
‘สมพร อิศวิลานนท์’ แฉไอ้โม่งฟันกำไรข้าวเหนียวแพง
นักวิชาการคลังสมอง เผย “ข้าวเหนียว” แพงผิดปกติ อัดพ่อค้าปั่นราคา กักตุน ฟันกำไรอื้อ เป็นช่วงรอยต่อผลผลิตมีน้อย ปะทะแล้ง ราคาดันพุ่ง เตือนชาวนาอย่าแห่ปลูกเพิ่มหลงกลตลาด ชี้ผู้บริโภคในไทยมีน้อย จำกัด ข้าวชนิดอื่นรับประทานทดแทนเพียบ
รศ.สมพร อิศวิลานนท์ นักวิชาการอาวุโส สถาบันคลังสมองของชาติ เปิดเผยกับ “,ฐานเศรษฐกิจ” ว่า สาเหตุข้าวเหนียวมีราคาแพงที่เกิดขึ้นในขณะนี้เกิดจากการเปลี่ยนแปลงทางด้านอุปทานในตลาดข้าวเหนียวภายในประเทศ อันเนื่องจากปัจจัยดังนี้
1. ภาวะภัยแล้งในภาคอีสานได้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2559 ซึ่งที่ผ่านมาได้ส่งผลต่อปริมาณผลผลิตข้าวเหนียวในหลายพื้นที่ให้ลดต่ำลงจากเดิม ประกอบกับในปีนี้ได้เกิดภาวะแล้งกลางฤดูฝนซ้ำเติมขึ้นและคาดว่าจะมีความรุนแรงกว่าทุกปีขึ้นอีก จึงทำให้เกิดการคาดเดาว่าปริมาณผลผลิตข้าวเปลือกเหนียวของแต่ละครัวเรือนและอุปทานผลผลิตข้าวเปลือกเหนียวโดยภาพรวมจะลดต่ำลงไปกว่าทุกปี เพราะภัยแล้งได้สร้างความเสียหายเกิดขึ้นในวงกว้าง
2. ครัวเรือนที่เพาะปลูกข้าวเหนียวส่วนมากแล้วจะเก็บผลผลิตส่วนหนึ่งไว้เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารให้กับครัวเรือน จึงยังคงเก็บข้าวเอาไว้เพื่อการบริโภคในครัวเรือนยาวขึ้นกว่าเดิมและไม่นำอุปทานส่วนเกินที่เหลืออยู่ออกสู่ตลาดเพราะเกรงว่าภัยแล้งในปีนี้จะทำให้ไม่ได้ผลผลิตและครัวเรือนจะขาดความมั่นคงทางอาหาร ทำให้อุปทานส่วนเกินที่เคยออกสู่ตลาดหดตัวลง
3. ราคาข้าวเหนียวในอดีตตกต่ำกว่าราคาข้าวขาวดอกมะลิ 105 หรือหอมมะลิ ซึ่งเป็นพืชที่ใช้พื้นที่เพาะปลูกทดแทนกันได้กับการปลูกข้าวเหนียว ครัวเรือนเกษตรกรที่ปลูกข้าวเหนียวส่วนหนึ่งจะปรับการเพาะปลูกโดยจัดสรรที่ดินไปปลูกข้าวหอมมะลิมากขึ้นและปลูกข้าวเหนียวเพียงส่วนน้อยเพียงเพื่อให้เพียงพอกับการบริโภคในครัวเรือนเท่านั้น หรือปลูกข้าวหอมมะลิไว้ขายและจะปลูกข้าวเหนียวไว้กิน จึงทำให้ทั้งพื้นที่เพาะปลูกและปริมาณผลผลิตข้าวเหนียวลดลงจากอดีต โดยหดตัวจาก 18.4 ล้านไร่ ในช่วงปี 2544 - 47 มาเป็น 15.5 ล้านไร่ ในปี 2559 - 61 ส่วนผลผลิตได้ปรับลดลงด้วยเช่นกัน
“ข้าวเหนียวมีแหล่งเพาะปลูกที่สำคัญอยู่ในภาคอีสานตอนบนและภาคเหนือตอนบนซึ่งประชากรในพื้นที่ดังกล่าวมีการบริโภคข้าวเหนียวเป็นอาหารจานหลักในชีวิตประจำวันและเป็นการทำเกษตรเพื่อวิถีชีวิตเพราะผลผลิตข้าวเหนียวที่เก็บเกี่ยวได้จะถูกเก็บไว้เพื่อการบริโภคในครัวเรือนเป็นสำคัญก่อนที่แบ่งอุปทานส่วนเกินออกขายสู่ตลาดข้าวเหนียวจะปลูกมากในฤดูนาปีเป็นส่วนใหญ่และเป็นข้าวเหนียวพันธุ์พื้นเมืองที่มีเมล็ดยาวมีความเหนียวนุ่มถึงแม้ว่าจะปล่อยให้เย็นเมื่อมูลทิ้งไว้และเป็นพันธุ์ไวต่อช่วงแสงปลูกได้เฉพาะนาปี เช่น พันธุ์เขี้ยวงู กข6 เขาวง สันป่าตอง ซิวแม่จัน กำผาย หางยี เป็นต้น ข้าวเหนียวพันธุ์ไม่ไวแสงเป็นพันธุ์ข้าวลูกผสม 3 สามารถปลูกได้ทุกฤดูกาลทั้งนาปีและนาปรัง เช่น พันธุ์ กข2 กข10 สันป่าตอง 1
