
ระทึก!โดรนอิหร่าน ถล่มสนามบินดูไบ EASA เตือนสายการบินเลี่ยงน่านฟ้า 10 ประเทศ
ระทึก!โดรนพลีชีพอิหร่าน ถล่มสนามบินดูไบ กลางดึก สำนักงานความปลอดภัยการบินแห่งสหภาพยุโรป EASA เตือนสายการบินเลี่ยงน่านฟ้า 10 ประเทศ มีประเทศไหนบ้างเช็คที่นี่
วันนี้(วันที่ 1 มีนาคม 2569) สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่าเมื่อเวลา เวลาประมาณ 04.50 น. 1 มีนาคม 2026 ตามเวลาไทย มีรายงานว่าท่าอากาศยานนานาชาติดูไบ ถูกโจมตีด้วยโดรนฆ่าตัวตายของอิหร่าน หลังเตหะรานส่งอากาศยานไร้คนขับ (UAV) เข้าโจมตีทั่วพื้นที่ตะวันออกกลางเพื่อเป็นการตอบโต้การโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ
โดยเกิดเหตุระทึกที่ สนามบินดูไบ อินเตอร์เนชั่นแนล แอร์พอร์ต Dubai International Airport หลังมีรายงานว่าเกิดการตกกระทบของโดรนภายในพื้นที่สนามบิน ระหว่างเหตุโจมตีจากอิหร่าน ส่งผลให้สัญญาณเตือนไฟไหม้ดังขึ้นทั่วอาคารผู้โดยสาร ผู้โดยสารและพนักงานต้องอพยพออกจากพื้นที่เพื่อความปลอดภัย
ขณะที่ท่าอากาศยานดูไบ แถลงการณ์ยืนยันว่าอาคารเทียบเครื่องบิน (concourse) ณ ท่าอากาศยานนานาชาติดูไบ (DXB) ได้รับความเสียหายเล็กน้อยจากเหตุการณ์หนึ่ง ซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว"
ทีมตอบโต้ฉุกเฉินได้เข้าประจำการในทันที และกำลังจัดการสถานการณ์โดยประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พนักงาน 4 รายได้รับบาดเจ็บ และได้รับการดูแลทางการแพทย์อย่างเร่งด่วนแล้ว
เนื่องจากมีการเตรียมแผนเผชิญเหตุไว้ล่วงหน้า อาคารผู้โดยสารส่วนใหญ่จึงได้รับการระบายผู้โดยสารออกไปก่อนหน้านี้แล้ว เราจะแจ้งข้อมูลเพิ่มเติมให้ทราบต่อไปเมื่อมีความคืบหน้า
อนึ่งช่วงบ่ายวานนี้ (28) ท่าอากาศยานดูไบได้ประกาศระงับเที่ยวบินทั้งหมดที่ท่าอากาศยานนานาชาติดูไบและท่าอากาศยานนานาชาติอาลมักตูมจนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง พร้อมทั้งเตือนให้ผู้โดยสารงดการเดินทาง หลังจากการโจมตีอิหร่านโดยสหรัฐฯ และอิสราเอล
ในขณะเดียวกัน Terminal 1 ของสนามบินคูเวต Kuwait International Airport ก็ถูกโดรนโจมตี ส่งผลให้พนักงานสนามบินหลายรายได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย โดยทางการคูเวตยืนยันว่าไม่มีผู้โดยสารเสียชีวิต และโครงสร้างอาคารได้รับความเสียหายเพียงบางส่วน
EASA ออกคำแนะนำด่วน หลีกเลี่ยงน่านฟ้า 10 ประเทศ
จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ล่าสุดสำนักงานความปลอดภัยการบินแห่งสหภาพยุโรป
หรือ European Union Aviation Safety Agency (EASA) ออกประกาศแนะนำสายการบินให้ “หลีกเลี่ยงการปฏิบัติการบินในน่านฟ้าที่ได้รับผลกระทบทุกระดับความสูง” ครอบคลุมประเทศต่อไปนี้
- อิหร่าน
- อิรัก
- อิสราเอล
- จอร์แดน
- คูเวต
- เลบานอน
- โอมาน
- กาตาร์
- สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ซาอุดีอาระเบีย
ทั้งนี้คำแนะนำดังกล่าวส่งผลกระทบโดยตรงต่อเส้นทางบินระหว่างยุโรป–เอเชีย–ตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงข่ายการบินที่หนาแน่นที่สุดของโลก
หลายสายการบินเริ่มปรับเส้นทาง ยกเลิกเที่ยวบิน หรือชะลอการเดินทางผ่านภูมิภาคดังกล่าว เพื่อประเมินสถานการณ์ด้านความปลอดภัยอย่างรอบคอบ
เหตุการณ์ครั้งนี้สะท้อนถึงความเปราะบางของโครงสร้างพื้นฐานการบินในภาวะความขัดแย้งทางทหาร และอาจส่งผลกระทบต่อการเดินทางระหว่างประเทศในวงกว้าง หากสถานการณ์ยังไม่คลี่คลายในเร็ววัน
ขณะเดียวกันเมื่อวานนี้ อิหร่าน ยังได้ยิงขีปนาวุธและส่งโดรนกามิกาเซ่ Shahed-136 โจมตีกลุ่มอาคารย่านธุรกิจที่ตั้งอยู่ใกล้กับตึกเบิร์จคาลิฟา ตึกที่สูงที่สุดในโลกใจกลางมหานครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ต่อหน้าต่อตานักท่องเที่ยว ทางการยูเออีสั่งอพยพประชาชนออกจากตึกสูง เปิดระบบป้องกันภัยทางอากาศขั้นสูงสุดแล้ว
ก่อนหน้านี้ขีปนาวุธของอิหร่านลูกหนึ่งตกลงในย่านหรูบนเกาะเทียมปาล์ม จูไมราห์ พื้นที่ดังกล่าวเป็นที่ตั้งของโรงแรมหรูหลายแห่งซึ่งเป็นที่นิยมในกลุ่มนักท่องเที่ยวชาว โดยหนึ่งในโรงแรมเหล่านั้นเกิดเพลิงไหม้






