
‘ผู้นำ 4G’
ข่าวดีของประเทศเพื่อนบ้านครับ
SINGAPORE มีการลงทุนเพิ่มในประเทศปีที่แล้ว สูงกว่าคาดการณ์ เดิมประมาณการไว้ที่ 8-10 พันล้านดอลลาร์สิงคโปร์ นี่ล่อเข้าไปถึง 15.2 BILLION
ท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก แต่ SINGAPORE กลับมี BIG JUMP ในการลงทุน (INVESTMENT)
ผลที่ได้คือ การสร้างงานใหม่กว่า 32,000 ราย ซึ่งแน่นอนประมาณครึ่งหนึ่งจะเป็นงานที่เกี่ยวข้องกับ DIGITAL ECONOMY
แม้งานส่วนใหญ่จะตกอยู่กับ คนสิงคโปร์ แต่ก็มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ “รัฐบาล” ว่าให้ความสำคัญกับ “คนต่างชาติ” ที่เข้ามาทำงาน (PERMANENT RESIDENTS) มากกว่า “คนสิงคโปร์แท้ๆ” โดยฝ่ายค้านพยายามยกเรื่องขึ้นมาเป็นประเด็น “การเมือง” ซึ่งรัฐมนตรีกระทรางการค้าและอุตสาหกรรม (TRADE AND INDUSTRY) CHAN CHUN SING ต้องออกมาชี้แจง ยืนยันว่างานส่วนใหญ่จะตกอยู่กับคนสิงคโปร์แน่นอน
ที่ตัวเลขของคนตกงานในกลุ่มชาวต่างชาติตํ่ากว่าคนสิงคโปร์นั้น ก็อธิบายได้ง่ายๆว่า ที่เราให้ชาวต่างชาติเข้ามาทำงานก็เพราะเราต้องการเขา งานของเราต้องการความเชี่ยวชาญ ประสบการณ์ของเขา (ซึ่งคนของเราไม่มี) ถ้าเขาไม่มีงานทำ เราจะให้เขาอยู่ไปทำไม
ก็น่าอิจฉานะครับ สำหรับประเทศเพื่อนบ้านที่มี “คุณภาพ” ประเทศนี้ ขณะที่ประเทศอื่นๆ ไล่โทษเศรษฐกิจโลก ไล่โทษคนของตนไม่ปรับตัวทันกับโลก ไล่แจกเงินคนจน สิงคโปร์มี “คำตอบ” สำหรับคนในประเทศตนซึ่งอยู่ในความลำบากจากผล กระทบเศรษฐกิจโลกได้อย่างสร้างสรรค์ มีความหวัง และกระตุ้นให้คนศึกษาหนักขึ้น ทำงานหนักขึ้น
LEE HSIEN LOONG
ไม่ได้ไล่คนให้ไปพึ่ง “หวย” หรือ “เงินแจก”
อีกเรื่องสำคัญที่ประเทศสิงคโปร์นำ “เพื่อนบ้าน” ไปไกลคือ “การเมือง” ขณะที่บางประเทศยังปลูกฝังความเกลียดชัง “นักการเมือง” “คนเห็นต่าง” ฯลฯ
นายกรัฐมนตรี LEE HSIEN LOONG ออกมายอมรับว่า ความสำเร็จของประเทศสิงคโปร์ต้องมี “ผู้นำการเมือง” ระดับ FIRST-CLASS POLITICAL LEADERSHIP
P.M.LEE (ผู้ลูก) พูดในงานอาหารคํ่าของ PUBLIC SERVICE LEADERSHIP ว่า อย่าเข้าใจผิดที่คิดว่า “การเมือง” ไม่สำคัญ เพราะเรามี “ข้าราชการ” ที่เก่ง และสามารถทำงานให้ประเทศ ถึงมีการเลือกตั้งที่ไม่ดี ได้รัฐบาลเลว แต่ประเทศยังไปได้ เพราะมีข้าราชการประจำคุณภาพเยี่ยมของเราทำงานอยู่แล้ว
“ผู้นำ” ยังมีความสำคัญกับ “ประเทศ” และ “ผู้นำการเมือง” มีบทบาทสำคัญในการนำพาประเทศ
ขออย่านอนใจว่าข้าราชการเก่งๆ พัฒนาประเทศไปได้เหมือน AUTOPILOT เมื่อยามที่ “การเมือง” ขัดแย้ง หรือ “ผู้นำ” ไร้ความสามารถ
“ข้าราชการประจำ” ไม่สามารถเสนอนโยบายใหญ่ๆที่สำคัญ ไม่สามารถกำหนดทิศทางใหม่ๆหรือโน้มน้าว “ราษฎร” ให้ร่วมมือร่วมใจสู้กับ “สิ่งท้าทาย”
นักการเมืองต้องมีความสามารถ ประสบการณ์ “ผู้นำ” หรือรัฐมนตรีต้องรู้ “งาน” กระทรวงที่ตนรับผิดชอบ และต้อง “ลุยงาน-ติดดิน” ทำงานร่วมกับข้าราชการ ไม่แค่ให้ “นโยบาย”
ข้าราชการต้องเป็นกลาง ไม่สังกัดพรรคการเมือง ไม่ต้องยุ่งกับการเมืองในพรรค ฯลฯ แต่ขณะเดียวกัน ต้องรู้สึก “อ่อนไหว ตอบรับ” ต่อ “ลำดับสำคัญ” ของประเทศ
พูดถึง “ผู้นำ” ในอนาคต สไตล์การทำงานของ “ผู้นำ 4G” อาจต่างจากปัจจุบัน แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่ควรเปลี่ยนแปลง น่าจะเป็นการเข้าขา ความสัมพันธ์ในการทำงาน ความไว้วางใจซึ่งกันและกัน ระหว่างรัฐมนตรีกับข้าราชการ
นายกฯ LEE สรุปความเชื่อมั่นว่า “ผู้นำ 4G” และ “ข้าราชการผู้ใหญ่” มี CORE VALUES ตรงกัน เชื่อในระบบความสามารถ รัฐบาลที่สะอาดโปร่งใส นานาเชื้อชาติร่วมกันทำงาน ระบบเศรษฐกิจและการพัฒนาที่โตไปด้วยกัน
รัฐบาลที่มีความสามารถโดดเด่นเท่านั้น จึงจะนำพาให้ประเทศ SINGAPORE เฉิดฉายในสากลโลก
มอง “ผู้นำ” และการทำงานของประชากรของเขาแล้ว ประเทศเพื่อนบ้านใกล้ๆ เหมือน “กองขยะ”
เหมือน “ไก่ตรุษจีน” ใน “เข่ง” ที่สกปรกแถมยังทะเลาะกัน
เคยมีคนออกมาเถียงว่า “สิงคโปร์” ทำได้ เพราะเป็นประเทศเล็ก แล้วคนฟังเกิดสมองไว ถามต่อว่า เออ แล้วทำไม “จีน” ทำได้ คนตอบ คนเดียวกัน จะพูดว่า อ้อ จีนทำได้ เพราะเป็นประเทศใหญ่ (ฮา)
คอลัมน์แบรนด์สตอรีส์
โดย : กฤษณ์ ศิรประภาศิริ
หน้า 31-32 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 40 ฉบับที่ 3,542 วันที่ 23-25 มกราคม 2563






