
ได้พิกัด เชื่อมด่านไทย-มาเลย์
คณะทำงานด้านเทคนิค 2 ชาติเห็นชอบ พิกัดเชื่อมต่อด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่ฝั่งไทย กับบูกิตกายูฮิตัมของมาเลเซีย ระหว่างหลักเขตแดนที่ 9-10 ประชุมอีกครั้งเม.ย.นี้ ฝั่งไทยประเมินงบ 95 ล้าน
เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2563 ที่ผ่านมา ที่ห้องประชุมชั้น 2 อาคารสำนักงานศุลกากรสะเดาแห่งใหม่ มีการประชุมคณะทำงานด้านเทคนิคสำหรับชี้จุดพิกัดเชื่อมต่อด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่-บูกิตกายูฮิตัม ระหว่างไทย-มาเลเซีย ครั้งที่ 2 นำโดยนายอำพล พงศ์สุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา และนาง Siti Hajjar Admin ผู้อำนวยการสำนักงานเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กระทรวงการต่างประเทศมาเลเซีย
นายอำพล กล่าวว่า ที่ประชุม ได้ข้อสรุปร่วมกันคือ ทางฝ่ายมาเลเซียเห็นด้วยจุดที่ทางฝ่ายไทยเสนอไป คือทางเชื่อมที่ตรงกับหลักเขตแดนที่ 9 และ 10 เป็นจุดเชื่อมระหว่างด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่-บูกิตกายูฮิตัมซึ่งเป็นทางเชื่อมใหม่
สำหรับขั้นตอนหลังจากนี้ เมื่อทางคณะทำงานด้านเทคนิคของทั้ง 2 ฝ่ายเห็นตรงกันแล้วก็คือ จะมอบหมายให้วิศวกรของกรมทางหลวง ของทั้ง 2 ประเทศคุยกันในรายละเอียดการออกแบบและการก่อสร้าง ซึ่งในขั้นตอนดังกล่าว คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 2 เดือน ในการไปกำหนดรายละเอียดการออกแบบและการก่อสร้าง เพื่อจะได้นำกลับเข้ามานำเสนอ ในการประชุมคณะทำงานด้านเทคนิคของทั้ง 2 ประเทศครั้งต่อไป ซึ่งกำหนดจะมีขึ้นประมาณเดือนเมษายน 2563 นี้ เพื่อหาขอสรุปว่าเราจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างได้เมื่อไหร่
“เป็นความคืบหน้าที่น่ายินดีสำหรับทั้ง 2 ประเทศ ในความร่วมมือในการเชื่อมด่านฯครั้งนี้ โดยทางฝ่ายประเทศมาเลเซียไม่ได้มีเงื่อนไขใดๆ ในความร่วมมือนี้ โดยขณะนี้ด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่ของไทย ได้มีการก่อสร้างแล้วเสร็จตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา (2562) ขณะนี้อยู่ระหว่างการติดตั้งระบบ เพื่อให้ทำงานได้อย่างสมบูรณ์ แต่ยังไม่มีทางไปเชื่อมกับด่านฯของประเทศมาเลเซีย”
ด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่นี้ จะช่วยรองรับการค้าชายแดนที่จะเพิ่มขึ้น เนื่องจากในพื้นที่ดังกล่าวเป็นที่ตั้งของเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษชายแดน ซึ่งขณะนี้ทางการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) กำลังเร่งดำเนินการพัฒนาพื้นที่โครงการ ระยะที่ 1 พื้นที่จำนวนกว่า 600 ไร่ ขณะนี้ได้ดำเนินการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานเกือบเสร็จแล้ว ส่วนการพัฒนาในระยะที่ 2 อีกจำนวน 298 ไร่ อยู่ระหว่างการเตรียมการส่งมอบพื้นที่ให้กับกนอ. เพราะฉะนั้นทางเชื่อมระหว่างด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่ กับด่านบูกิตกายูฮิตัม มีความสำคัญในการสนับสนุนการค้าชายแดนไทย-มาเลเซีย
สำหรับจุดหลักเขตแดนที่ 9-10 ที่ทั้ง 2 ประเทศเห็นตรงกัน กำหนดเป็นทางเชื่อมระหว่างด้านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่ กับด่านศุลกากรบูกิตกายูฮิตัม มาเลเซียนั้น มีข้อดีคือแนวถนนเป็นไปตามหลักวิศวกรรม เนื่อง จากมีแนวเส้นทางที่ปรับโค้งให้เหมาะกับทางเข้าอุโมงค์ และปรับให้ตรงในส่วนที่ออกไปสู่ประเทศมาเลเซีย ซึ่งระยะทางที่จะก่อสร้างในฝั่งของประเทศไทย 1,030 เมตร ต้องเวนคืนที่ดินจำนวน 24.5 ไร่ โดยคาดว่าจะต้องการลงทุนค่าก่อสร้างประมาณ 95 ล้านบาท
ทั้งนี้ ไทยค้ากับ 7 ประเทศเพื่อนบ้านในรูปค้าชายแดนและค้าผ่านแดนปี 2562 มูลค่ารวม 1,337.2 ล้านบาท ไทยค้าชายแดนผ่านด่านตามแนวชายแดนกับมาเลเซียเป็นมูลค่าสูงสุด คือ 514,066 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนถึง 38.44% ทิ้งห่างอันดับ 2 และ 3 คือ สปป.ลาว 197,520 ล้านบาท และเมียนมา 196,403 ล้านบาท โดยไทยส่งออกไปมาเลเซีย 251,911 ล้านบาท และนำเข้า 262,155 ล้านบาท ขาดดุล 10,244 ล้านบาท
หน้า 1 ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3548 วันที่ 13-15 กุมภาพันธ์ 2563











