thansettakij
thansettakij
‘ไดกิ้น’ปรับแผน  หนีสงครามแอร์จีน  ถล่มราคาโหด30%

‘ไดกิ้น’ปรับแผน หนีสงครามแอร์จีน ถล่มราคาโหด30%

19 ธ.ค. 62 | 02:47 น.
อัปเดตล่าสุด :19 ธ.ค. 62 | 09:47 น.

ไดกิ้น เชื่อมั่นศักยภาพพร้อมเดินหน้าลงทุนไทยต่อเนื่อง เตรียมแผนขยายไลน์การผลิตและศึกษาเปิดโรงงานเพิ่ม พร้อมปรับโครงสร้างทีมบริหารเบนเข็มเจาะเครื่องปรับอากาศเชิงพาณิชย์ในประเทศ หลังวิกฤติค่าบาทแข็งและสินค้าจีนทะลักไทย

นายอาคิฮิสะ โยโกยามา ผู้จัดการใหญ่ บริษัท สยามไดกิ้นเซลส์ จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจด้านระบบปรับอากาศเพื่อที่อยู่อาศัยและการพาณิชย์ภายใต้แบรนด์ “ไดกิ้น” เปิดเผยว่า บริษัทเป็นฐานการผลิตและส่งออกสำคัญของโลก ขณะที่ไทยเป็นอีกหนึ่งประเทศสำคัญที่ศักยภาพทางการเติบโตอีกมาก ทำให้บริษัทมีแผนเดินหน้าลงทุนในไทยอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดได้เตรียมลงทุนเพิ่มในส่วนของไลน์การผลิต พร้อมกับขยายการลงทุนในส่วนของโรงงานเพิ่มเติมในอนาคตเพื่อรองรับการเติบโตของบริษัท ควบคู่กับการปรับโครงสร้างทีมบริหาร เพื่อเจาะตลาดเครื่องปรับอากาศเชิงพาณิชย์มากขึ้น

 

“แน่นอนว่าเรามีแผนขยายไลน์การผลิตในไทยอย่างต่อเนื่อง แต่ในส่วนของการเพิ่มหรือขยายส่วนของโรงงานที่ถือเป็นการลงทุนครั้งใหญ่นั้น เบื้องต้นยังอยู่ระหว่างการพิจารณาใน 2 ประเทศหลัก ได้แก่ ไทยและเวียดนาม ถึงศักยภาพโอกาสทางการตลาดและขีดความสามารถต่างๆ ซึ่งยังไม่สามารถหาข้อสรุปได้ในวันนี้ โดยมองว่าตลาดเครื่องปรับอากกกาศไทยและอินเดีย คือตลาดสำคัญ (Key Player) ของบริษัท”

 

ด้านนายสมพร จันกรีนภาวงศ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ กล่าวว่า ในปีหน้าบริษัทจะให้ความสำคัญกับการทำตลาดไปยังกลุ่มลูกค้าโครงการมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ทั้งจากภาครัฐและภาคเอกชน ที่ยังคงเดินหน้าการลงทุนอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์โรงแรม โรงพยาบาล โดยเฉพาะในช่วงที่ผ่านมาที่ภาครัฐออกมาตรการกระตุ้นอสังหาฯ ทำให้ยอดขายโครงการในกลุ่มนี้ขยายตัว 10% ซึ่งผลักดันให้กลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องมีการเติบโตตามไปด้วย จึงเป็นโอกาสสำคัญในการขยายตลาดในประเทศไทย

‘ไดกิ้น’ปรับแผน  หนีสงครามแอร์จีน  ถล่มราคาโหด30%


 

 

“โรงงานไดกิ้นประเทศไทยถือเป็นอีกหนึ่งฐานสำคัญของทางกลุ่มในการส่งออกไปทั่วโลก โดยมีอาเซียนเป็นตลาดสำคัญ ซึ่งจากปัญหาค่าเงินบาทที่แข็งตัวในช่วงที่ผ่านมาส่งผลกระทบในส่วนของการส่งออกบ้างเล็กน้อย ทำให้ต้องมีการปรับกลยุทธ์ด้วยการบาลานซ์การนำเข้าและส่งออกสินค้าในบางกลุ่ม ขณะเดียวกันยังหันมาโฟกัสการทำตลาดในประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น เพื่อเป็นการสร้างการเติบโตในอีกช่องทางหนึ่ง”

 

ขณะที่ช่องทางหลักในการโฟกัสตลาดลูกค้าโครงการในไทยจะให้ความสำคัญกับการขยายเข้าไปยังหัวเมืองใหญ่ที่มีกำลังซื้อและการลงทุนจากโครงการต่างๆ อย่างต่อเนื่องไม่ว่าจะเป็นภาครัฐและเอกชน อย่างโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) ในพื้นที่ 3 จังหวัดภาคตะวันออกได้แก่ จังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง ที่มีทั้งการลงทุนอุตสาหกรรมและการท่องเที่ยว จังหวัดนครราชสีมา ที่มีการลงอุตสาหกรรม และการขยายตลาดไปในพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญ อาทิ จังหวัดภูเก็ต เชียงใหม่ โดยสินค้าในกลุ่มลูกค้าโครงการ จะประกอบไปด้วย เครื่องปรับอากาศไดกิ้น VRV-MAX ที่ประหยัดพลังงาน ประหยัดพื้นที่ คุ้มค่ากับการลงทุน ออกมารองรับลูกค้าในกลุ่มโรงานอุตสาหกรรม ห้างสรรพสินค้า โรงแรม

‘ไดกิ้น’ปรับแผน  หนีสงครามแอร์จีน  ถล่มราคาโหด30%

“ต้องยอมรับว่าปัจจุบันตลาดเครื่องปรับอากาศมีการแข่งขันรุนแรงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการที่แบรนด์เครื่องปรับอากาศจากจีนเข้ามาเล่นเรื่องสงครามราคาจำนวนมากขึ้นตลอดช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา และมีราคาถูกกว่าถึง 30% ทำให้บริษัทเริ่มมีการปรับแผนงานด้วยการเบนเข็มไปยังตลาดระดับบน ที่เน้นคุณภาพและการจำหน่ายเข้าลูกค้าโปรเจ็คเป็นหลัก”

 

อย่างไรก็ตามสำหรับภาพรวมตลาดเครื่องปรับอากาศเมืองไทยในปีหน้าประเมินว่า เครื่องปรับอากาศแบบอินเวอร์เตอร์ยังคงเป็นสินค้าเรือธงที่มาแรง โดยมีแนวโน้มการเติบโตมากกว่า 10% และมีสัดส่วนอยู่ที่ 70% ขณะที่กลุ่มนอนอินเวอร์เตอร์มีการเติบโตที่ 5% และมีสัดส่วนเพียง 30%

 

สำหรับผลประกอบการของบริษัทในปีนี้ (เม.ย.62-มี.ค.63) คาดว่าจะทำยอดขายเพิ่มขึ้นจากปีก่อน กว่า 15% คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 1.42 หมื่นล้านบาท ส่งผลให้ไดกิ้นเป็นผู้นำตลาดด้วยส่วนแบ่งตลาด 28% ของตลาดรวมมูลค่า 6 หมื่นล้านบาท ขณะที่ในปีหน้าตั้งเป้าจะมียอดขาย 1.6 หมื่นล้านบาท และมีส่วนแบ่งตลาด 30%

 

หน้า 30 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 39 ฉบับที่ 3,532 วันที่ 19-21 ธันวาคม 2562

‘ไดกิ้น’ปรับแผน  หนีสงครามแอร์จีน  ถล่มราคาโหด30%