
เปลี่ยนแปลงชีวิต ส่งต่อคุณค่าให้กับโลกและส่งต่อความสำเร็จ Successmore
ต้องยอมรับว่าในปัจจุบันมีธุรกิจเครือข่ายเพียงไม่กี่รายเท่านั้นที่จะสามารถยืนหยัดอยู่ได้ด้วยการดำเนินกิจการบนความถูกต้อง เป็นธรรม ภายใต้เจตนารมณ์ที่ต้องการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนอย่างแท้จริง หนึ่งในนั้นคือ บริษัท ซัคเซสมอร์ บีอิ้งค์ จำกัดถูกก่อตั้งขึ้นโดยสองเพื่อนรักชาวไทยที่ผ่านประสบการณ์ในแวดวงธุรกิจเครือข่ายอย่างโชกโชนและมีความตั้งใจจริงในการเปลี่ยนแปลงชีวิตให้กับผู้คนในสังคมรอบตัวไปจนถึงระดับโลก นี่คือปณิธานของ นพ.สิทธวีร์ เกียรติชวนันต์ ประธานผู้ก่อตั้ง และ คุณนพกฤษฏิ์ นิธิเลิศวิจิตร กรรมการผู้จัดการบริษัท
[caption id="attachment_42282" align="aligncenter" width="336"]
นพ.สิทธวีร์ เกียรติชวนันต์ ประธานผู้ก่อตั้ง และ คุณนพกฤษฏิ์ นิธิเลิศวิจิตร กรรมการผู้จัดการบริษัท[/caption]
คุณหมอสิทธวีร์ จบการศึกษาในระดับปริญญาตรีและระดับปริญญาโทจากคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เริ่มต้นการทำงานด้วยการรับราชการและเปิดคลินิกรักษาด้าน หู คอ จมูก แต่เนื่องจากต้องการที่จะมีเวลาเพิ่มขึ้นพร้อมกับยังคงต้องการมีรายได้อย่างต่อเนื่องจึงเริ่มหันมาสนใจธุรกิจเครือข่าย ในขณะที่ คุณนพกฤษฏิ์เป็นนักเรียนทุนของธนาคารกรุงไทยและจบการศึกษาในระดับปริญญาโทด้านการบริหารจัดการธุรกิจ (MBA) จากสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) มีประสบการณ์ทำงานเป็นนายธนาคารและเคยอยู่ในตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายสินเชื่อของบริษัทไฟแนนซ์แห่งหนึ่งซึ่งได้ปิดตัวลงในช่วงวิกฤติการเงินปี 2540 หลังจากนั้นจึงได้ก้าวเข้าสู่วงการธุรกิจเครือข่าย
ด้วยประสบการณ์ของผู้บริหารทั้ง 2 ท่านที่คร่ำหวอดอยู่ในวงการธุรกิจเครือข่ายกว่า 20 ปี ทำให้มองเห็นถึงอุปสรรคและความเสี่ยงต่างๆ ในการทำธุรกิจเครือข่าย จึงเกิดเป็นแรงบันดาลใจที่ต้องการจะสร้างบริษัทเครือข่ายที่ดี ที่มีความรู้ความเข้าใจต่อผู้ร่วมทำธุรกิจอย่างแท้จริงและรักษาผลประโยชน์ให้กับผู้ร่วมธุรกิจให้มีความยั่งยืน“จิตวิญญาณของซัคเซสมอร์ คือเรามี DNA ของความต้องการส่งต่อคุณค่าให้กับโลกใบนี้ โดยเริ่มต้นจากการเปลี่ยนแปลงชีวิตผู้คน แล้วให้คนเหล่านั้นมาช่วยกันเปลี่ยนแปลงชีวิตผู้คนต่อไปเรื่อยๆ”ด้วยการชูจุดเด่นที่เรียกว่าเป็นเสน่ห์ 5 ข้อของซัคเซสมอร์ประกอบด้วย 1.มีสินค้าที่ได้คุณภาพ 2.มีรายได้ที่มั่นคงและคุ้มค่า 3.มีวัฒนธรรมองค์กรที่ดี 4.มีรางวัลให้กับชีวิต และ5.มีระบบพัฒนาคนที่เป็นเลิศตลอดระยะเวลากว่า 3 ปีที่ผ่านมาซัคเซสมอร์ขยายสาขาในประเทศไปแล้ว 18 สาขา และในกลุ่มประเทศอาเซียนอีก 5 สาขา ได้แก่ เมียนมา 2 สาขา, สปป.ลาว 2 สาขา, กัมพูชา 1 สาขาและเวียดนามซึ่งจะเปิดเร็วๆนี้
