16 ราย และมีผู้ถูกจับกุมทั้งในเขตกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด
ทั้งนี้ ผู้กระทำความผิดตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 ในข้อหาขายเกินราคาควบคุมจะได้รับโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท ข้อหาไม่ปิดป้ายแสดงราคาขายมีอัตราโทษปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท ในข้อหาขายแพงเกินสมควรมีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี ปรับไม่เกิน 1.4 แสนบาท และหากเป็นผู้นำเข้าหรือตัวแทนจำหน่ายก็ต้องแจ้งปริมาณการถือครองสินค้าต่อกรมการค้าภายใน หากฝ่าฝืนจะมีความผิดซึ่งมีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 20,000 บาท ด้วย
หากพบเห็นผู้กระทำผิด โปรดแจ้งข้อมูลและหลักฐานมายัง สายด่วน 1569 หรือสื่อโซเชียลของกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์
กดชมคลิป การแถลงข่าว






