
มาแล้ว! ม็อบเกษตรกรชุดดำค้านแบน 3 สาร
กระหึ่มทั่วกรุง เกษตรกรผนึก 3 สมาคม “นวัตกรรมเพื่อการเกษตรไทย-คนไทยธุรกิจเกษตร-อารักขาพืชไทย” เข้ายื่นหนังสือต่อนายกรัฐมนตรี จากนั้นไปอ่านแถลงการณ์หน้ารัฐมนตรีเกษตรฯ ก่อนปิดท้ายที่ก.อุตสาหกรรม บีบ สุริยะ พลิกมติใหม่วันที่ 27 พ.ย.นี้
26 พฤศจิกายน 2562 รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล กลุ่มเกษตรกรจำนวนมาก ได้เดินทางไปยื่นหนังสือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ซึ่งมี นายสมภาส นิลพันธ์ ที่ปรึกษาสำนักงานปลัด สำนักนายกรัฐมนตรี เป็นผู้รับเรื่อง สืบเนื่องจากกรณีที่คณะกรรมการวัตถุอันตราย มีมติเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2562 ให้ยกเลิกการใช้พาราควอต คลอร์ไพริฟอส และไกลโฟเซต ในภาคเกษตร
โดยให้มีผลบังคับใช้วันที่ 1 ธันวาคม 2562 เป็นต้นไปนั้น สมาคมคนไทยธุรกิจเกษตร สมาคมอารักพืชไทย และสมาคมการค้านวัตกรรมเพื่อการเกษตรไทย ซึ่งมีสมาชิกเป็นเกษตรกร นักวิชาการ และผู้ประกอบการทั่วประเทศ ขอคัดค้านการยกเลิกการใช้สารทั้ง 3 ชนิด ด้วยเหตุผลสำคัญดังต่อไปนี้
1.การลงมติของคณะกรรมการวัตถุอันตราย เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2562 มิได้มีการพิจารณาข้อมูลหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ใหม่ และมิได้มีการพิจาณาถึงผลกระทบต่อเกษตรกรและเศรษฐกิจของประเทศแต่อย่างใด
2.ผลการรับฟังความเห็นจากประชาชนต่อร่างประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่องบัญชีรายชื่อวัตถุอันตรายประเภทที่ 4 สิ้นสุดการรับฟังเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2562 มีผู้ไม่เห็นด้วยต่อการยกเลิกการใช้สารทั้ง 3 ชนิดถึงมากกว่า 70%
3.จนถึงขณะนี้ คณะกรรมการวัตถุอันตราย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงสาธารณสุข และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง ยังมิได้มีมาตรการรองรับผลกระทบจากการยกเลิก ต่อเกษตรกร อุตสาหกรรมเกษตรและอาหาร และตลอดจนผู้บริโภค ที่จะได้รับผลกระทบอย่างหนัก แต่อย่างใด
4.การยกเลิกการใช้สารทั้ง 3 ชนิดอย่างเร่งรีบและไม่มีมาตรการรองรับ ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ปี พ.ศ. 2560 มาตรา 73 เนื่องจากการยกเลิกส่งผลกระทบทำให้เกษตรกรจำนวนมากกว่า 2 ล้านครัวเรือน ไม่สามารถแข่งขันในตลาดได้ จากการที่ผลผลิตในประเทศลดลง 20 – 30 % ในขณะที่ต้นทุนเกษตรกรเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่า
5.การยกเลิกการใช้สารทั้ง 3 ชนิดอย่างเร่งรีบและไม่มีมาตรการรองรับ ยังส่งผลกระทบต่อเนื่องถึงอุตสาหกรรมอาหารและอาหารสัตว์ ที่นอกจากจะประสบภาวะขาดแคลนวัตถุดิบจากการที่ผลผลิตในประเทศลดลงแล้ว ยังไม่สามารถนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศ เนื่องจากเงื่อนไขในประกาศกระทรวงสาธารณสุข เลขที่ 387 พ.ศ. 2560