แต่ไม่เป็นที่นิยมเพราะเมื่อมูลสุกแล้วปล่อยให้เย็นจะแข็ง ไม่อร่อย ไม่มีความนุ่มเหมือนข้าวเหนียวพันธุ์พื้นเมือง ตลาดจะให้ราคาข้าวพันธุ์ไม่ไวต่อช่วงแสงต่ำกว่าข้าวเหนียวพันธุ์พื้นเมืองเกือบเท่าตัวโดยเฉพาะในตลาดส่งออก ข้าวเหนียวพันธุ์ไม่ไวแสงส่วนมากจะถูกนำไปใช้เป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมแป้งข้าว และแอลกอฮอล์ เป็นต้น และมีปริมาณผลผลิตไม่มากนัก
4. ในตลาดข้าวเปลือกเหนียวจะมีผู้ประกอบการทั้งที่เป็นโรงสีข้าวเหนียว และผู้ประกอบการค้าข้าวเปลือกเหนียว ซึ่งจะเป็นผู้รวบรวมข้าวเปลือกเหนียวจากเกษตรกรในช่วงฤดูเก็บเกี่ยวและจะรวบรวมเก็บรักษาข้าวเปลือกไว้เพื่อการเก็งกำไรเมื่อราคาสูงขึ้นในปลายฤดูเมื่อมีอุปทานผลผลิตน้อย เพราะข้าวเหนียวที่นิยมเพื่อการบริโภคเป็นข้าวเหนียวพันธุ์พื้นเมืองที่ปลูกได้ปีละครั้ง สถานการณ์ภัยแล้งที่คาดว่าจะรุนแรงในปีนี้จึงทำให้ตลาดการค้าข้าวเปลือกเหนียวและโรงสีข้าวเหนียวหันมาเก็บสต็อกข้าวเหนียวให้ยาวขึ้นกว่าเดิม และส่งผลให้ปริมาณอุปทานข้าวเปลือกเหนียวที่ออกสู่ตลาดมีลดลง
ข้อมูลจากสมาคมโรงสีได้รายงานว่าราคาข้าวเปลือกเหนียว กข6 ได้ปรับตัวเฉลี่ยจาก 11,850 บาทต่อตันข้าวเปลือก ในปี 2561 มาเป็น 14,000 -14,500 บาท ในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2562 และได้ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นมาเป็น 16,000 บาทต่อตันข้าวเปลือกในต้นสัปดาห์ของเดือนกรกกฎาคม และปรับตัวสูงขึ้นอีกเป็น 20,000 บาท ในกลางเดือนสิงหาคม 2562 ซึ่งจะเห็นว่านับจากราคาเฉลี่ยปี 2561 จนถึงกลางเดือนสิงหาคม 2562 ราคาข้าวเหนียว กข6 ได้ปรับตัวสูงขึ้นไปแล้วเกือบร้อยละ 70 ราคาที่ปรับตัวสูงขึ้นนี้จะแกว่งตัวไปสักระยะหนึ่งแล้วจะมีทิศทางที่ลดลง
เมื่อมีการปรับเปลี่ยนพื้นที่มาปลูกข้าวเหนียวกันมากขึ้นรวมถึงมีการลักลอบนำเข้าจากชายแดนที่ติดกับประเทศเพื่อนบ้านที่ข้าวเหนียวมีราคาต่ำกว่าปัจจัยที่กล่าวถึงเป็นปัจจัยที่มากระทบจากด้านอุปทานของผลผลิตข้าวเหนียวเป็นสำคัญทำให้มีปริมาณผลผลิตออกสู่ตลาดลดลง ราคาที่ปรับตัวสูงขึ้นในขณะนี้จะส่งผลให้เกิดการปรับตัวของผู้บริโภคข้าวเหนียวโดยจะหันมาใช้ข้าวสารเจ้าที่มีราคาต่ำกว่ามาทดแทนในการบริโภค ซึ่งจะส่งผลให้อุปสงค์การบริโภคข้าวเหนียวในภาพรวมหดตัวลง และในขณะเดียวกันจะมีการขยายพื้นที่เพาะปลูกกันเพิ่มขึ้นเพราะเห็นว่าได้ราคาดีซึ่งจะมีผลทำให้ระดับราคาข้าวเหนียวลดลงได้สถานการณ์ข้าวเหนียวราคาแพงจึงน่าจะเป็นปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นจากภาวะผิดปกติเฉพาะปีอันเนื่องจากภัยแล้งเป็นสำคัญ
อย่างไรก็ตามการเกษตรจะต้องพึงระวังว่าข้าวเหนียวที่มีราคาดี คือข้าวเหนียวพื้นเมืองไม่ไวแสงหรือข้าวเหนียวเมล็ดยาว หากมีการขยายการผลิตข้าวเหนียวที่ปลูกได้มากกว่าหนึ่งครั้งกันมากขึ้นโดยเฉพาะในพื้นที่ชลประทาน จะประสบปัญหาทางการตลาดและราคาตามมา เพราะตลาดข้าวเหนียวคุณภาพต่ำพันธุ์ไม่ไวแสงเป็นสินค้าที่มีตลาดจำกัดและไม่เป็นที่นิยมในการบริโภค แต่จะเกิดการปลอมปนกับข้าวเหนียวคุณภาพซึ่งจะเกิดผลเสียในตลาดข้าวเหนียวคุณภาพตามมา











