
ตะวันออกกลางเดือด! กระทรวงแรงงาน เปิดวอร์รูม ช่วยเหลือแรงงานไทย 24 ชม.
กระทรวงแรงงาน เปิดวอร์รูมช่วยเหลือแรงงานไทยในตะวันออกกลาง 24 ชม. สั่งชะลอส่งในประเทศเสี่ยงภัยสงครามหลังหารือกระทรวงต่างประเทศ
KEY
POINTS
- กระทรวงแรงงานจัดตั้งศูนย์วอร์รูมเพื่อติดตามสถานการณ์และประสานงานช่วยเหลือแรงงานไทยในตะวันออกกลางตลอด 24 ชั่วโมง
- มีการหารือร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศเพื่อชะลอการจัดส่งแรงงานไทยไปยังพื้นที่เสี่ยงเป็นการชั่วคราว
- เตรียมพร้อมให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนการอพยพแรงงานไทยกว่า 77,000 คนในพื้นที่ หากสถานการณ์ทวีความรุนแรงขึ้น
นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวถึง สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางว่า ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน ตั้งศูนย์วอร์รูมติดตามสถานการณ์และประสานการช่วยเหลือแรงงานไทยในตะวันออกกลาง เพื่อเกาะติดสถานการณ์ บริเวณชั้น 5 กระทรวงแรงงาน พร้อมสนับสนุนความช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมง หากสถานการณ์รุนแรงถึงขั้นอพยพ
“การอพยพเป็นหน้าที่ของกระทรวงการต่างประเทศ หากมีข้อสั่งการจากนายกรัฐมนตรี กระทรวงแรงงานพร้อมร่วมปฏิบัติภารกิจ ซึ่งทั้งหมดต้องรอการพิจารณาระดับความเสี่ยงจากกระทรวงการต่างประเทศว่าถึงขั้นต้องอพยพหรือไม่ สถานการณ์ขณะนี้ คือ กำชับ สั่งการให้ฝ่ายแรงงานติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หากมีแรงงานได้รับผลกระทบ ให้พร้อมให้การช่วยเหลือเคลื่อนย้ายแรงงานไทยไปอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย”
สำหรับการจัดส่งแรงงานไปทำงาน ในเบื้องตนได้ประสานหารือกับกระทรวงการต่างประเทศ เกี่ยวกับการชะลอการจัดส่งแรงงานไทยไปทำงานในพื้นที่เสี่ยงในตะวันออกกลาง ซึ่งได้รับรายงานจากปลัดกระทรวงแรงงานว่า ทั้งสองฝ่ายเห็นตรงกันที่จะชะลอการจัดส่งแรงงานไทย โดยจะมีการหารือกันอย่างเป็นทางต่อไป
ปัจจุบันมีแรงงานไทยอยู่ในความรับผิดชอบของ สำนักงานแรงงาน 3 แห่ง ประกอบด้วย
- สำนักงานแรงงาน ณ กรุงเทลอาวีฟ อิสราเอล จำนวน 58,921 คน
- สำนักงานแรงงาน ณ กรุงอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ จำนวน 11,227 คน
- สำนักงานแรงงาน ณ กรุงริยาด ซาอุดีอาระเบีย ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่เขตอาณา อีกจำนวน 7,347 คน
รวมจำนวนทั้งสิ้น 77,495 คน
ด้าน พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า หลังจากนี้จะวิดีโอ conference กับอัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายแรงงาน) ของทั้ง 3 แห่ง เพื่อประเมิน ติดตามสถานการณ์ และย้ำให้ประสานแรงงานในพื้นที่ โดยเน้นให้ทุกคนติดต่อทางโทรศัพท์กับทางเจ้าหน้าที่สถานทูตได้ รวมถึง วางมาตรการเชิงรุกเพื่อดูแลแรงงานไทยให้สามารถเข้าถึงความช่วยเหลือฉุกเฉินได้ทันที หากเกิดเหตุไม่คาดคิด

