
พาณิชย์ ย้ำหน้ากากอนามัยมีพอใช้5เดือน
จุรินทร์ ตรวจกำลังการผลิตโรงงานหน้ากากอนามัย ย้ำประชาชนไม่ต้องตื่นตระหนกกักตุน มั่นใจมีเพียงพอ หากพบขาดแคลนหรือเกินราคา แจ้ง 1569
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวภายหลังตรวจเยี่ยมโรงงานผลิตหน้ากากอนามัย Thai Hospital Products จำกัด อ.ปากเกร็ด จ. นนทบุรี ว่า จากการสำรวจกำลังการผลิต ของโรงงาน ขอให้ประชาชนมีความมั่นใจว่ามีเพียงพอต่อความต้องการใช้ของประชาชนโดยภาพรวมโรงงานในไทย 10 โรงงาน มีสต็อกสินค้ากว่า 200 ล้านชิ้น ใช้ได้นาน4-5 เดือน หากไม่มีการผลิตเพิ่ม สำหรับกำลังการผลิตทั้งระบบมีอยู่ประมาณ 10 โรงงานใหญ่ มีกำลังการผลิตรวมถึงเดือนละประมาณ 100 ล้านชิ้น/เดือน ประชาชนใช้ปกติเดือนละ 30 ล้านชิ้นในประเทศ แต่หากสถานการณ์เชื้อไวรัสโคโรนา ไม่ดีขึ้น ความต้องการใช้อาจเพิ่มเป็น 40 ล้านชิ้นต่อเดือน
" ไม่อยากให้ตื่นตระหนกและไม่ควรซื้อเพิ่มมาเก็บไว้ใช้กลัวว่าจะขาดตลาดเพราะถ้าทุกท่านยิ่งตื่นตระหนก ซื้อมาเก็บไว้ก็จะยิ่งทำให้ของขาดตลาด กระทรวงพาณิชย์ให้ความมั่นใจว่าจะสามารถจัดผู้ผลิตให้ผลิตทันความต้องการใช้โดยต่อเนื่องและไม่ขาดตอนนี่คือสิ่งที่อยากจะสื่อสารกับพี่น้องประชาชนว่าถ้าซื้อไปใช้ได้ในอัตราปกติ และไม่มีมาตรการจำกัดปริมาณการซื้อ หรือจำกัดการส่งออก" นายจุรินทร์ กล่าว
นอกจากนี้ นายจุรินทร์ ยังกล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์รับผิดชอบในส่วนของปริมาณ ไม่ให้ขาดแคลน และเรื่องราคาไม่ให้มีการโก่งราคาขายเกินราคาที่เป็นธรรม โดยเรื่องปริมาณและราคานั้นมอบหมายให้ปลัดกระทรวงพาณิชย์สั่งการไปยังพาณิชย์จังหวัด สำรวจตลาด ไม่ให้เกิดปัญหาการขาดแคลนหรือการโก่งราคา หากพบผู้ประกอบการเอาเปรียบ ให้โทรแจ้ง 1569 กรมจะได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ และดำเนินการตามกฎหมาย
ด้านนานชนินทร์ มธุรพร กรรมการผู้จัดการบริษัท Thai Hospital Products จำกัด กล่าวว่า กำลังการผลิตหน้ากากอนามัยของโรงงานปัจจับันอยู่ที่ 10 ล้านชิ้นต่อเดือน โดยส่วนใหญ่ผลิตภายใต้แบรนด์ของลูกค้า ซึ่งสัดส่วนการผลิตของบริษัทเป็นคิดเป็นสัดส่วนการส่งออก 80 %และจัดจำหน่ายในประเทศ 20 %หรือประมาณ 2 ล้านชิ้น และจะเพิ่มกำลังการผลิตให้ได้เป็น 3 ล้านชิ้นในช่วงที่ความต้องการมีมาก
ทั้งนี้ หน้ากากอนามัยที่ผลิตส่วนใหญ่เป็นหน้ากากธรรมดาที่ใช้ทั่วไป ทั้งในสถานพยาบาล และห้องผ่าตัด และจากความต้องการใช้หน้ากากอนามัยที่เพิ่มขึ้นทางบริษัทอยู่ระหว่างการหารือเพื่อปรับเพิ่มสัดส่วนกำลังการผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการในประเทศ ซึ่งอยู่ระหว่างการเจรจากับองค์กรที่จัดหาสินค้า หรือ ซัพพลายเออร์ เพื่อขอเพิ่มการนำเข้าวัตถุดิบ ซึ่งส่วนใหญ่นำเข้าจากจีนและใต้หวัน อย่างไรก็ตามยอมรับว่า ความตัองการหน้ากากอนามัยที่เพิ่มขึ้นทำให้วัตุดิบที่ใช้ในการผลิตลดลง และมีไม่เพียงพอ โดยเฉพาะสปันบอนด์ หรือ พลาสติกที่จะนำมาผลิตเป็นหน้ากากอนามัย ที่ใช้เป็นส่วนประกอบหนึ่งในการผลิตหน้ากากอนามัยซึ่งมีแหล่งผลิตใหญ่ที่เมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน ศูนย์กลางการระบาดของโลก ซึ่งหลังจากมีการระบาดของโรคการส่งออกวัตถุดิบมาไทยก็ชะลอลง ดังนั้นทางโรงงานก็ต้องหาแหล่งวัตถุดิบใหม่ เพื่อไม่ให้สินค้าขาดแคลน










