svasdssvasds

5 ปี ไทยส่งออกภายใต้FTA ขยายตัว3.31%

19 ธ.ค. 2562 เวลา 7:44 น. 662

พาณิชย์  เผยFTA 18 ประเทศคู่ค้า ในรอบ5ปี ขยายตัวถึง3.13% มากกว่าประเทศที่ไทยไม่มีFTA ถึง4เท่า พร้อมเตรียมปิดดีล กับ ศรีลังกา ปากีสถาน ตุรกีภายในปี 2563 หวังขยายโอกาสการค้าการลงทุนไทยในเวทีโลก

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า จากการติดตามมูลค่าการค้าของไทยกับ 18 ประเทศที่ไทยมีความตกลงการค้าเสรี (เอฟทีเอ) ได้แก่ อาเซียน จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ เปรู ชิลี และฮ่องกง พบว่า ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา (ปี 2557–2561) การส่งออกของไทยไปประเทศคู่เอฟทีเอ เติบโตเฉลี่ย 3.31 % สูงกว่าการส่งออกไปประเทศที่ไม่มีเอฟทีเอด้วย ซึ่งเติบโตเฉลี่ยเพียง 0.75 %

5 ปี ไทยส่งออกภายใต้FTA ขยายตัว3.31%

สำหรับมูลค่าการค้าระหว่างไทยกับ 18 ประเทศคู่เอฟทีเอ ในช่วง 10 เดือนแรก (ม.ค.-ต.ค.) ปี 2562 เป็น 253,898 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 62.4 % ของมูลค่าการค้าไทยกับโลก เป็นการส่งออก 128,271 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และนำเข้า 125,626 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คู่เอฟทีเอที่ไทยค้าด้วยสูงสุด 5 อันดับแรก คือ อาเซียน 90,737 ล้านดอลลาร์สหรัฐ รองลงมาคือ จีน 65,155 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ญี่ปุ่น 48,733 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ออสเตรเลีย 12,225 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และ เกาหลีใต้ 11,297 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยไทยได้ดุลการค้ากับประเทศส่วนใหญ่ เช่น อาเซียน อินเดีย ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ เปรู ชิลิ และฮ่องกง สินค้าส่งออกสำคัญของไทย เช่น รถยนต์และส่วนประกอบ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เม็ดพลาสติก อัญมณีและเครื่องประดับ ขณะที่สินค้านำเข้าสำคัญของไทย เช่น เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ เคมีภัณฑ์ เหล็ก และผลิตภัณฑ์

ทั้งนี้ในช่วง 9 เดือน (ม.ค.-ก.ย) ของปี 2562 ไทยส่งออกโดยใช้สิทธิเอฟทีเอ 50,312 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็น 78.25%  ของการส่งออกสินค้าที่ได้รับสิทธิ และนำเข้าโดยใช้สิทธิเอฟทีเอ 27,594 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็น 52.25%  ของการนำเข้าสินค้าที่ได้รับสิทธิ กรอบเอฟทีเอที่ผู้ประกอบการไทยใช้สิทธิประโยชน์สูงสุด 3 อันดับแรก คือ อาเซียน จีน และออสเตรเลีย และสินค้าที่ใช้สิทธิเอฟทีเอสูงสุด 3 อันดับแรก คือ ยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ พลาสติก เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

“เอฟทีเอเป็นปัจจัยสำคัญประการหนึ่งที่จะช่วยเพิ่มมูลค่าการส่งออกและการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยในปัจจุบัน ท่ามกลางแนวโน้มการกีดกันการค้าและความไม่แน่นอนของการค้าโลก กรมฯ ได้ตอบสนองนโยบาย นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ให้เร่งสรุปเอฟทีเอที่อยู่ระหว่างการเจรจา เช่น ไทย-ตุรกี ไทย-ปากีสถาน ไทย-ศรีลังกา ให้เสร็จภายในปี 2563 และเตรียมความพร้อมสำหรับการเปิดการเจรจาเอฟทีเอกรอบใหม่ๆ เพื่อแสวงโอกาส และ ลดอุปสรรคทางการค้าให้กับสินค้าและบริการของไทย ซึ่งจะช่วยให้มูลค่าการค้าและการส่งออกของไทยขยายตัว มีแต้มต่อในการแข่งขัน ที่สำคัญอยากให้ผู้ประกอบการเห็นความสำคัญและใช้ประโยชน์จากความตกลงเอฟทีเอที่มีอยู่ เพิ่มโอกาสการส่งออก และอาจนำเข้าวัตถุดิบราคาถูก หรือเทคโนโลยีสมัยใหม่เพื่อนำมาต่อยอดและเพิ่มศักยภาพการแข่งขันให้กับสินค้าและบริการของไทย” นางอรมนกล่าว

 

 

logo-pwa

เพิ่ม Thansettakij

ลงในหน้าจอหลักของคุณ

ติดตั้ง
ปิด