
‘ไฮเออร์’ เปิดแผน รับมือวิกฤติอู่ฮั่น
วิกฤติไวรัสโคโรนาระอุ “ไฮเออร์” พร้อมวัดสถานการณ์วันต่อวันก่อนปรับแผนหากยืดเยื้อ ขณะที่บริษัทแม่แจงยังไร้ผลกระทบ เร่งช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนในพื้นที่
นายปิยะศักดิ์ ศรีบัว ผู้อำนวยการกลุ่มธุรกิจเครื่องปรับอากาศ บริษัท ไฮเออร์ อีเลคทริคอล แอพพลายแอนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า สถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาในขณะนี้ยังไม่มีปัญหาด้านการจัดส่งสินค้าและนำเข้าแต่อย่างใด เนื่องจากระบบการจัดส่งสินค้าจากบริษัทแม่ในจีนนั้น เป็นการสั่งซื้อล่วงหน้าเกิน 2 เดือนเพื่อสต๊อกสินค้าไว้จำหน่ายในประเทศไทย และมีการจัดซื้อไปเรียบร้อยตั้งแต่ช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา โดยเฉพาะในกลุ่มเครื่องปรับอากาศที่มีการเตรียม ความพร้อมในการสต๊อกสินค้าเพื่อให้เพียงพอในช่วงไฮซีซันนี้
ดังนั้นช่วงนี้ในส่วนของประเทศไทยจึงเป็นเพียงการเฝ้าติดตามสถานการณ์ความคืบหน้าของไวรัสดังกล่าว ซึ่งแน่นอนว่าหากการระบาดของไวรัสโคโรนาอยู่ในช่วงแค่ 1-2 เดือนนับจากนี้ก็ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด หากแต่สถานการณ์ยังตกอยู่ในภาวะวิกฤติในระยะยาวแล้ว ทางบริษัทจำเป็นจะต้องปรับแผนงานใหม่
ด้านแหล่งข่าวของไฮเออร์ อีกรายระบุว่า สำหรับสถานการณ์ไวรัสโคโรนาที่กำลังระบาดในประเทศจีนขณะนี้ยังไม่ส่งผลกระทบกับฐานการผลิตของไฮเออร์ในจีนที่ตั้งอยู่ เมืองชิงเต่า เนื่องจากในช่วงสัปดาห์ที่ทางรัฐบาลจีนประกาภาวะฉุกเฉินพร้อมปิดหลายเมืองในจีนนั้น เป็นช่วงที่เริ่มเข้าสู่เทศกาลตรุษจีน ทำให้พนักงานเริ่มทยอยหยุดยาว 2 สัปดาห์เพื่อฉลองเทศกาลตรุษจีน ขณะที่สินค้าในกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าเพื่อการส่งออกก็ส่วนใหญ่ก็เป็นการซื้อขายล่วงหน้าอยู่แล้วจึงยังไม่ส่งผลกระทบแต่อย่างใด
อย่างไรก็ตามสำหรับแนวทางปฏิบัติของบริษัทแม่ในประเทศจีนภายหลังจากช่วงวันหยุดยาวนี้ คงต้องมีการประเมินสถานการณ์แบบวันต่อวัน ซึ่งหากสถาน การณ์ยังคงอยู่ในภาวะวิกฤติก็จะให้พนักงานหยุดยาวต่อเนื่อง แต่หากสถานการณ์คลี่คลายลงอาจจะมีการกลับมาทำงานแต่ต้องอยู่ในสถานที่ควบคุมของบริษัท และมีการใช้มาตรการในการป้องกันไวรัสให้มีมาตรฐานและใกล้ชิด
ทั้งนี้ที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันทางไฮเออร์ในประเทศจีนได้เข้าไปช่วยเหลือพร้อมทั้งสนับสนุนมาตรการของทางรัฐบาลในการป้องกันการระบาดของเชื้อไวรัส ไม่ว่าจะเป็นการบริจาคหน้ากากอนามัย ถุงมือผ่าตัด ถุงมือยาง เครื่องทำนํ้าอุ่น ตู้ทำ ความเย็นให้แก่โรงพยาบาลในเมืองอู่ฮั่น เป็นต้น พร้อมทั้งร่วมสร้างโรงพยาบาลเฉพาะทางสำหรับผู้ป่วยในเมืองอู่ฮั่นอีกด้วย
หน้า 21-22 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 40 ฉบับที่ 3,545 วันที่ 2-5 กุมภาพันธ์ 2563