หลักในการบริหารงานของผู้บริหารทั้ง 2 ท่านนี้จะแบ่งงานออกเป็น 2 ระดับ ในระดับนโยบายจะเป็นการหารือร่วมกัน หลังจากนั้นจะแยกกันทำงานในระดับปฏิบัติการในสิ่งที่แต่ละคนถนัด เช่น คุณหมอสิทธวีร์ มีความเชี่ยวชาญด้านการขยายธุรกิจไปต่างประเทศ การออกแบบสาขาต่างๆ การสกัดสูตรสินค้า ส่วน คุณนพกฤษฏิ์ มีความเชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการองค์กร การกำหนดกลยุทธ์ การพัฒนาคน และการดูแลระบบการเงิน อย่างไรก็ตามเมื่อมีความเห็นในการทำงานที่ไม่ตรงกันจะมีการค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมจนหลายครั้งเกิดเป็นไอเดียใหม่ๆ ซึ่งดีกว่าเดิม “นี่คือเสน่ห์ของความเห็นที่ไม่ตรงกัน แต่สุดท้ายได้สิ่งที่ดีกว่า และเราจะคอยเติมพลังให้แก่กัน นี่คือความได้เปรียบของกฎสัมพันธภาพ”
[caption id="attachment_42283" align="aligncenter" width="500"]
นพ.สิทธวีร์ เกียรติชวนันต์ ประธานผู้ก่อตั้ง และ คุณนพกฤษฏิ์ นิธิเลิศวิจิตร กรรมการผู้จัดการบริษัท[/caption]
สำหรับ คุณหมอสิทธวีร์ เวลาส่วนใหญ่มักจะหมดไปกับการทำงานเนื่องจากภาระหน้าที่และความรับผิดชอบ แต่ทุกครั้งที่มีเวลาว่างหรือวันหยุดจะพยายามพาครอบครัวออกไปทานอาหารและทำกิจกรรมนอกบ้าน เช่น เดินช็อปปิ้ง ดูคอนเสิร์ต เป็นต้น ในส่วนของ คุณนพกฤษฏิ์ มีค่านิยมที่ต้องการเป็นเลิศในการทำงานดังนั้นจึงทุ่มเทให้กับการทำงานเป็นหลักทำให้มีเวลาอยู่กับครอบครัวไม่มากนัก ฉะนั้นเมื่อมีเวลาและโอกาสอยู่กับครอบครัวก็จะพยายามทำให้ช่วงเวลานั้นมีค่าและมีประโยชน์มากที่สุด ซึ่ง คุณนพกฤษฏิ์ แบ่งเวลาของตนเองออกเป็น 4 หมวด ได้แก่ หมวดออกกำลังกาย หมวดอ่านหนังสือพัฒนาตนเอง หมวดเวลากับครอบครัว และหมวดเวลากับการทำงาน
กล่าวได้ว่าซัคเซสมอร์เป็นบริษัทเครือข่ายของคนไทยที่มีความมุ่งมั่นดีด้วยค่านิยมขององค์กรคือ การตอบแทนคืนสู่สังคม ไม่ว่าจะเป็นโครงการออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ การบริจาคสิ่งของและกิจกรรม CSR ต่างๆ สมดังคำพูดปิดท้ายของ คุณหมอสิทธวีร์ ที่ว่า “เมื่อมีเราอยู่ สังคมต้องดีขึ้น Successmore”
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,145 วันที่ 3 - 6 เมษายน พ.ศ. 2559
[caption id="attachment_42282" align="aligncenter" width="336"]
คุณหมอสิทธวีร์ จบการศึกษาในระดับปริญญาตรีและระดับปริญญาโทจากคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เริ่มต้นการทำงานด้วยการรับราชการและเปิดคลินิกรักษาด้าน หู คอ จมูก แต่เนื่องจากต้องการที่จะมีเวลาเพิ่มขึ้นพร้อมกับยังคงต้องการมีรายได้อย่างต่อเนื่องจึงเริ่มหันมาสนใจธุรกิจเครือข่าย ในขณะที่ คุณนพกฤษฏิ์เป็นนักเรียนทุนของธนาคารกรุงไทยและจบการศึกษาในระดับปริญญาโทด้านการบริหารจัดการธุรกิจ (MBA) จากสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) มีประสบการณ์ทำงานเป็นนายธนาคารและเคยอยู่ในตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายสินเชื่อของบริษัทไฟแนนซ์แห่งหนึ่งซึ่งได้ปิดตัวลงในช่วงวิกฤติการเงินปี 2540 หลังจากนั้นจึงได้ก้าวเข้าสู่วงการธุรกิจเครือข่าย
