thansettakij
thansettakij
ดึงนํ้าทิ้ง 7.6 พันรง.  ช่วยเกษตรกร  รับมือวิกฤติภัยแล้ง

ดึงนํ้าทิ้ง 7.6 พันรง. ช่วยเกษตรกร รับมือวิกฤติภัยแล้ง

22 พ.ย. 62 | 11:00 น.

"สุริยะ” สั่งกรอ. เร่งสำรวจปริมาณนํ้าทิ้งโรงงาน 12 ประเภท กว่า 7.6 พันแห่ง เตรียมพร้อมรับมือภัยแล้ง ช่วยเหลือเกษตรกรฝ่าวิกฤติ ชี้นํ้าทิ้งต้องเป็นนํ้าที่ผ่านการบำบัดตามมาตรฐานกำหนด คุมเข้มข้นไม่ให้โรงงานฉวยโอกาสแอบนำนํ้าเสียไปทิ้ง

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้กรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) สำรวจปริมาณนํ้าทิ้งของโรงงาน 12 ประเภท จำนวนทั้งสิ้น 7,621 โรงงาน ที่สามารถนำนํ้าทิ้งไปใช้ประโยชน์ในภาคเกษตรกรรม เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบปัญหาภัยแล้งรุนแรง โดยคุณลักษณะของนํ้าทิ้งต้องเป็นนํ้าที่ผ่านการบำบัดตามมาตรฐานของกระทรวงอุตสาหกรรม และมีคุณภาพสามารถใช้ในการเกษตรได้ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับเกษตรกร สามารถผ่านวิกฤติภัยแล้งไปได้ในกรณีที่เกิดภัยแล้งขั้นรุนแรง

สำหรับโรงงาน 12 ประเภท ประกอบด้วย โรงงานจำพวก 3 ประกอบกิจการเกี่ยวกับสัตว์ ที่ไม่ใช่สัตว์นํ้า, กิจการเกี่ยวกับนม, กิจการเกี่ยวกับสัตว์นํ้า, กิจการเกี่ยวกับนํ้ามันจากพืชหรือสัตว์หรือไขมันจากสัตว์, กิจการเกี่ยวกับผัก พืชหรือผลไม้, กิจการเกี่ยวกับเมล็ดพืชหรือหัวพืช, กิจการเกี่ยวกับอาหารจากแป้ง, กิจการเกี่ยวกับนํ้าตาล, กิจการเกี่ยวกับชา กาแฟ โกโก้ ช็อกโกแลต หรือขนมหวาน, กิจการเกี่ยวกับเครื่องปรุงหรือเครื่องประกอบอาหาร, กิจการเกี่ยวกับอาหารสัตว์ และกิจการปรับคุณภาพของเสียรวม เฉพาะการบำบัดนํ้าเสีย ของโรงงานทั้งหมดดังกล่าว

“ที่ผ่านมามีหลายฝ่ายเริ่มแสดงความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ภัยแล้งอาจจะถึงขั้นรุนแรง ในส่วนของกระทรวงอุตสาหกรรมไม่ได้นิ่งนอนใจ จึงได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเฝ้าระวัง และติดตามสถานการณ์ภัยแล้งอย่างใกล้ชิด โดยให้ความสำคัญการช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกร และการวางแผนรับมือภัยแล้งในภาคอุตสาหกรรมไปพร้อมๆ กัน”

นายสุริยะ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้การช่วยเหลือดังกล่าว กระทรวงอุตสาหกรรมได้เคยใช้มาตรการนี้มาเมื่อปี 2559 ได้ออกประกาศเรื่องหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขการพิจารณาอนุญาตโรงงานอุตสาหกรรมนำนํ้าทิ้งของโรงงานไปใช้ประโยชน์ในพื้นที่เกษตรกรรมในช่วงภัยแล้ง เป็นการเฉพาะกิจที่อนุญาตให้โรงงานจำพวกที่ 3 ที่ประกอบกิจการเกี่ยวเกษตรและผลิตภัณฑ์อาหาร ที่มีเงื่อนไขห้ามระบายนํ้าออกนอกโรงงาน ให้สามารถนำนํ้าทิ้งจากโรงงานที่เป็นไปตามมาตรฐานส่งต่อให้เกษตรกรเพื่อสู้ภัยแล้งได้

