thansettakij
thansettakij
“อาร์เซ็ป”สุดปัง รอบดานังปิดดีล 13 ข้อบท

“อาร์เซ็ป”สุดปัง รอบดานังปิดดีล 13 ข้อบท

01 ต.ค. 62 | 12:12 น.

“อาร์เซ็ป” รอบดานังรุกคืบ ปิดดีลได้ 13 ข้อบท  เตรียมชงรัฐมนตรีอาร์เซ็ปให้นโยบายเรื่องคงค้าง 12 ต.ค. นี้ ที่ไทยจะเป็นเจ้าภาพการประชุมรัฐมนตรีอาร์เซ็ป สมัยพิเศษ มั่นใจประกาศความสำเร็จการเจรจาได้ในปีนี้

 

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า ได้รับข่าวดีของการเจรจาอาร์เซ็ป ซึ่งนายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ ที่ปรึกษาการพาณิชย์ เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทยในการเจรจาความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจระดับภูมิภาค(อาร์เซ็ป หรืออาเซียนบวก6)ว่า มีความคืบหน้าเป็นที่พอใจ ถือเป็นสัญญาณที่ดีมากหลังจากที่มีการเจรจามายาวนานกว่า 7 ปี โดยผู้แทนจากสมาชิกอาร์เซ็ปทั้ง 16 ประเทศ ได้แสดงความยืดหยุ่นมากขึ้นในหลายประเด็น และร่วมกันผลักดันการเจรจาอย่างเต็มที่ ทำให้สามารถสรุปได้แล้ว 13 บท จากทั้งหมด 20 บท

ประกอบด้วย บทบัญญัติพื้นฐานและคำนิยามทั่วไป บทบัญญัติเกี่ยวกับสถาบัน บทพิธีการศุลกากรและการอำนวยความสะดวกทางการค้า บทมาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช บทมาตรฐาน กฎระเบียบทางเทคนิค และกระบวนการตรวจสอบและรับรอง บทความร่วมมือทางเศรษฐกิจและวิชาการ บทวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม บทการจัดซื้อจัดจ้างโดยรัฐ บทการค้าสินค้า บททรัพย์สินทางปัญญา บทบัญญัติทั่วไปและข้อยกเว้น บทการระงับข้อพิพาท และบทบัญญัติสุดท้าย รวมถึงภาคผนวกภายใต้บทการค้าบริการ คือ ภาคผนวกโทรคมนาคม ภาคผนวกการเงิน ภาคผนวกวิชาชีพ

“อาร์เซ็ป”สุดปัง รอบดานังปิดดีล 13 ข้อบท

 

 

สำหรับอีก 7 บทที่เหลือ ได้แก่ บทการเยียวยาทางการค้า บทการแข่งขัน บทการค้าบริการ บทกฎถิ่นกำเนิดสินค้า บทการเคลื่อนย้ายบุคคลธรรมดา บทการลงทุน และบทพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ยังติดเพียงไม่กี่ประเด็นเท่านั้น และน่าจะสามารถได้ข้อสรุปในปีนี้ โดยไทยจะเปิดบ้านเป็นเจ้าภาพการประชุมรัฐมนตรีอาร์เซ็ป สมัยพิเศษ ครั้งที่ 9 ในวันที่ 12 ตุลาคม 2562 เพื่อเสนอรัฐมนตรีให้นโยบายในเรื่องที่ยังค้างอยู่ และดำเนินการตามความตั้งใจของผู้นำสมาชิกอาร์เซ็ปทั้ง 16 ประเทศ ที่จะประกาศความสำเร็จการเจรจาอาร์เซ็ปในปีนี้

“อาร์เซ็ป”สุดปัง รอบดานังปิดดีล 13 ข้อบท

นายรณรงค์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในโลกทางการค้าที่มีความตึงเครียดอยู่ในปัจจุบัน และหลายประเทศยังคงใช้มาตรการกีดกันทางการค้าอย่างต่อเนื่อง อาร์เซ็ปจะเป็นเครื่องมือหนึ่งในการบรรเทาและลดการกีดกันทางการค้า รวมถึงสร้างความเชื่อมโยงห่วงโซ่การผลิตซึ่งจะนำไปสู่การขยายตัวทางการค้าและการลงทุนภายในภูมิภาค โดยอาร์เซ็ปถือเป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่ ครอบคลุมประชากรรวมกันกว่า 3,500 ล้านคน หรือประชากรกว่าครึ่งโลก มีมูลค่า GDP กว่า 27 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือร้อยละ 32 ของมูลค่า GDP โลก โดยในปี 2561 ไทยกับประเทศสมาชิกอาร์เซ็ปมีมูลค่าการค้ารวมอยู่ที่ประมาณ 2.9 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ คิดเป็นร้อยละ 59.8 ของการค้ารวมทั้งหมดของไทย นอกจากนี้ ไทยมีมูลค่าการส่งออกไปยังประเทศสมาชิกอาร์เซ็ป กว่า 1.4 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ คิดเป็นร้อยละ 58.8 ของการส่งออกของไทยไปโลก และไทยนำเข้าสินค้าจากประเทศสมาชิกอาร์เซ็ปกว่า 1.5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ คิดเป็นร้อยละ 60.7 ของการนำเข้าไทยจากโลก

 

 

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการไทยสามารถสรรหาแหล่งวัตถุดิบที่มีความหลากหลายทั้งเชิงคุณภาพและราคามากขึ้น จากเดิมที่สรรหาวัตถุดิบเพียง 10 ประเทศ ในอาเซียน ขยายเป็น 16 ประเทศ ทำให้ไทยเข้าไปอยู่ในเครือข่ายภาคการผลิต และการกระจายสินค้าของภูมิภาค รวมถึงลดความซ้ำซ้อนกฎถิ่นกำเนิดสินค้า ช่วยให้ผู้ประกอบการปรับแผนการผลิต เลือกสรรหาแหล่งวัตถุดิบได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และส่งผลให้ผู้ประกอบการสามารถวางยุทธศาสตร์การลงทุนในประเทศที่เป็นประโยชน์สูงสุดต่อภาคการผลิตได้