
ลุ้นเปิดประมูล 2 ซองอู่ตะเภา 9 ต.ค.นี้
จับตา 9 ตุลาคมนี้ เปิดซอง2 ประมูลอู่ตะเภา 2.9 หมื่นล้านบาท ขณะที่แผนลงทุน MRO ระหว่างการบินไทย-แอร์บัส ยังไม่คืบเหตุยังถกกันเรื่องหนังสือเชิญชวนลงทุนยังไม่ได้ข้อยุติ ด้านไทยไลอ้อน แอร์ กางแผนขยายเน็ตเวิร์คใช้ท่าอากาศยานอู่ตะเภาฮับบินแห่งใหม่รับมหานครการบิน
โครงการพัฒนาท่าอากาศยานอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก บนพื้นที่ 6,500 ไร่ ซึ่งรัฐบาลและคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก อยู่ระหว่างผลักดัน 2 โครงการหลัก พบว่าขณะนี้การเปิดประมูลPPP โครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภา มูลค่าการลงทุน 2.9 หมื่นล้านบาท มีความคืบหน้าไปมาก ซึ่งต้องจับตาการพิจารณาเอกสารทางเทคนิค(ซอง2) ในวันที่ 9 ตุลาคมนี้
ขณะที่การคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุนโครงการศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยานอู่ตะเภา (MRO: Maintenance, Repair and Overhaul)) เฟส 1 พื้นที่กว่า 200 ไร่ สนามบินอู่ตะเภา กลับพบว่ายังไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด เนื่องจากการร่างหนังสือเชิญชวน RFI : Request For Information ให้บริษัทแอร์บัส เอส.เอ.เอส เข้ามาร่วมลงทุนกับการบินไทย ยังไม่ได้ข้อสรุป เนื่องจากติดขัดในการตีความในข้อกฏหมาย ทำให้วันนี้ยังไม่สามารถออกRFI เพื่อนำไปสู่สัญญาการร่วมลงทุนได้
แหล่งข่าวระดับสูงจากคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ”ว่าในวันที่ 9 ตุลาคมนี้ ทางคณะกรรมการคัดเลือกโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก จะมีการประชุมเพื่อพิจารณาเอกสารทางเทคนิค(ซอง2)ให้เสร็จสิ้นภายในวันดังกล่าว หลังจากได้เรียกเอกชนที่เข้ายื่นประมูล 3 กลุ่ม ได้แก่ 1.กลุ่มกิจการค้าร่วม บริษัท ธนโฮลดิ้ง จำกัด (CP) และพันธมิตร 2.กลุ่มกิจการร่วมค้าบีบีเอส และ3.กลุ่ม Grand Consortium
ทั้งนี้การพิจารณาซอง2 จะไม่ได้นำข้อเสนอด้านเทคนิคในกล่องที่6 ของกลุ่มธนโฮลดิ้งมาพิจารณา ซึ่งเกณฑ์การให้คะแนน เอกชนที่ผ่านคุณสมบัติซอง 2 จะต้องได้คะแนนข้อย่อยต่างๆด้านเทคนิคเกิน 75% และมีคะแนนรวมใน 8 หัวข้อรวม 80% โดยหากไม่ติดปัญหาอะไร หรือมีข้อพิจารณาใดๆเพิ่มเติม ก็คาดว่าในวันที่ 9 ตุลาคมนี้ก็จะมีการประกาศผู้ผ่านซอง 2 ได้
จากนั้นจะมีการเรียกเอกชนที่ผ่านซอง2 มาเปิดข้อเสนอราคา (ซอง3) ใครเสนอผลตอบแทนให้รัฐสูงสุดจะเป็นผู้ชนะการประมูล ซึ่งคาดว่าจะได้ตัวผู้ชนะประมูลภายในเดือนตุลาคม 2562 และกว่าจะเซ็นสัญญาก็คาดว่าน่าจะเป็นช่วงเดือนธันวาคมนี้
แหล่งข่าวกล่าวต่อว่า การพิจารณาการพิจารณาคัดเลือก จะเดินคู่ขนานกันไปซึ่งการที่กลุ่มธนโฮลดิ้งมายื่นเอกสารข้อเสนอกล่องที่ 6 (ข้อเสนอทางเทคนิคและแผนธุรกิจ) และกล่องที่ 9 (ข้อเสนอด้านราคา)ไม่ทันเวลา และทางคณะกรรมการคัดเลือกฯไม่ได้รับเอกสารที่เกินเวลาดังกล่าวมาพิจารณา ก็ทำให้ในท้ายที่สุดกลุ่มธนโฮลดิ้ง ก็จะเสียเปรียบอีก 2 บริษัท คือ กลุ่มกิจการร่วมค้าบีบีเอส ซึ่งมี บมจ.การบินกรุงเทพ บมจ.บีทีเอสกรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (BTS) และบมจ.ซิโน-ไทย และกลุ่ม Grand Consortium ซึ่งมี บมจ.พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค บมจ.คริสเตียนีและนีลเส็น, ไทยแอร์เอเชีย
