
สงกรานต์ถนนข้าวสารไม่ปัง เตือนกักตุนสินค้ารอขาย ทำขาดทุน ต้นทุนพุ่ง 20% กำลังซื้อหด
สงกรานต์ถนนข้าวสาร ไม่ปังเหมือนปีก่อน สมาคมผู้ประกอบธุรกิจถนนข้าวสาร เตือนระวังกักตุนสินค้าขายช่วงสงกรานต์ 2569 อาจทำขาดทุน เหตุจากต้นทุนร้านอาหารพุ่ง 20% กำลังซื้อคนไทยหด ขณะที่ยอดการจองโรงแรมย่านถนนข้าวสาร คาดว่าจะอยู่ที่ 80-90% ลดลงจากสงกรานต์ปีก่อนที่เต็ม 100% เดินหน้าจัดงานสงกรานต์ถนนข้าวสาร คาดผู้เข้าร่วมงาน 8 หมื่นคน
นายสง่า เรืองวัฒนกุล นายกสมาคมผู้ประกอบธุรกิจถนนข้าวสาร กล่าวว่า สถานการณ์การท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 ย่านถนนข้าวสารในปีนี้ ไม่คึกคักเท่ากับปีที่ผ่านมา โดยพบว่านักท่องเที่ยว จากตลาดระยะไกล อย่างยุโรป มียอด การจองน้อยลงกว่าปีที่แล้ว เนื่องจากฮับบินในตะวันออกกลาง อย่างดูไบ และคูเวตมีปัญหา ทำให้ไม่สามารถเดินทางมาไทย
หรือแม้จะมีเที่ยวบินตรงจากยุโรปเข้าไทย แต่ก็มีค่าใช้จ่ายสูงเป็นเท่าตัว ซึ่งเป็นข้อจำกัดในการเดินทาง แต่ก็ยังพอได้ตลาดนักท่องเที่ยว จากเอเชีย โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีนเข้ามาทดแทน
ส่งผลให้ภาพรวมของการจองห้องพักในกรุงเทพฯ ถ้าเป็นพื้นที่ที่ไม่มีกิจกรรมสงกรานต์จะอยู่ที่ 70% ส่วนโรงแรมที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีการเล่นน้ำสงกรานต์ เช่น ถนนสีลม ถนนสุรวงศ์ รวมถึงถนนข้าวสาร คาดว่าอัตราการเข้าพักจะอยู่ที่ประมาณ 80-90% ถือว่าลดลงหากเทียบกับสงกรานต์ปีที่ผ่านมา เพราะโดยปกติอัตราการเข้าพักในช่วงสงกรานต์บนถนนข้าวสารจะอยู่ที่ 98-100%
สำหรับการเดินทางเข้ามาเที่ยวสงกรานต์ถนนข้าวสารในปีนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 80,000 คนต่อวัน ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ซึ่งอยู่ที่กว่า 100,000 คนต่อวัน สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากพื้นที่สนามหลวงซึ่งเคยเป็นจุดจัดงานเทศกาลสงกรานต์หลักในปีที่แล้ว ไม่สามารถจัดงานได้ กิจกรรมได้ย้ายไปจัดที่สวนเบญจกิติแทน
ทำให้กลุ่มนักท่องเที่ยวที่เดิมมางานสงกรานต์ที่สนามหลวง และเดินทางมาเที่ยวสงกรานต์ย่านถนนข้าวสารต่อเนื่องกัน ก็อาจหายไปบางส่วน
โดยในเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ ถนนข้าวสารจะเริ่มกิจกรรมตั้งแต่วันที่ 12 เมษายน โดยเน้นไปที่กิจกรรมทางประเพณี เช่น การทำบุญตักบาตรและการแสดงศิลปวัฒนธรรมไทย ส่วนการเล่นน้ำปกติจะอยู่ในช่วงวันที่ 13-15 เมษายนนี้ โดยจะเน้นยกระดับความปลอดภัยอย่างเข้มงวด
ประเด็นที่น่ากังวลที่สุด คือ กำลังซื้อของนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะคนไทยที่หดตัวลงอย่างเห็นได้ชัดประกอบกับต้นทุนการดำเนินงานที่สูงขึ้น แม้ในส่วนของโรงแรมจะยังไม่ได้รับผลกระทบ ด้านต้นทุนหนักเท่าธุรกิจร้านอาหารแต่ก็ต้องบริหารจัดการอย่างรอบคอบ
สำหรับธุรกิจร้านอาหาร ถือว่าได้รับผลกระทบมาก จากค่าน้ำมัน ค่าขนส่ง และราคาวัตถุดิบ เช่น กุ้งและปลาซึ่งส่งผลให้ต้นทุนปรับตัวสูงขึ้นถึง 15-20% ในขณะที่ราคาขายไม่สามารถปรับขึ้นตามได้มากนัก จึงมีการส่งสัญญาณ เตือนไปยังผู้ประกอบการให้ระมัดระวังเรื่องการกักตุนสินค้า (Stock) เพื่อขายในช่วงสงกรานต์ เพราะความเสี่ยงที่จะขาดทุนมีสูง จากราคาสินค้าที่แพง และกำลังซื้อที่ลดลง นายสง่า กล่าวทิ้งท้าย