อันจะนำไปสู่วิกฤตการขาดแคลนอาหารทั้งในประเทศและเพื่อการส่งออก สร้างความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ คิดเป็นมูลค่ามากกว่า 1.7 ล้านล้านบาท และการจ้างงานในอุตสาหกรรมเกษตรและอาหารจำนวนกว่า 12 ล้านคน
เพื่อเป็นการป้องกันและแก้ไขผลกระทบดังกล่าวข้างต้น สมาคมคนไทยธุรกิจเกษตร สมาคมอารักพืชไทย และสมาคมการค้านวัตกรรมเพื่อการเกษตรไทย จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการดังต่อไปนี้
1.ยุติการยกเลิกสารทั้ง 3 ชนิด จนกว่าจะมีผลการศึกษาทบทวนข้อมูลหลักฐานทางวิทยาศาสตร์และผลกระทบทางเศรษฐกิจ อย่างถี่ถ้วน รอบด้าน และเปิดเผยให้ประชาชนรับทราบผลการศึกษาอย่างชัดเจน
2.ให้บังคับใช้มาตรการจำกัดการใช้ ตามประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในระหว่างการศึกษาทบทวน เพื่อส่งเสริมการใช้สารเคมีเกษตรอย่างถูกต้องและปลอดภัย ภายใต้แนวทางของเกษตรปลอดภัย (GAP)
ดังนั้นตัวแทนเกษตรกรและ 3 สมาคมฯ จึงได้มายื่นหนังสือต่อนายกรัฐมนตรี เพื่อให้มีการพิจารณาทบทวนมติดังกล่าวโดยรอบคอบและหาทางออกที่ดีที่สุด ที่จะไม่ส่งผลกระทบต่อเกษตรกร ภาคเกษตรอุตสาหกรรม และเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ หากจะมีการยกเลิกสามสารดังกล่าว ต้องมีคำตอบเรื่องสารทดแทนที่ดีกว่าหรือเทียบเท่า ทั้งในด้านความปลอดภัย ประสิทธิภาพ รวมถึงความคุ้มค่าในเรื่องต้นทุนเกษตรกร รวมถึงแนวทางและมาตราการรองรับต่อผลกระทบต่อภาคส่วนอื่นในทุกมิติในรอบด้าน ก่อนมีการดำเนินการใดๆ
ทั้งนี้การจัดการศัตรูพืชโดยการใช้สารยังคงมีความจำเป็นสำหรับเกษตรกร การยับยั้งภาคการผลิตและส่งออกพืชเศรษฐกิจที่มีความจำเป็นต้องใช้สารดังกล่าว จะสร้างให้เกิดความเสียหายโดยไม่จำเป็น ผลกระทบที่เกิดขึ้นอาจทำให้ประเทศไทยเสียเปรียบทางการแข่งขันต่อประเทศคู่แข่งรายอื่น ๆ ที่สามารถพัฒนาขีดความสามารถและศักยภาพในการแข่งขันด้านการผลิตและการตลาด
อย่างไรก็ดี ในช่วงเวลา 09.00-10.00 น. รวมตัวฝั่ง กพร. ตรงข้ามประตู 4 ทำเนียบรัฐบาล แถลงยืนยันจุดยืน และ ยื่นหนังสือข้อเรียกร้อง ต่อท่านนายกรัฐมนตรี จุดหมายที่ 2 เวลา 10.00-12.00 น.เดินเท้าจากฝั่ง กพร. ไปยังหน้ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อ่านแถลงการณ์ และ ยื่นหนังสือข้อเรียกร้อง ต่อ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และเวลา 12.00 -13.00 น.ปักหลักพักทานข้าว ทานน้ำ พักผ่อน และจุดที่ 3 เวลา 13.30-15.00 น. เดินทางไปยัง กระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อยื่นหนังสือ ข้อเรียกร้องความเดือดร้อน ต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะประธานคณะกรรมการวัตถุอันตราย เพื่อขอให้ในวันพรุ่งนี้ (27 พ.ย.62) พลิกมติการแบนเป็นการชะลอออกไปก่อน