ยกเว้นว่าในระหว่างการตัดสินผู้ชนะในโครงการนี้ ทางศาลปกครองสูงสุด มีมติว่าให้คณะกรรมการคัดเลือกฯนำซองที่ยื่นเกินเวลาของกลุ่มธนโฮลดิ้งมาพิจารณา ซึ่งทางกลุ่มธนโฮลดิ้ง ได้ร้องกับศาลปกครองสูงสุด เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2562 เพื่อขอให้มีการรับซองข้อเสนอในส่วนยื่นเกินเวลาไป 9 นาที โดยอิงการแถลงของตุลาการผู้แถลงคดีนี้ไว้ก่อนหน้านี้ว่า เห็นควรให้เพิกถอนคำสั่งเฉพาะที่ไม่ให้รับซองเทคนิค และข้อเสนอด้านราคา เพราะเห็นว่า กระบวนการการรับซอง เป็นกระบวนการที่กระทำต่อเนื่องตั้งแต่ผู้เสนอราคามาแจ้งลงทะเบียนในช่วงเที่ยง และมีการรับเอกสารมาอย่างต่อเนื่อง กระบวนการส่งซองเกินเวลาเป็นเพียงแค่ขั้นตอนทางธุรการ นอกจากนั้น การเพิกถอนคำสั่งดังกล่าว จะเป็นประโยชน์ต่อรัฐ เพราะจะทำให้การเกิดการแข่งขันเสนอราคาในโครงการมากยิ่งขึ้น แหล่งข่าวกล่าวทิ้งท้าย
นายอัศวิน ยังกีรติวร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินไทย ไลอ้อน แอร์ กล่าวว่า สายการบินไทยไลอ้อนแอร์ มีแผนจะใช้ท่าอากาศยานอู่ตะเภา เป็นศูนย์กลางการบิน ทั้งเที่ยวบินระยะใกล้และระยะไกล ในปี2563 โดยจะขยายจุดบินจากสนามบินอู่ตะเภา ไปยัง จีน อินเดีย และประเทศอื่นๆในภูมิภาคเอเชีย รองรับการเติบโตของตลาดท่องเที่ยวข้ามภูมิภาคในอนาคต เพื่อรองรับตลาดการท่องเที่ยวที่มีการขยายตัวอย่างต่อเนื่องในทุกปี ทั้งสายการบินยังมีแผนขยายฝูงบิน โดยเตรียมเพิ่มจำนวนอากาศยานอีก 50 ลำในอนาคตอีกด้วย
การที่ไทยไลอ้อนแอร์ มีแผนพัฒนาธุรกิจที่จะผลักดันอู่ตะเภา เป็นอีกหนึ่งในจุดศูนย์กลางบินในเอเชีย เนื่องจากท่าอากาศยานแห่งนี้ ปัจจุบันมีผู้โดยสารใช้บริการกว่า 3 ล้านคน ทั้งยังมีปัจจัยที่เอื้อต่อการเป็น“เมืองการบิน” ไม่ว่าจะเป็นไม่ว่าจะเป็นการให้บริการและการบำรุงรักษาอาคารผู้โดยสาร, ศูนย์ธุรกิจการค้า (Commercial Gateway) , ธุรกิจขนส่งสินค้าทางอากาศและโลจิสติกส์ (Air Cargo) ธุรกิจซ่อมเครื่องบิน (Maintenance Repair and Overhaul, MRO) , ศูนย์ฝึกอบรมบุคลากรการบิน และกลุ่มธุรกิจอุตสาหกรรมอากาศยาน (Free Trade Zone) ที่กำลังอยู่ระหว่างการเปิดประมูล
ทั้งในอนาคตจะมีโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน(ดอนเมือง – สุวรรณภูมิ - อู่ตะเภา) ซึ่งเป็นโครงการที่สำคัญอันดับหนึ่ง ใน 5 โครงการสำคัญของ โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งจะช่วยยกระดับการขนส่งในพื้นที่ภาคตะวันออก และเป็นตัวเชื่อมกับท่าอากาศยานดอนเมืองและท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ที่ปัจจุบันมีความหนาแน่นของการใช้บริการสูง