ด้วยประสบการณ์ของผู้บริหารทั้ง 2 ท่านที่คร่ำหวอดอยู่ในวงการธุรกิจเครือข่ายกว่า 20 ปี ทำให้มองเห็นถึงอุปสรรคและความเสี่ยงต่างๆ ในการทำธุรกิจเครือข่าย จึงเกิดเป็นแรงบันดาลใจที่ต้องการจะสร้างบริษัทเครือข่ายที่ดี ที่มีความรู้ความเข้าใจต่อผู้ร่วมทำธุรกิจอย่างแท้จริงและรักษาผลประโยชน์ให้กับผู้ร่วมธุรกิจให้มีความยั่งยืน“จิตวิญญาณของซัคเซสมอร์ คือเรามี DNA ของความต้องการส่งต่อคุณค่าให้กับโลกใบนี้ โดยเริ่มต้นจากการเปลี่ยนแปลงชีวิตผู้คน แล้วให้คนเหล่านั้นมาช่วยกันเปลี่ยนแปลงชีวิตผู้คนต่อไปเรื่อยๆ”ด้วยการชูจุดเด่นที่เรียกว่าเป็นเสน่ห์ 5 ข้อของซัคเซสมอร์ประกอบด้วย 1.มีสินค้าที่ได้คุณภาพ 2.มีรายได้ที่มั่นคงและคุ้มค่า 3.มีวัฒนธรรมองค์กรที่ดี 4.มีรางวัลให้กับชีวิต และ5.มีระบบพัฒนาคนที่เป็นเลิศตลอดระยะเวลากว่า 3 ปีที่ผ่านมาซัคเซสมอร์ขยายสาขาในประเทศไปแล้ว 18 สาขา และในกลุ่มประเทศอาเซียนอีก 5 สาขา ได้แก่ เมียนมา 2 สาขา, สปป.ลาว 2 สาขา, กัมพูชา 1 สาขาและเวียดนามซึ่งจะเปิดเร็วๆนี้
หลักในการบริหารงานของผู้บริหารทั้ง 2 ท่านนี้จะแบ่งงานออกเป็น 2 ระดับ ในระดับนโยบายจะเป็นการหารือร่วมกัน หลังจากนั้นจะแยกกันทำงานในระดับปฏิบัติการในสิ่งที่แต่ละคนถนัด เช่น คุณหมอสิทธวีร์ มีความเชี่ยวชาญด้านการขยายธุรกิจไปต่างประเทศ การออกแบบสาขาต่างๆ การสกัดสูตรสินค้า ส่วน คุณนพกฤษฏิ์ มีความเชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการองค์กร การกำหนดกลยุทธ์ การพัฒนาคน และการดูแลระบบการเงิน อย่างไรก็ตามเมื่อมีความเห็นในการทำงานที่ไม่ตรงกันจะมีการค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมจนหลายครั้งเกิดเป็นไอเดียใหม่ๆ ซึ่งดีกว่าเดิม “นี่คือเสน่ห์ของความเห็นที่ไม่ตรงกัน แต่สุดท้ายได้สิ่งที่ดีกว่า และเราจะคอยเติมพลังให้แก่กัน นี่คือความได้เปรียบของกฎสัมพันธภาพ”
[caption id="attachment_42283" align="aligncenter" width="500"]
สำหรับ คุณหมอสิทธวีร์ เวลาส่วนใหญ่มักจะหมดไปกับการทำงานเนื่องจากภาระหน้าที่และความรับผิดชอบ แต่ทุกครั้งที่มีเวลาว่างหรือวันหยุดจะพยายามพาครอบครัวออกไปทานอาหารและทำกิจกรรมนอกบ้าน เช่น เดินช็อปปิ้ง ดูคอนเสิร์ต เป็นต้น ในส่วนของ คุณนพกฤษฏิ์ มีค่านิยมที่ต้องการเป็นเลิศในการทำงานดังนั้นจึงทุ่มเทให้กับการทำงานเป็นหลักทำให้มีเวลาอยู่กับครอบครัวไม่มากนัก ฉะนั้นเมื่อมีเวลาและโอกาสอยู่กับครอบครัวก็จะพยายามทำให้ช่วงเวลานั้นมีค่าและมีประโยชน์มากที่สุด ซึ่ง คุณนพกฤษฏิ์ แบ่งเวลาของตนเองออกเป็น 4 หมวด ได้แก่ หมวดออกกำลังกาย หมวดอ่านหนังสือพัฒนาตนเอง หมวดเวลากับครอบครัว และหมวดเวลากับการทำงาน
กล่าวได้ว่าซัคเซสมอร์เป็นบริษัทเครือข่ายของคนไทยที่มีความมุ่งมั่นดีด้วยค่านิยมขององค์กรคือ การตอบแทนคืนสู่สังคม ไม่ว่าจะเป็นโครงการออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ การบริจาคสิ่งของและกิจกรรม CSR ต่างๆ สมดังคำพูดปิดท้ายของ คุณหมอสิทธวีร์ ที่ว่า “เมื่อมีเราอยู่ สังคมต้องดีขึ้น Successmore”
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,145 วันที่ 3 - 6 เมษายน พ.ศ. 2559