 

ดึงนํ้าทิ้ง 7.6 พันรง.  ช่วยเกษตรกร  รับมือวิกฤติภัยแล้ง

 

ทั้งนี้ ปี 2559 โรงงานอุตสาหกรรม สามารถนำนํ้าทิ้งจำนวน 772,560 ลูกบาศก์เมตร (รายละไม่เกิน 10 ลูกบาศก์เมตรต่อไร่ต่อวัน) ช่วยเหลือเกษตรกรที่แจ้งความประสงค์ขอใช้นํ้าทิ้ง จำนวน 4,419 ไร่ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรชาวไร่อ้อย ข้าวโพด ปาล์ม มันสำปะหลัง ถั่วเขียว เป็นต้น และที่สำคัญโรงงานอุตสาหกรรมยังมีศักยภาพในการนำ
นํ้าทิ้งช่วยเหลือเกษตรกรได้เพิ่มอีก หากเกษตรกรแจ้งความจำนงในการขอใช้นํ้าทิ้ง

 

อย่างไรก็ตาม เพื่อให้ทุกฝ่ายได้สบายใจเกี่ยวกับการนำนํ้าทิ้งออกนอกโรงงาน ในส่วนของโรงงานจำพวกที่ 3 นั้น โรงงานที่จะนำนํ้าทิ้งไปสู่ภาคการเกษตรต้องเป็นนํ้าที่ผ่านการบำบัดตามมาตรฐานของกระทรวงอุตสาหกรรม โดยโรงงานต้องมีสัญญาหรือหนังสือยินยอมระหว่างผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการกับเกษตรกรผู้นำนํ้าทิ้งไปใช้ในพื้นที่เกษตรกรรม จะต้องมีแผนที่และหนังสือแสดงสิทธิการใช้ที่ดินของเกษตรกรผู้รับนํ้าทิ้งไปใช้ในพื้นที่ มีเอกสารที่แสดงว่าพื้นที่เกษตรกรรมที่จะนำนํ้าทิ้งไปใช้มีคันดินหรือการป้องกันโดยรอบเพื่อป้องกันไม่ให้นํ้ารั่วไหลออกนอกพื้นที่ และต้องมีหนังสือรับรองจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ที่จะนำนํ้าทิ้งโรงงานไปใช้ประโยชน์ที่ได้รับความเห็นชอบจากเกษตรกร เป็นต้น พร้อมกันนี้ยังให้อุตสาหกรรมจังหวัดจะเป็นผู้พิจารณาและตรวจสอบด้วยว่านํ้าทิ้งที่จะไปสู่ภาคเกษตรนั้นเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเหมาะสมหรือไม่

 

 

ขณะนี้ได้มอบหมายให้กรมโรงงานอุตสาหกรรม ทำหนังสือขอความร่วมมือไปยังโรงงานอุตสาหกรรมทั่วประเทศให้ช่วยกันประหยัดการใช้นํ้าในภาคอุตสาหกรรม และลดปริมาณนํ้าทิ้งจากโรงงานเพื่อป้องกันปัญหาการขาดแคลนนํ้าในช่วงฤดูแล้ง พร้อมทั้งยังกำชับให้ผู้ประกอบการนำนโยบาย 3 อาร์ (3R) ในการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้นํ้าในระดับสูงสุด ได้แก่ รีดิวซ์ (Reduce) การลดใช้หรือใช้นํ้าน้อยเท่าที่จำเป็น รียูส (Reuse) การใช้นํ้าซ้ำ และการรีไซเคิล (Recycle) หรือการนำกลับมาใช้ใหม่ นอกจากจะช่วยประหยัดนํ้าแล้ว ยังเป็นการส่งเสริมการสร้างจิตสำนึกให้กับภาคอุตสาหกรรมในการช่วยกันใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่าควบคู่กับการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมตามนโยบายของรัฐบาลด้วย

 

หน้า 13 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 39 ฉบับที่ 3,524 วันที่ 21-23 พฤศจิกายน 2562

ดึงนํ้าทิ้ง 7.6 พันรง.  ช่วยเกษตรกร  รับมือวิกฤติภัยแล้ง