
มิตซูบิชิ ปั้นโมเดล e-F@ctory เสริมแกร่งผู้ประกอบการ
มิตซูบิชิ อิเล็คทริค ปั้นโมเดล e-F@ctory รับโครงการ EEC ชี้เชื่อมั่นศักยภาพเมืองไทย หลังหลายองค์กรโยกฐานผลิตมาไทยจากสงครามการค้าสหรัฐฯ-จีน เผยพร้อมซินเนอร์ยี กลุ่มธุรกิจในเครือก้าวสู่ผู้นำโลก และใช้ไทยเป็นศูนย์กลางผลิตในอาเซียน
ประเทศญี่ปุ่นซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นประเทศที่โดดเด่นในเรื่องของเทคโนโลยี ดังนั้นองค์กร ต่างๆ ในประเทศญี่ปุ่นจึงมุ่งให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อย่างมาก ซึ่ง 1 ในนั้นคือ “มิตซูบิชิ อิเล็คทริค” ผู้จัดจำหน่ายและผลิตข้อมูลการสื่อสารอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านและไฟฟ้า ตลอดจนเทคโนโลยีที่ใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ ที่พยายามผลักดันองค์กรให้เป็นบริษัทที่ขึ้นชื่อว่าเป็นบริษัทสีเขียวชั้นนำ ภายใต้พันธกิจ Change for the Better
“บริษัทได้วางแผนสร้างโมเดล e-F@ctory ซึ่งเป็น 1 ในโครงการ Mitsubishi Electric Factory Automation (Thailand) ในโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC เพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการไทย ญี่ปุ่นและอาเซียนที่ต้องการลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและเข้าใจความเป็นเจ้าของกิจการ ซึ่งหากคิดเป็นโอกาสทางธุรกิจมีมูลค่ากว่าหลักหมื่น-แสนล้านบาท ขณะที่ภาพรวมตลาดโรงงานอุตสาหกรรมในประเทศไทยปัจจุบันมีมูลค่าราว 6,000 ล้านบาทและมีส่วนแบ่งเป็นโรงงานจากประเทศญี่ปุ่นราว 30%”
ด้านนายซาโตชิ มัตซึชิตะ เจ้าหน้าที่บริหาร และประธานกลุ่มงานวางแผนกลยุทธ์และการตลาดทั่วโลก บริษัท มิตซูบิชิ อิเล็คทริค คอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า จุดแข็งของบริษัทคือการมีธุรกิจที่หลากหลายและระบบเทคโนโลยีด้านต่างๆที่ครบถ้วน บริษัทจึงเห็นความสำคัญของสิ่งที่มีอยู่ โดยวางแผนทำงานรวมระบบเทคโนโลยีของหน่วยแต่ละหน่วยธุรกิจ (Business Unit) ทำงานร่วมกัน คือ แอร์ คอนดิชัน, โรงงานอุตสาหกรรม, พลังงาน, อาคาร, ยานยนต์, ดาวเทียม และเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน เพื่อให้เกิดเป็นสินค้าและบริการใหม่ๆ ในการแก้ปัญหาให้ลูกค้าที่เกิดขึ้นในปัจจุบันและอนาคต พร้อมทั้งล่าสุดบริษัทได้มีการโชว์นวัตกรรมดังกล่าวภายในงาน CEATEC หรืองานแสดงเทคโนโลยีขั้นสูง ณ เมืองโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น
“การเข้าร่วมงาน CEATEC 2019 ครั้งนี้ ซึ่งเป็นงานแสดงเทคโนโลยีขั้นสูงที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น พร้อมนำเสนอวิสัยทัศน์การดำเนินชีวิตของสังคมญี่ปุ่นในยุค 5.0 ผ่านการใช้เทคโนโลยีต่างๆ โดยภายในบูธของมิตซูบิชิ อิเล็คทริค คอร์ปอเรชั่น ได้จัดแสดง 4 หมวดได้แก่ Life-ชีวิต แอพพลิเคชันด้านภาษา Swipetalk, Industry-อุตสาหกรรม การใช้เทคโนโลยี AR เข้ามาช่วยพัฒนาอุตสาหกรรมภายใต้แนวคิด e-F@ctory, Infrastructure-โครงสร้าง พื้นฐาน และ Mobillity- การคมนาคม เทคโนโลยียานยนต์ตรวจจับสิ่งกีดขวาง เป็นต้น เพื่อแก้ไขและรับมือกับปัญหาสังคมผ่านนิทรรศการ โดยใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI)”
ปัจจุบันงบการเงินของบริษัท มิตซูบิชิ อิเล็คทริค คอร์ปอเรชั่นฯ ปี 2561 มีรายได้รวมจากทั่วโลกกว่า 4.07 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยรายได้ทั้งหมดมาจากผลิตภัณฑ์และโซลูชันของมิตซูบิชิ อิเล็คทริค ประกอบด้วย ระบบปรับอากาศ , ระบบโรงงานอุตสาหกรรม, เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน, ระบบโรงงานอัตโนมัติ, ชิ้นส่วนยานยนต์, ระบบอาคาร อื่นๆ ขณะเดียวกันในปัจจุบันบริษัทมีรายได้จาก 4 กลุ่มภูมิภาค คือ อเมริกา ยุโรป เอเชีย และจีน ซึ่งรายได้ทั้ง 4 กลุ่มล้วนแล้วแต่ใกล้เคียงกัน ซึ่งบริษัทในฐานะที่เป็นบริษัทในเอเชียจึงต้องการเพิ่มพอร์ตรายได้ในกลุ่มประเทศนี้ให้เพิ่มมากขึ้น และอาเซียนเป็นกลุ่มประเทศที่สำคัญ ซึ่งประเทศที่มีศักยภาพในการขยายฐานและเพิ่มรายได้ครั้งสำคัญคือประเทศไทย และสิงคโปร์ ซึ่งหากแผนการเพิ่มฐานในอาเซียนเป็นไปตามที่วางไว้ในอนาคตน่าจะทำให้มิตซูบิชิ อิเล็คทริคขึ้นเป็นผู้นำในตลาดโลกได้ไม่ยาก
หน้า 30 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ | ฉบับ 3515 ระหว่างวันที่ 20-23 ตุลาคม 2562






