
ตะวันออกกลางเดือดสุดขีด ทรัมป์อ้าง "คาเมเนอี" เสียชีวิต อิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซเขย่าตลาดน้ำมันโลก
ตะวันออกกลางเดือดสุดขีด ทรัมป์อ้าง "คาเมเนอี" เสียชีวิต อิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซเขย่าตลาดน้ำมันโลก
KEY
POINTS
- สหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดปฏิบัติการโจมตีอิหร่านครั้งใหญ่ โดยโดนัลด์ ทรัมป์ อ้างว่า อยาตุลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านเสียชีวิตแล้ว
- อิหร่านออกมาปฏิเสธข่าวการเสียชีวิตของผู้นำสูงสุด และตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธพร้อมทั้งประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซ
- การปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันราว 20% ของโลก ได้สร้างความตื่นตระหนกให้กับตลาดพลังงานและเศรษฐกิจโลกทันที
- การเสียชีวิตของคาเมเนอี (หากเป็นจริง) จะเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของภูมิภาค เนื่องจากเขาเป็นผู้กุมอำนาจเบ็ดเสร็จและเป็นผู้สร้างเครือข่ายกลุ่มติดอาวุธในตะวันออกกลาง
สถานการณ์ในตะวันออกกลางก้าวเข้าสู่จุดวิกฤตขั้นสูงสุดในรอบหลายทศวรรษ เมื่อเกิดปฏิบัติการทางทหารครั้งประวัติศาสตร์ที่อาจพลิกโฉมหน้าภูมิรัฐศาสตร์โลก ท่ามกลางกระแสข่าวช็อกโลกเรื่องการเสียชีวิตของผู้นำสูงสุดอิหร่าน และการประกาศปิดเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญที่สุดของโลก ซึ่งส่งผลให้ตลาดน้ำมันและเศรษฐกิจโลกเข้าสู่ภาวะตื่นตระหนกทันที
ฐานเศรษฐกิจ สรุปสถานการณ์ล่าสุดและเจาะลึกเบื้องหลังเหตุการณ์สั่นสะเทือนทางการเมืองครั้งนี้ 3 เหตุการณ์ดังนี้
ปฏิบัติการ "Operation Epic Fury" และปริศนาผู้นำสูงสุด
เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นจากการเปิดฉากโจมตีทางอากาศร่วมกันระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิสราเอล ภายใต้ชื่อปฏิบัติการ "Operation Epic Fury" โดยกองทัพอิสราเอลได้ส่งเครื่องบินขับไล่กว่า 200 ลำ ปูพรมถล่มเป้าหมายกว่า 500 แห่งทั่วอิหร่าน
- ทรัมป์ประกาศชัยชนะ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โพสต์ข้อความผ่าน Truth Social เมื่อวันเสาร์ที่ 28 ก.พ. 2569 อ้างว่า อยาตุลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ได้เสียชีวิตแล้วจากการโจมตีศูนย์บัญชาการในกรุงเตหะราน โดยระบุว่านี่คือ "ความยุติธรรม" และเรียกร้องให้ชาวอิหร่านลุกขึ้นโค่นล้มรัฐบาล ข่าวดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจากฝั่งอิสราเอล นำโดยนายกฯ เบนจามิน เนทันยาฮู
- อิหร่านโต้กลับ ในขณะเดียวกัน สื่อกระบอกเสียงของทางการอิหร่านอย่าง Tasnim และ Mehr ได้ออกมารายงานปฏิเสธทันควัน โดยยืนยันว่าผู้นำสูงสุดยังคงปลอดภัยและ "แน่วแน่ในการบัญชาการรบ"
ปิด "ช่องแคบฮอร์มุซ" หายนะของตลาดน้ำมันโลก
ผลกระทบไม่ได้หยุดอยู่แค่ในพรมแดนอิหร่าน แต่ลุกลามเป็นวงกว้างทันที
- การตอบโต้ทางทหาร อิหร่านระดมยิงขีปนาวุธตอบโต้อิสราเอลและฐานทัพสหรัฐฯ ในประเทศกลุ่มอ่าวอาหรับ
- วิกฤตพลังงาน อิหร่านงัดไพ่ตาย ประกาศปิด "ช่องแคบฮอร์มุซ" ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือที่ขนส่งน้ำมันราว 20% ของโลก ส่งผลให้ตลาดน้ำมันโลกเกิดภาวะ Panic อย่างหนัก สายการบินทั่วโลกต้องประกาศยกเลิกเที่ยวบินผ่านน่านฟ้าตะวันออกกลางฉุกเฉิน ขณะที่เลขาธิการสหประชาชาติ (UN) ต้องออกแถลงการณ์ด่วนเรียกร้องให้ทุกฝ่ายหยุดยิงทันที
ทำไมการสูญเสีย "คาเมเนอี" จึงเป็นแรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่?
หากข่าวลือเรื่องการเสียชีวิตเป็นความจริง นี่คือจุดเปลี่ยนที่รุนแรงที่สุดของอิหร่านนับตั้งแต่ปฏิวัติอิสลามปี 1979 เพราะ อยาตุลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ในวัย 86 ปี ไม่ใช่แค่ผู้นำทางศาสนา แต่คือ "เสาหลัก" ที่กุมอำนาจเบ็ดเสร็จของประเทศมาตั้งแต่ปี 1989 (กว่า 3 ทศวรรษ)
- คุมเบ็ดเสร็จทางทหารและการเมือง เขามีอำนาจสั่งการโดยตรงต่อ "กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม" (IRGC) ซึ่งเป็นขุมกำลังที่ทรงอิทธิพลที่สุด และยังเป็นผู้แต่งตั้ง "สภาผู้พิทักษ์" เพื่อคัดกรองนักการเมือง ทำให้เขาสามารถกวาดล้างขั้วตรงข้ามและรักษาเสถียรภาพของระบอบไว้ได้อย่างเหนียวแน่น
- เจ้าพ่อนายทุนตัวจริง คาเมเนอีควบคุมมูลนิธิทางศาสนา (Bonyads) และเครือข่ายธุรกิจของ IRGC ซึ่งกุมความมั่งคั่งมหาศาลของประเทศไว้โดยไม่ต้องผ่านการตรวจสอบจากรัฐสภา
- บิดาแห่ง "อักษะแห่งการต่อต้าน" เขาคือสถาปนิกผู้สร้างเครือข่ายกลุ่มติดอาวุธ (Proxy Groups) ทั่วตะวันออกกลาง เพื่อคานอำนาจสหรัฐฯ และอิสราเอล การขาดเขาไปอาจทำให้เครือข่ายเหล่านี้สั่นคลอน หรือในทางกลับกัน อาจทำให้กลุ่มหัวรุนแรงเปิดฉากโจมตีแบบไร้การควบคุม
สถานการณ์ทั้งหมดนี้ถือเป็น "วิกฤตซ้อนวิกฤต" ที่ภาคธุรกิจและนักลงทุนไทยต้องติดตามอย่างใกล้ชิดแบบชั่วโมงต่อชั่วโมง เพราะการปิดช่องแคบฮอร์มุซแม้เพียงไม่กี่วัน จะส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งทะยาน กระทบต่อต้นทุนการผลิต เงินเฟ้อ และค่าครองชีพของคนไทยโดยตรงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้






